กลยุทธ์เหนือชั้น Volvo เตรียมเปิดโรงงานเบลเยียมรับจ้างผลิต ทะลวงกำแพงภาษีให้ทัพรถยนต์จีน
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 17 ก.ค. 69 15:12
- 1,012 อ่าน
ท่ามกลางภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของค่ายรถยนต์ในยุโรป ส่งผลให้แบรนด์เจ้าถิ่นหลายรายต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดด้วยการเปิดเจรจาเป็นพันธมิตรกับบริษัทรถยนต์จากประเทศจีนที่กำลังมองหาฐานการผลิตบนภาคพื้นทวีปนี้ ล่าสุดค่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่าง Volvo ได้ขยับตัวครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันในตลาดยุโรปไปอย่างสิ้นเชิง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Volvo ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับรัฐบาลกลางเบลเยียมและรัฐบาลท้องถิ่นฟลานเดอร์ส เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวให้กับโรงงานในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม โดยข้อตกลงนี้ระบุว่า รัฐบาลเบลเยียมจะสนับสนุนเงินทุนจำนวนมหาศาลสูงถึง 119 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐราว 136.4 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ในโครงการริเริ่มด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงโปรแกรมการเงินและมาตรการต่าง ๆ ซึ่งทาง Volvo ระบุว่า เงินทุนก้อนนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านการใช้ประโยชน์จากโรงงานในอนาคต และสนับสนุนกิจกรรมการผลิตให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
นอกเหนือจากการันตีว่าโรงงานแห่งนี้จะยังคงทำหน้าที่ผลิตรถยนต์ของ Volvo ต่อไปแล้ว ทางค่ายยังส่งสัญญาณสำคัญว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้โรงงานเปิดรับจ้างประกอบรถยนต์ตามสัญญาให้กับแบรนด์อื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งผู้ผลิตมองว่านี่คือสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพราะจะช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานให้สูงขึ้น และกระตุ้นกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในภูมิภาคให้เติบโตต่อเนื่อง
แม้ว่าทาง Volvo จะยังไม่ได้ประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการว่ามีรถยนต์รุ่นใดหรือแบรนด์ไหนบ้างที่จะเข้ามาใช้บริการรับจ้างผลิตในโรงงานแห่งนี้ แต่เป็นที่ทราบกันดีในอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า Volvo อยู่ภายใต้การครอบครองของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Geely จากประเทศจีน ซึ่งนอกจากแบรนด์หลักแล้ว เครือข่ายของพวกเขายังประกอบไปด้วยแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำอีกมากมาย เช่น Polestar, Zeekr และ Lynk & Co เป็นต้น การใช้โรงงานที่เบลเยียมเป็นฐานประกอบรถยนต์จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดึงดูดใจค่ายรถจีนในเครืออย่างมาก เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการกำแพงภาษีอันหนักหน่วงที่สหภาพยุโรปประกาศใช้กับรถยนต์ที่นำเข้าจากประเทศจีนได้สำเร็จ
โรงงานของ Volvo ในเมืองเกนต์เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1965 และเป็นแหล่งสร้างงานให้กับแรงงานในพื้นที่ราว 6,300 คน โดยปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ทำหน้าที่รับผิดชอบไลน์ผลิตรถยนต์หลากหลายรุ่นของค่าย ไม่ว่าจะเป็น EX30, XC40, EX40, EC40 และ V60 ซึ่งก้าวต่อไปหลังจากได้รับเงินสนับสนุนและการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในครั้งนี้ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่น่าจับตามองในสมรภูมิยานยนต์ระดับโลก
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




