หมัดต่อหมัด...รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งใหม่สายลุย Suzuki XL7 VS. Mitsubishi Xpander Cross

ช่วงนี้ทางค่ายต่าง ๆ เริ่มจะขยับตัวมากขึ้นหลังจากหยุดนิ่งไปนานจากสภาวะ Lockdown ของการระบาด Covid-19 ล่าสุดก็ถึงคิวของซูซูกิ ที่ทำการปล่อยรถยนต์ใหม่อย่าง Suzuki XL7 ลงสู่ตลาด ทำให้กลายเป็นคู่แข่งทางตรงอย่าง Mitsubishi Xpander Cross ไปโดยปริยาย ทั้งการเป็นรถแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งในไซส์เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ที่สื่อสารออกมาว่าเป็นรถสายลุยทั้งคู่ ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเอามาทำ Deft Versus กันในรอบนี้ ลองมาดูกันเลยว่าแต่ละคันมีดีมีเด่นอะไรกันบ้าง

Suzuki XL7 Mitsubishi Xpander Cross

ราคา

สิ่งแรกที่ต้องเอ่ยก่อนเป็นปกติเลยก็เป็นเรื่องของราคา ว่าแต่ละคันมีราราที่เท่าไหร่กันบ้างครับ ลองมาดูกัน

เห็นได้ชัดเจนว่า Suzuki XL7 รถอเนกประสงค์น้องใหม่ที่เปิดตัวทีหลัง ตั้งราคาเอาไว้ถูกกว่ามาก ถูกกว่า 120,000 บาท แต่ต้องขอบอกก่อนว่า ราคานี้เป็นราคาพิเศษในช่วงแรก เพราะถ้าไปดูข้อมูลที่แจ้งไว้ใน www.car.go.th จะมี Eco Sticker ของรุ่นนี้ 2 ใบ โดยใบแรกมีราคา 779,000 บาท ส่วนอีกใบจะเป็น 784,000 บาท แต่เรื่องราคามันก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ต้องมาดูในรายละเอียดอื่น ๆ กันต่อไป

เครื่องยนต์

ทั้ง 2 รุ่นนั้น อยู่ในเครื่องยนต์พิกัดเดียวกัน แต่รายละเอียดนั้นไม่เหมือนกัน มาดูกันว่าทั้ง 2 คัน ใช้ระบบขับเคลื่อนในแบบใดกันบ้าง

แน่นอนว่า ทั้งคู่เลือกใช้งานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเหมือนกัน แรงม้าก็เท่ากัน เกียร์ก็เหมือนกัน แถมอัตราทดเท่ากันเป๊ะ แต่ Mitsubishi Xpander Cross จะมีแรงบิดที่มากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ดูแล้วไม่น่าจะมากพอให้เห็นความแตกต่างได้

อัตราความประหยัด

สิ่งที่หลายคนอยากรู้ ก็คืออัตราการกินน้ำมัน ว่ารถ Crossover ขนาด 7 ที่นั่งจะกินน้ำมันขนาดไหน ลองมาดูตาม Eco Sticker กัน

ถ้าดูตามตัวเลขแล้ว Suzuki XL7 จะมีตัวเลขที่ดูดีกว่าทั้งนอกเมือง, ในเมือง และสภาวะรวม แต่ไม่ได้หมายความว่า เวลาใช้งานจริง Mitsubishi Xpander Cross จะเป็นอัตราตามนี้เลย ดังนั้นตัวเลขนี้เอาไว้ใช้อ้างอิงเบื้องต้นพอได้ แต่ตอนใช้งานจริง ไม่เป็นตัวเลขนี้แน่นอน

มิติและน้ำหนัก

ทั้งคู่เป็นรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่งทั้งคู่ และเป้นรูปแบบเพื่อสายลุยอีกต่างหาก ดังนั้นมิติตัวรถก้ต้องใหญ่ขึ้นกว่าแน่นอน แต่จะเป็นเท่าไหร่บ้าง ลองมาดูกัน

