ถ้า HSV Colorado Sportscat+ มาเมืองไทย คุณจะซื้อไหม?

ระหว่างการสนทนาในช่วงหนึ่งของการทดสอบรถท่ามกลางทะเลทรายอยู่นั้น คุณ Sean Poppitt ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสาร จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนั่งรถไปในคันเดียวกับผมว่า "ถ้าเราเอา HSV Colorado Sportscat+ มาขายในเมืองไทย ในฐานะนักข่าวประเมิน คุณว่าจะขายได้ดีมั้ย? " เราเองก็เพิ่งได้ทดสอบมาในระยะทางสั้น ๆ อยู่กับมันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในการขับขี่ มีโอกาสได้มองอยู่ราวครึ่งวัน ก็ไม่กล้าฟันธงลงไปว่า มันจะขายดีหรือเปล่า วันนี้เลยอยากลองเอามาเล่าให้อ่านว่ารถกระบะแบบพรีเมียม HSV Colorado Sportscat+ นั้นมีอะไรดีบ้าง และถ้ามา คุณจะสนใจมันขนาดไหน

HSV Colorado Sportscat+

HSV หรือ Holden Special Vehicles เป็นสำนักแต่งของ Holden แผนกพิเศษที่จับเอารถยนต์ในเครือของ GM มาทำการแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ให้กลายเป็นรุ่นพิเศษ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในออสเตรเลีย มีรุ่นพิเศษอยู่มากมาย อาทิ Chevrolet Silverado, Chevrolet Camaro, Holden Maloo R8 LSA เป็นต้น แต่ที่เราจะพูดถึงในวันนี้จะเป็นกระบะตัวแต่งระดับ Premium อย่าง HSV Colorado Sportscat+ ที่จับเอากระบะรุ่น Top ของ Holden Colorado มาจับแต่งตัวใหม่ให้หล่อดูดีมีสไตล์มากขึ้นกว่าเดิม เอาใจขาซิ่งที่ยอมควักตังมากกว่าเดิมเพื่อจับเอามาเป็นเจ้าของ ขับไปไหนคนก็มองแบบเหลียวหลัง อะไรประมาณนี้

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+ นั้น จับเอาตัว Colorado Z71 มาตกแต่งเพิ่มเติมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบใหม่คล้ายทรงรังผึ้ง 6 เหลี่ยม แต่ถูกดึงให้กว้างมากกว่าทั่วไป ซุ้มล้อสีดำลายใหม่ ดูแข็งแรงบึกบึน, ฝากระโปรงมีตัดช่องระบายอากาศพร้อมฝาครอบสีดำ, ชายกันชนด้านล่างตัดด้วยสีโครเมียมที่เป็นทรงคล้ายกันชนเหล็กขนาดใหญ่ ฝากระบะมีฝาปิดไฟเบอร์ลายคล้ายกับฝากระโปรงตัวแต่ง Z71 ที่มีลายคาดดำตัดกับสีของตัวรถ ยกขึ้นได้พร้อมกุญแจล๊อค แล้วมีโครงเหล็กแบบ Sail Plane ติดไว้บนฝาไฟเบอร์ปิดกระบะอีกที ล้อนั้นใส่ขนาด 18 นิ้วมาให้ พร้อมยางแบบ All Terrain ขนาด 285/60 R18 ที่ให้คุณสามารถวิ่งบนถนนปกติ และลุยถนนออฟโรดในระดับปานกลางได้ บันไดข้างเป็นเหล็ก เอาไว้ใช้ได้ทั้งเป็นตัวก้าวขึ้นรถและกันกระแทกจากด้านข้าง ฝาท้ายกระบะแต่งเพิ่มด้วยสีดำเพิ่มความสปอร์ต พร้อมระบบ EZ-down Tailgate Strut ที่จะลดแรงกระแทกเมื่อเปิดฝาท้าย เพราะมีการติดตั้งโช๊คเอาไว้ด้วยนั่นเอง

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

นอกจากนี้แล้ว ใน HSV Colorado Sportscat+ ยังเสริมความหล่อด้วยไฟตัดหมอกแบบ LED กันชนแบบพิเศษที่มีหูลากมาให้พร้อม ด้านในนั้น ตัวเบาะเป็นแบบพิเศษ หุ้มด้วยหนักแบบพิเศษ , โฟมที่ใช้ในตัวเบาะก็เป็นแบบเฉพาะที่ทำมาเพื่อรุ่นนี้เท่านั้น, เดินด้ายสีแดงตัดกับสีของเบาะเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้มากกว่าเดิม

