เผยสมรรถนะ Volkswagen ID Aero ที่ทัดเทียมกับ EV Passat ด้วยพิสัยการวิ่งได้ไกลกว่า 620 กิโลเมตร!

Volkswagen ได้พรีวิวรถต้นแบบตัวเก่งที่รอคอยกันมานาน ซึ่งจะมาเป็นคู่แข่งในอนาคตของ Tesla Model 3 รถถูกเปิดตัวมาด้วยคอนเซ็ปต์ที่โฉบเฉี่ยวและปราดเปรียว โดยทางค่ายได้ตั้งชื่อรุ่นว่า “ID Aero”

อ้างอิงจากการใช้พื้นฐานในการออกแบบบนแพลตฟอร์ม MEB ของทางค่าย รถรุ่นใหม่สไตล์ซีดานแบบ 4 ประตูนี้ มีแผนที่จะออกสู่ตลาดในประเทศจีนในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 ซึ่งในขั้นต้นรถรุ่นนี้จะเริ่มดำเนินการผลิตที่โรงงาน FAW (First Automobile Works) และโรงงาน SAIC (Shanghai Automotive Industry Corporation) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมทุนกับ Volkswagen ในเมืองฉางชุนและเซี่ยงไฮ้ตามลำดับ

ส่วนแหล่งการผลิตสำหรับรถยนต์ซีดานที่มีความยาวประมาณ 5 เมตร ซึ่งจะออกมาสู่ตลาดยุโรปนั้น จะมีขึ้นที่โรงงานของ Volkswagen ที่เมือง Emden ในประเทศเยอรมนี โดยรถรุ่นที่ติดตั้งพวงมาลัยขวาสำหรับตลาดสหราชอาณาจักร จะมีกำหนดเริ่มออกขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ตามรายงานที่ได้จากเจ้าหน้าที่ของค่ายผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันแห่งนี้

และสำหรับรถเวอร์ชั่น Estate ที่มีชื่อเรียกว่า “Tourer” ของ VW รุ่นใหม่นี้ จะได้รับการพิจารณาในการเข้าสู่สายการผลิตด้วยเช่นกัน แม้ว่าตามที่ได้คาดการณ์นั้น การดำเนินการน่าจะทำได้เร็วที่สุดก็ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ทางสื่อยังได้รับแจ้งมาว่าเจ้า ID Aero ตัวนี้ จะใช้ชื่อในการผลิตว่ารุ่น “ID 6 saloon” โดยถูกวางโพซิชั่นไว้คู่กับรถ Volkswagen รุ่นที่จะออกสู่ตลาดเฉพาะในประเทศจีนอย่าง ID 6 SUV ซึ่งจะเป็นรุ่นตัวนำในไลน์อัพของตระกูล ID อีกด้วย

โดยรถในเวอร์ชั่นการผลิตที่จะออกวางขายในตลาดยุโรปของรุ่นนี้ จะถือเป็นรถรุ่น ID ตัวที่ 5 ต่อจาก Volkswagen ID 3, Volkswagen ID 4 SUV, Volkswagen ID 5 SUV และรถรุ่นที่เพิ่งจะถูกเปิดตัวไปอย่าง Volkswagen ID Buzz โดยนอกเหนือจากตลาดจีนและยุโรปแล้ว รถรุ่นนี้ยังมีแผนที่จะออกขายในตลาดสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ด้วยการออกแบบที่ใช้เส้นสายแบบเรียบง่ายที่ปรากฎขึ้นบนรถรุ่น ID ตัวอื่นๆ ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อเร็วๆนี้ ส่งผลให้คอนเซ็ปต์ของรถรุ่น ID Aero นี้ ก็ได้รับการกล่าวขานว่าจะมีความคล้ายกับรถรุ่น ID ตัวที่ 5 ที่เข้าสู่สายการผลิตของทางค่าย Volkswagen อย่างมาก โดยคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เมื่อรถเวอร์ชั่นการผลิตถูกนำออกเปิดตัวในงาน Shanghai Motor Show ในช่วงปีหน้า

