Deft Versus : ปิกอัพตอนเดียวขับสี่….. ที่สุดของคนพันธุ์ลุย

ถึงแม้ตลาดรถขับเคลื่อน 4 ล้อในเมืองไทย จะเป็นกลุ่มเฉพาะเหมาะสำหรับสาวกจอมลุยที่ถวิลหาเพื่อมาเป็นคู่ใจในการเดินทางที่หฤโหด โดยรถขับเคลื่อนสองล้อธรรมดาไม่สามารถไปได้

Single Cab 4WD

โดยเฉพาะกลุ่มรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอนเดียวที่เคยได้รับความนิยมตามหน่วยงานราชการและเอกชน เมื่อ 30 กว่าปี แต่ด้วยเทคโนโลยี ความทันสมัยและความสบาย เข้ามามีบทบาททำให้กลุ่มรถประเภทนี้โดนแย่งส่วนแบ่งการตลาดเป็นจำนวนมากจนกลุ่มรถประเภทนี้เป็นที่รู้จักน้อยลงและปิดตายไปในที่สุดแต่ยังมีสาวกจำนวนหนึ่งที่ยังสนใจกลุ่มรถปิกอัพตอนเดียวขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำให้ค่ายรถชั้นนำของเมืองไทยส่งรถกลุ่มนี้มาทำตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานบรรทุกหนักทั้ง ชาวไร่ชาวสวน ที่สภาพถนนไม่เอื้ออำนวย แต่ท้ายสุดจะโดนใจและตอบโจทย์ แตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลยดีกว่า เริ่มจาก

ISUZU D-MAX Blue Power Spark 4WD 3.0 S Ddi

ISUZU

ค่ายรถยนต์ยอดนิยมที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่า 6 ทศวรรษ เด่นในเรื่องประหยัดและราคาขายต่อ พร้อมลุยเต็มพิกัด โหดด้วยกระจังหน้าสไตล์เอกลักษณ์แบบสีเทา พร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์พร้อมกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ ล้อเหล็กขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง H/T 245/70 R16 พร้อมไฟท้ายดีไซน์ชัดเจน และมิติตัวรถเริ่มที่ความยาว 5,215 มม. ความกว้าง 1,860 มม. ความสูง 1,780 มม. ฐานล้อ 3,095 มม.ความสูงใต้ท้องรถ 225 มม. น้ำหนักรถ 1,830 กก.มิติกระบะภายในเริ่มจากความยาว 2,305 มม. ความกว้าง 1,570 มม. ความสูง 440 มม. และความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร

ISUZU

ISUZU

ภายในมอบออพชั่นทั้ง มาตรวัดขนาดใหญ่พร้อมโทนสีภายในสีเทา เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุไวนิล พวงมาลัย 3 ก้านสามารถปรับสูง-ต่ำ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อก เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 พร้อมลำโพง 2 ตัว เครื่องปรับอากาศและถุงลมนิรภัยคู่หน้า

สำหรับผู้ที่ต้องการกำลังสูงเป็นพิเศษ อีซูซุ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน Blue Power ขนาดเดียวคือ 3.0 ลิตร รุ่น 4JJ1-TCX 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time แบบ Terrain Command ในราคา  656,000 บาท

ISUZU

Toyota Hilux Revo Single Cab 2.8 J 4WD

Toyota

อีกหนึ่งรถปิกอัพที่ครองใจสิงห์ขาลุยมานาน และทั้งหมดได้มาอยู่ในรุ่นนี้ที่ยังหล่อตลอดกาลด้วยโทนสีดำเข้มจากกระจังหน้าพร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมชุดแต่งสีดำตั้งแต่ กระจังหน้า กันชนหน้า กระจกมองข้าง และที่จับประตู พร้อมล้อเหล็กขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 205 R16 C และมิติตัวรถเริ่มที่ความยาว 5,270 มม. ความกว้าง 1,800 มม. ความสูง 1,795 มม. ฐานล้อ 3,085 มม.ความสูงใต้ท้องรถ 196 มม. มิติกระบะภายในเริ่มจากความยาว 2,315 มม. ความกว้าง 1,575 มม. ความสูง 480 มม. และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร

ภายในมีออพชั่นตามอัตภาพทั้ง มาตรวัดขนาดใหญ่พร้อมโทนภายในสีดำ เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุไวนิล พวงมาลัย 3 ก้านสามารถปรับสูง-ต่ำ และเข้า-ออกได้ เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 พร้อมลำโพง 2 ตัว เครื่องปรับอากาศ กระจกไฟฟ้ากับเซ็นทรัลล็อก ถุงลมนิรภัย 3 จุดและระบบเบรก ABS-EBD พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.8 ลิตร 1GD-FTV 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,600 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time ในราคา 675,000 บาท