ชัดเจนว่า Mitsubishi Xpander Cross มีขนาดใหญ่กว่าทุกมิติ ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่มาก แต่ก็ใหญ่กว่าแน่นอน โดยเฉพาะตัวฐานล้อกับความสูงจากพื้นที่ต่างกัน เมื่อมองจากภายนอกจะทำให้รถยนต์ใหม่ค่ายตราเพชรดูใหญ่กว่าแน่นอน แต่เมื่อมีขนาดใหญ่ รถก็ต้องหนักตามไปด้วย จะส่งผลต่อการประหยัดน้ำมันตามไปด้วยเช่นกัน

ช่วงล่าง

ทั้ง 2 ค่ายวางตำแหน่งของรถยนต์ใหม่ 2 รุ่นนี้ให้เป็นสายลุย ดังนั้นจึงต้องมีการเซ็ตติ้งให้พอลุยได้ประมาณหนึ่ง ช่วงล่างที่เลือกใช้ใน 2 คันนี้จะเป็นแบบไหนบ้าง ลองมาดูกัน

ทั้ง 2 รุ่นใช้รูปแบบของช่วงล่างเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ Mitsubishi Xpander Cross มีการเสริมความแน่นของช่วงล่างด้วยเหล็กกันโคลองและเหล็กค้ำหัวโช๊คลงไปด้วย คาดว่าน่าจะทำให้การทรงตัวและควบคุมทำได้ดีกว่า Suzuki XL7 แต่จะให้ดี ควนต้องลองไปขับเองทั้ง 2 รุ่นถึงจะรู้

เบรกและยาง

ต่อจากช่วงล่างก็ต้องมาต่อที่ระบบเบรกและยาง ว่าเป็นแบบไหนบ้าง ลองมาดูกัน

เบรกมีการใช้ในรูปแแบบเดียวกันทั้งคู่ แต่จะมาต่างก็ตรงยาง ที่ Mitsubishi Xpander Cross ให้มาในขนาดที่ใหญ่กว่า อันนี้ก็ต้องดูว่า ใครชอบแบบไหน เพราะการต่างเพียงแค่ 1 นิ้ว ก็เพิ่มความสวยให้ความรู้สึกของแต่ละคนได้ไม่เท่ากันจริง ๆ

ระบบความปลอดภัย

รถยนต์ใหม่ยุคนี้ ต้องมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ถึงแม้ว่าทั้ง 2 รุ่นจะมาด้วยราคาไม่ถึงล้านบาท แต่ก็ใส่ระบบความปลอดภัยมาให้จำนวนหนึ่ง มีอะไรบ้าง ลองมาดูกัน

ชัดเจนตรงที่ว่า ระบบความปลอดภัยของ Mitsubishi Xpander Cross มีมามากกว่า ทั้ง Brake Assist และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCL ที่ Suzuki XL7 ไม่มี รวมทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ด้วย

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ถึงจะเป็นสายลุย แต่ก็ต้องเอาใจคนนั่งด้วย มาดูกันว่าอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรถ มีอะไรที่น่าสนใจบ้างของทั้ง 2 รุ่นนี้ ลองมาดูกัน

มองภาพรวมกว้าง ๆ อาจะใกล้เคียงกัน แต่ลงในรายละเอียดแล้ว Suzuki XL7 นำหน้าอยู่เล็กน้อย ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 10 นิ้ว รองรับการใช้งานทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แถมแอร์ยังเป็นแบบอัตโนมัติอีกด้วย

สี

Mitsubishi Xpander Cross และ Suzuki XL7 มีสีให้เลือกเป้นเจ้าของได้ตามนี้เลยครับ

ทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Suzuki XL7 หรือ Mitsubishi Xpander Cross ถือเป้นรถที่น่าสนใจเอาไปใช้งานทั้งคู่ ด้วยความจุที่นั่งได้มากถึง 7 ที่นั่ง ในราคาไม่ถึงล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในยุค Covid-19 อย่างมาก แต่คันไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด ต้องไปลองนั่ง ลองสัมผัส และลองขับด้วยตัวเองที่ตัวแทนจำหน่าย เมื่อลองเต็มที่แล้วคุณจะรู้เองว่าคันไหนใช่สำหรับคุณ

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