ตราสัญลักษณ์ของ Volkswagen ที่มีความโดดเด่นนั้น เป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบส่วนด้านหน้าของรถรุ่น ID Aero นี้ ซึ่งมันจะถูกตัดด้วยแถบไฟ ซึ่งอยู่ด้านบนของครอบไฟหน้าที่มาพร้อมการติดตั้งไฟแบบ LED รุ่นใหม่ทั้ง 2 ข้าง ถัดไปด้านล่างบริเวณมุมกันชนในแต่ละด้าน จะมีการติดตั้งไฟ Daytime-Running ที่วางเรียงซ้อนกันในแนวตั้ง 3 ดวง และมีแถบสูงตรงกลางที่มีสีดำมันวาว ส่วนของฝากระโปรงที่มีขนาดสั้นนั้น ก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบจากการใช้ประโยชน์ที่นำเสนอโดยแพลตฟอร์ม MEB อย่างเต็มที่

ส่วนด้านหลังของ ID Aero นั้น จะมีการยกเอวรถให้ขึ้นสูง พร้อมเส้นร่องยาวจากไฟหน้าไปจนถึงไฟท้าย เพื่อให้เส้นไหล่ของรถนั้นดูโดดเด่นขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งมือจับประตูแบบฝัง และขยายขนาดฐานล้อเพื่อให้สามารถรองรับล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางได้สูงสุดถึง 22 นิ้ว ด้านส่วนท้ายของรถนั้นได้รับการบูทให้สูงขึ้น พร้อมติดตั้งแถบไฟรอบด้านแบบเต็มความกว้าง และตราสัญลักษณ์ยี่ห้อ Volkswagen แบบเรืองแสงได้

ด้านการวัดค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ของรถรุ่น ID Aero ที่ได้ออกมาเพียง 0.23 นั้น ทำให้มันกลายเป็นรถรุ่นที่มีประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์มากที่สุด สำหรับรถไฟฟ้าที่เป็นคลื่นรุ่นใหม่ของทางค่าย Volkswagen

ในส่วนไดเมนชั่นของรถนั้น มันจะมีความยาวกว่ารถรุ่น Passat ที่มีอยู่ ซึ่งมีความยาวเพียง 4,767 มม. และระยะฐานล้อจะถูกยืดออกไปที่เกือบๆ 3000 มม.

รถคอนเซ็ปต์รุ่นนี้จะติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 77kWh ซึ่งทาง Volkswagen ได้กล่าวว่า มันจะส่งผลให้รถรุ่น ID Aero สามารถวิ่งในพิสัยที่ไกลที่สุดได้ที่ 385 ไมล์ (620 กิโลเมตร) ในการทดสอบตามมาตรฐาน WLTP แต่อย่างไรก็ตาม ทาง VW ก็มีการวางแผนว่าจะมีการติดตั้งตัวเลือกแบตเตอรี่แบบอื่นๆ ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่ที่มีขนาด 52kWh ที่เล็กกว่าอีกด้วย

แม้ว่าในปัจจุบัน ทาง Volkswagen ยังไม่ได้มีการยืนยันถึงตัวเลือกในระบบการขับเคลื่อนของรถ แต่ก็น่าจะออกมาเช่นเดียวกันกับ ID รุ่นอื่นๆ รวมถึงรถรุ่น ID 4 และ ID 5 ที่มีความใกล้เคียงกัน โดยรถในเวอร์ชั่นการผลิตนั้น คาดว่าจะมีตัวเลือกให้ทั้งแบบมอเตอร์เดี่ยว/ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือแบบมอเตอร์คู่/ขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งเอาท์พุตด้านกำลังของรถนั้นได้มีการเพิ่มขยายจาก 181bhp เป็น 296bhp

และเพื่อเป็นการหลีกทางให้กับการผลิตรถรุ่น ID Aero ที่โรงงานในเมือง Emden ทาง Volkswagen จึงได้วางแผนที่จะย้ายสายการผลิตรถ Passat รุ่นถัดไป ไปยังโรงงานที่ดูแลโดยแบรนด์ Skoda ในเมือง Kvasiny ประเทศสาธารณรัฐเช็กแทน ซึ่งที่นั่นจะมีการผลิตรถรุ่น Passat ควบคู่ไปกับรถ Skoda Superb รุ่นถัดไปอีกด้วย

ข้อมูลและภาพจาก autocar

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