Mitsubishi Triton Single Cab 4WD

mitsubishi triton single cab review

ปิกอัพค่ายทรีไดมอนด์ มาพร้อมสองทางเลือกกับรุ่นเกียร์ธรรมดากระบะท้ายยาวและเกียร์อัตโนมัติ กระบะท้ายสั้น ด้วยมิติที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ ความยาวตัวรถ 4,875 มม. (รุ่นเกียร์ธรรมดา 5,075 มม.) ฐานล้อ 2,800 มม.(รุ่นเกียร์ธรรมดา 3,000 มม.) ส่วนน้ำหนักตัวรถมากกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดา 1,780 กก. (รุ่นเกียร์ธรรมดา 1,755 กก.) แต่ความกว้าง 1,785 มม. ความสูง 1,780 มม. และความสูงจากใต้ท้องรถ 200 มม. ยังเท่ากับรุ่นเกียร์ธรรมดา

มิติกระบะภายในเริ่มจากความยาว 2,070 มม.(รุ่นเกียร์ธรรมดา 2,265 มม.) ความกว้าง 1,470 มม. ความสูง 475 มม. และความจุถังน้ำมัน 68 ลิตร (รุ่นเกียร์ธรรมดา 75 ลิตร) และติดตั้งขอเกี่ยวขอบกระบะข้างและกระบะทายสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา

mitsubishi triton single cab review

mitsubishi triton single cab review

ออพชั่นครบครันทั้ง ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ กันชหน้าสีเดียวกับตัวรถ ล้อกระทะขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 206R16C พร้อมเบาะนั่งไวนิลเป็นแบบแยกนั่งได้ 2 ที่นั่ง พร้อมกล่องคอนโซลกลางแบบมีฝาปิด ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ ปรับสูง-ต่ำ และเข้า-ออก ได้ มาตรวัดความเร็วกับรอบเครื่องยนต์พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ วิทยุ CD MP3 พร้อมลำโพง 2 จุด เครื่องปรับอากาศ และกระจกไฟฟ้ากับเซ็นทรัลล็อก โดยความปลอดภัยมีเพียงแค่ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และระบบเบรก ABS-EBD

เครื่องยนต์อันทรงพลังที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ รุ่น 4D56 ให้แรงม้าสูงถึง 178 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบขับสี่ Part-Time แบบ Easy Select 4WD ค่าตัวอยู่ที่ 682,000 บาท สำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ และ เกียร์ธรรมดา 629,000 บาท

mitsubishi triton single cab review

Nissan Navara Single Cab 4WD

Nissan Navara

ตัวเลือกน้องใหม่จากค่ายเพื่อนที่แสนดี ที่ขอกระโจนเข้าสู่ตลาดรายล่าสุด ด้วยความแข็งแกร่งในการบรรทุกที่ไม่เป็นรองใคร ผนวกกับดีไซน์เด่น ตั้งแต่ กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ กระจังหน้าสีเทา ล้อกระทะเหล็ก 15 นิ้ว พร้อมยาง 195R15C ที่เปิดกระบะท้ายสองข้าง พร้อมตะขอเกี่ยวข้างกระบะครั้งแรกกับบันไดข้างแบบ Built-IN สามารถปีนขึ้นลง ในการขนถ่ายสินค้าบรรทุกของได้ มิติตัวรถคล้ายกับรุ่นขับเคลื่อนสองล้อตั้งแต่ความยาว 5,240 มม. ความกว้าง 1,790 มม. ความสูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 3,150 มม. ขนาดกระบะบรรทุก (ยาวXกว้างXสูง) มม. 2,348X 1,560 X 472 ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร น้ำหนักรถ 1,847 กก. และ ความสูงใต้ท้องรถ 185 มม.

