Hero MotoCorp เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรก Vida V1 ที่ทุกคนรอคอยอย่างเป็นทางการแล้ว

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท Hero MotoCorp ที่ใช้ชื่อว่า Vida V1 ที่ทุกคนรอคอยกันมานาน ได้ถูกเปิดตัวออกมาแล้ว โดยราคาของรุ่น V1 Plus และ V1 Pro ถูกกำหนดไว้ที่ 145,000 รูปี (1,762 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 67,500 บาท) และ 159,000 รูปี (1,932 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 73,900 บาท) ตามลำดับ โดยทางบริษัทฯ ได้เปิดให้วางเงินจองสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ ในราคา 2,499 รูปี (30 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,150 บาท) ได้แล้วในบางเมืองของประเทศอินเดีย รวมถึงเมืองเบงกาลูรู ชัยปุระ และนิวเดลี ซึ่งการส่งมอบรถนั้น คาดว่าจะเริ่มในสัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคม

Vida V1 เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีความทันสมัยอย่างแท้จริง และมีความโดดเด่นเหนือกว่ารุ่น Ola S1 โดยในรุ่น V1 Pro จะถูกติดตั้งชุดแบตเตอรี่ขนาด 3.94 kWh มากกว่าในรุ่น V1 Plus ที่จะถูกติดตั้งชุดแบตเตอรี่ขนาด 3.44 kWh และจากข้อกำหนดของชุดแบตเตอรี่เหล่านี้ ทำให้พิสัยการวิ่งของแต่ละรุ่นคือ 103 ไมล์ (ประมาณ 165 กิโลเมตร) และ 89 ไมล์ (143 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยก้อนแบตเตอรี่นั้นสามารถถอดออกได้ และ Vida ได้ให้คำมั่นว่าจะใช้เวลาในการชาร์จอย่างรวดเร็วเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น เพื่อให้ได้การชาร์จสูงสุดที่ 80 เปอร์เซ็นต์

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2  รุ่นนี้ จะมาพร้อมกับมอเตอร์ระดับ IP68 ที่มีความเร็วสูงสุด 50 ไมล์ (80 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง โดยรุ่น  V1 Pro นั้นอวดอัตราเร่งที่เร็วขึ้น จาก 0 สู่ 25 ไมล์ (40 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และใช้เวลาเพียงเวลา 3.4 วินาที สำหรับการวิ่งจาก 0 ถึง 25 (40 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง สำหรับรุ่น V1 Plus ซึ่งถือว่าช้ากว่ารุ่น Pro เพียงนิดเดียวเท่านั้น 

รถรุ่น Vida V1 ของทาง Hero นี้ จะอยู่ภายใต้การรับประกันตามมาตรฐาน 5 ปี ที่ระยะ 50,000 กิโลเมตร (31,250 ไมล์) ในขณะที่แบตเตอรี่อยู่ภายใต้การรับประกัน 3 ปี ที่ระยะ 30,000 กิโลเมตร (18,750 ไมล์) โดยแบตเตอรี่แบบถอดได้เหล่านี้ แต่ละก้อนจะมีน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม

การติดตั้งไฟ LED ถือเป็นคุณลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของ Vida V1 โดยส่วนของไฟหน้าและไฟท้ายจะทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีความสวยงามแบบเฉพาะตัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเสริมด้วยฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ เช่น ปุ่ม SOS บนแฮนด์จับ ฟังก์ชัน Geo-Fencing ระบบ Remote Immobilization ไฟติดตาม และการแจ้งเตือนเมื่อเกิดการโจรกรรม ส่วนของช่องเก็บของยังเป็นหน่วยโมดูลาร์ ที่มีพื้นที่สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงส่วนที่ว่างใต้เบาะสำหรับเก็บแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้

เป็นที่ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า ทางบริษัท Hero MotoCorp ได้ตัดสินใจทุ่มในส่วนของเทคโนโลยีให้กับ V1 ทั้งหมด โดยติดตั้งหน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว แบบไม่มีคีย์ และสวิตช์คิวบ์ที่สุดแสนน่ารักสำหรับฟังก์ชันมากมาย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโหมดการขี่ 3 แบบ ได้แก่ Eco, Ride และ Sport และโหมดการขับขี่ที่สามารถตั้งโปรแกรมได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสามารถปรับอัตราเร่งและการเบรกแบบสร้างใหม่ได้เองตามความต้องการ รวมทั้งมีการติดตั้งโหมดถอยหลังและฟังก์ชั่นเร่งความเร็วรวมไว้ให้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ทำการจอดรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้และเร่งความเร็วเมื่อต้องการขับแซงอย่างรวดเร็วได้อย่างง่ายดาย

ข้อมูลและภาพจาก rideapart

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