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

ส่วนสมรรถนะของตัวรถนั้น ก็ถูกปรับใหม่อีกหลายอย่าง ทั้งความสูงของตัวรถที่ถูกปรับให้สูงขึ้นอีก 20 มม. ตัวความกว้างระหว่างล้อซ้าย-ขวา ก็ถูกถ่างให้มากกว่าเดิมเพื่อเพิ่มการทรงตัวให้ดีขึ้น, ระบบควบคุมการทรงตัว Electronic stability control (ESC) ก็ถูกปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับการขับขี่แบบลุยได้มากขึ้น ช่วงล่างนั้น ใช้เป็นของ SupaShock Suspension พร้อม Sub-tank ติดเอาไว้ที่ใต้ฝากระโปรง ทำให้ช่วงล่างนั้นรองรับได้ทั้งการวิ่งบนถนนด้วยความเร็วสูง และรองรับแรงกระแทกจากถนนขรุขระ Off-Road ได้อย่างดีเยี่ยม ด้านหลังมีการติดชุดกันโคลงพิเศษที่เรียกว่า Rear De-coupling Anti-roll Bar เพื่อให้การขับขี่ยามใช้ความเร็วสูง สามารถทรงตัวได้อย่างดี แม้ในยามเข้าโค้ง และรองรับแรงกระแทกจากถนนขรุขระ เพื่อให้ห้องโดยสารรับแรงสั่นสะเทือนได้น้อยที่สุดอีกด้วย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คนขับเปลี่ยนโหมดไปเป็นแบบ 4L เพื่อลุยไปยังพื้นที่แบบลุยเต็มที่ ระบบกันโคลงด้านหลังนี้จะตัดการทำงานทันที เพื่อให้ระบบขับ 4 สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ตัวเบรกจาก AP Racing ตัวแผ่นดิสก์หน้าขนาด 362 มม. คาลิปเปอร์ 4 จุดสีแดงสดใส ด้านหลังเป็นดรัมเบรก

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

ระบบความปลอดภัยใน HSV Colorado Sportscat+ ก็แทบจะยกพวงมาจากรุ่น Colorado Z71 มายกชุด ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Alert (FCA) , ระบบเตือนการออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW) , ถุงลมนิรภัย 7 ลูก, ระบบควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) , ระบบป้องกันการล้อล๊อค Anti-lock Braking System (ABS) , ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก Electronic Brakeforce Distribution (EBD) , ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ Roll Over Mitigation (ROM) , ระบบป้องกันการลื่นไถลของรถ Traction Control System (TCS) , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) , ระบบควบคุมความเร็วเมื่อลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC) , ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง Trailer Sway Control (TSC)

HSV Colorado Sportscat+

HSV Colorado Sportscat+

ตัวเครื่องยนต์นั้น เป็นเครื่องยนต์มาตรฐานของเวอร์ชันออสเตรเลีย นั่นคือดีเซล 2.8 ลิตร 4 สูบ Duramax 2 พลัง 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร มีให้เลือกใช้งานได้ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Shift-on-the-fly ด้วยปุ่มหมุนใช้งานง่าย

HSV Colorado Sportscat+

แน่นอนว่า ตัวแปรสำคัญที่จะทำให้คนซื้อหรือไม่ซื้อ ราคาคือเรื่องสำคัญ สำหรับรุ่นมาตรฐานเริ่มต้นนั้น HSV Colorado Sportscat+ นั้น จะอยู่ที่ 66,790 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.56 ล้านบาท (ไม่รวมค่า on-road costs) แต่ถ้าเพิ่มออพชั่นอื่นให้ครบ ก็ต้องเพิ่มเงินตามนี้

- เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มอีก 2,200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 51,000 บาท

- โครงเหล็กแบบ Sail Plane เพิ่มอีก 1,300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 30,000 บาท

- ช่วงล่าง SupaShock suspension เพิ่มอีก 3,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 84,000 บาท

- พื้นปูกระบะ Liner เพิ่มอีก 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 7,000 บาท

- กระเป๋าเก็บอุปกรณ์ Load Master เพิ่มอีก 795 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 18,000 บาท

- หูลาก เพิ่มอีก 75 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1,700 บาท

-แร๊คหลังคา เพิ่มอีก 647 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 15,000 บาท

สรุปแล้วถ้าเอาทุกอย่างแบบ Full Option จะต้องจ่ายเงินรวม 1,766,700 บาท อันนี้ยังไม่รวมพิธีการภาษีนำเข้าอีกต่างหากนะครับ แต่ด้วยที่ว่า Colorado ที่ขายอยู่ในออสเตรเลียนั้น ผลิตมาจากโรงงานของ GM ใน จ.ระยองทั้งนั้น ถ้าเอาอุปกรณ์แต่งทั้งหมดเข้ามาติดตั้งในประเทศไทยแทน อาจจะราคาไม่แตกต่างจากนี้มากนัก

HSV Colorado Sportscat+

ผมเองหลังจากที่ได้สัมผัสและทดลองขับแล้ว ใจนึงก็อยากเชียร์ให้ทาง เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ได้เอากระบะระดับพรีเมียมมาแข่งกับเขาดูบ้าง ไม่อย่างนั้นตลาดนี้จะไม่สนุกเลย เพราะปล่อยให้คู่แข่งกวาดแบบชิวไปอยู่เจ้าเดียว แต่ถ้ามองจากราคาแล้ว ถ้าเป็นระดับเกือบ 1.8 ล้านจริง ก็น่าจะทำเอาการขายช้าพอสมควร ดังนั้นวันที่ได้สนทนากับคุณ Sean จึงได้ตอบไปว่า อยากให้เอาเข้ามานะ แต่ก็ต้องดูราคาให้ถูกกว่าคู่แข่งซัก 1 แสน (ทำได้ป่าวไม่รู้) และเอามาจำนวนไม่เยอะ ซัก 100-200 คันพอ ก็น่าจะสู้ได้แล้ว และน่าจะเพิ่มความคึกคักให้กับตลาดนี้ได้พอตัว รวมทั้งเพิ่มความแปลกใหม่ให้มากขึ้นของแบรนด์ Chevrolet ในประเทศไทยได้อีกด้วย

Earthpark02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