Nissan Navara

Nissan Navara

ภายในก็หรูเหมือนรุ่นขับเคลื่อนสองล้อทุกประการ เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์สามก้าน เครื่องปรับอากาศ กระจกไฟฟ้าเซ็นทรัลล็อคพร้อมกุญแจรีโมท แต่ที่เด่นสุดตรงที่ว่ามีกล้องมองหลังด้วยซึ่งจะแสดงผลที่หน้าจอเครื่องวิทยุ CD MP3 กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.5 ลิตร รุ่น YD25DDTI Mid Power ให้กำลังแรงสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 3600 รอบต่อนาที แรงบิด 403 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time ลุยได้ดั่งใจ สำหรับการบรรทุกหนักและยังสามารถบุกตะลุยเพื่อใช้งานได้ในทุกสภาพถนน ในราคา 653,000 บาท

Nissan Navara

Ford Ranger Standrad Cab 3.2 HR 4WD

Ford Ranger

ปิกอัพจากเมืองลุงแซมที่ไม่กี่วันเตรียมที่จะเผยรุ่นปรับโฉม แต่ว่ามีความแตกต่างจากชาวบ้านพอสมควรตรงที่เป็นกระบะท้ายพื้นเรียบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Flat Bed 4WD กระบะพื้นเรียบ เปิดได้ 3 ด้าน เสริมออฟชั่นเด่นด้วยระจังหน้าใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูพร้อมปั้มชื่อ Ranger ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ให้ความสว่างในยามขับรถกลางคืนเ กันชนหน้าออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความเข้มอีกระดับ และกระทะล้อ 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/65 R17

ด้วยมิติตามมาตรฐานค่ายมะกัน ตั้งแต่ ความยาวตัวรถ 4,995 มม.ความกว้าง 2,180 มม. ความสูง 1,837 มม. ฐานล้อ 2,850มม. และความสูงจากใต้ท้องรถ 210 มม. มิติกระบะภายในเริ่มจากความยาว 1,950 มม. ความกว้าง 1,932 มม. ความสูง 332 มม. และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร  ภายในมอบออฟชั่นความสบายด้วย เซ็นทรัลล็อค พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เครื่องปรับอากาศ เบาะนั่งสปอร์ตแยกส่วน และกล่องคอนโซลกลาง

แรงด้วยเครื่องดีเซลเทอร์โบแปรผัน Duratorq TDCI 3.2 ลิตร 5 สูบ 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที แรงบิด 470 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สุดไฮเทค ชุดเดียวกับ Ford Everest ด้วย ระบบ 4WD Terrain Management System ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ตามสภาพถนนและช่วงล่างหลังคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์ พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ระบบเบรก ABS-EBD ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ระบบควบคุมการทรงตัว ESP และ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC ในราคา 949,000 บาท

Ford Ranger

TATA Xenon 150 NX-Pert 4WD

Tata

Tata

ปิดท้ายด้วยปิกอัพแดนภารตะที่ขอเข้าร่วมในกลุ่มรถขับสี่ พร้อมจุดเด่นตรงที่ กระบะท้ายพื้นเปิดได้ 3 ด้าน ที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยมิติกระบะภายในเริ่มจากความยาว 2,500 มม. ความกว้าง 1,720 มม. ความสูง 380 มม.ส่วนมิติตัวรถพัฒนาจากรุ่นตอนเดียวตั้งแต่ความยาว 5,125 มม.ความกว้าง 1,860 มม. ความสูง 1,765 มม. ฐานล้อ 3,150 มม. และความสูงจากใต้ท้องรถ 210 มม.

Tata

TATA Xenon 150NX-Plore 4WD

ตอบทุกการใช้งานด้วยพวงมาลัยสามก้าน พาวเวอร์ ตกแต่งภายในสีดำทูโทน พร้อมเครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 เครื่องปรับอากาศ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อก กุญแจรีโมทพร้อมระบบกันขโมย ภายนอกมีสีสันด้วยกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถพร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ และล้อเหล็กขนาด 16 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ และยางขนาด 215/75 R16

แรงไม่ซดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.2 ลิตร DICOR ให้กำลังถึง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาทีแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่1,500-3,000 นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และระบบขับสี่แบบ Part-Time ในราคาพิเศษ 564,900 บาท

Tata

 

รถปิกอัพตอนเดียวขับ 4 ที่นำมาจับเชงครั้งนี้ คงถูกใจแฟนๆขาลุยขนานแท้ ที่อยากรถขับแนวลุยๆพร้อมที่จะบรรทุกของได้เต็มพิกัด สำหรับเจ้าของกิจการ เจ้าของสวน รวมถึง กลุ่มออฟโรดที่ต้องการต่อยอดไปตกแต่งเสริมสมรรถนะ งานนี้รักใครชอบ คุณลูกค้าเท่านั้นเป็นผู้ชี้ชะตาเอง!!!!!!

เรื่องโดย นายเต้ย

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com