ยลโฉมจริง!! 2021 The new Mercedes-Benz E-Class มาดใหม่….เก๋งหรูขวัญใจนักธุรกิจ เริ่ม 3.19 ล้านบาท

นับเป็นรถยนต์ที่ยังมีความสนใจไม่น้อยและคู่ควรกับกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหารที่ชอบความภูมิฐาน หรูหราและสปอร์ตในคันเดียวสำหรับ The new Mercedes-Benz E-Class Facelift และความหล่อหรูครั้งนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้ชาวไทยได้สัมผัส

Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class

โดย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัว The new Mercedes-Benz E-Class อย่างเป็นทางการโดยจำหน่ายถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน พร้อมทำราคาท้าชนกับเพื่อนรักพิกัดเดียวกันอย่าง BMW 5 Series LCI หน้าตาปรับเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่ ชุดแต่ง AMG Body styling ที่มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจาก AMG Performance models กระจังหน้า diamond radiator grille ลงตัวด้วยไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED แบบอัจฉริยะด้วยหลอดไฟ LED จำนวน 84 หลอดต่อ 1 ข้าง ทั้งยังปลอดภัยด้วยระบบส่องสว่างระยะไกลสูงสุดถึง 650 เมตรแบบ ULTRA RANGE high beam ความโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คันนี้ยังต่อเนื่องไปที่ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้วจาก AMG พร้อมยาง 245/40R19 สำหรับล้อหน้า และ 275/35R19 สำหรับล้อหลัง และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 245/45 R18 และ 275/40 R18 ในรุ่น E 300 e Avangrade โดดเด่นด้วยด้วยไฟท้ายแบบ Full-LED ที่ออกแบบให้เข้ากันกับกันชนท้ายและฝากระโปรงท้ายดีไซน์ใหม่ ผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังโปร่งสบายด้วยหลังคาแก้วแบบ Panoramic Sunroof ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า

Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class

ภายในตกแต่งใหม่แต่ความรู้สึกยังหรูหราเช่นเดิม ตั้งแต่ชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package แม่นยำทุกการควบคุมด้วยพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตใหม่แบบ 3 ก้านท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control เพื่อให้ทุกการควบคุมเป็นไปตามธรรมชาติภายใต้หลักสรีรศาสตร์ เบาะนั่งแบบสปอร์ตเพิ่มความกระชับในทุกรูปแบบการขับขี่ พร้อมคอนโซลหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตลอดทั้งคัน สามารถปรับอารมณ์ของรถให้เป็นไปตามความรู้สึกด้วยไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Premium Ambient light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี พร้อม Animation เปลี่ยนสีอัตโนมัติแบบเคลื่อนไหวให้เลือกได้มากถึง 10 แบบ พร้อมเพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® surround sound system พร้อมลำโพงจำนวน 13 ตำแหน่ง

Mercedes-Benz E-Class

พร้อมผสานทุกการควบคุมเข้าด้วยกันผ่านระบบ MBUX รุ่นล่าสุดที่แสดงผลผ่านหน้าจอแบบ Digital Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้วจำนวน 2 หน้าจอ รวมถึงฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ แป้นควบคุมแบบ Touchpad และระบบสั่งการด้วยเสียงรูปแบบใหม่ที่สามารถเริ่มต้นการใช้งานได้ง่ายเพียงพูดว่า “Hey Mercedes” เรื่อยไปจนถึงการผสานรถยนต์และสมาร์ทโฟนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนด้วยระบบเชื่อมต่อ Smartphone integration ที่ใช้งานได้ทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto และระบบแผนที่นำทางแบบ 3 มิติ ฯลฯ การเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ยังทำได้อย่างไม่มีขีดจำกัดด้วยระบบสัญญาณ 4G-LTE แบบ E-SIM สามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เช่น เส้นทาง จุดหมายสำคัญ รายงานสภาพจราจรแบบ Live traffic ฟังวิทยุแบบ Online Radio รวมถึงสามารถติดต่อสื่อสารกับศูนย์บริการได้โดยตรงทั้งการสั่งงานผ่านหน้าจอรถยนต์ หรือผ่านแอปพลิเคชัน Mercedes me

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมรถยนต์จากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes me ไม่ว่าจะเป็นการล็อกหรือปลดล็อกรถยนต์ การเปิดและปิดกระจกรวมถึงหลังคา Panoramic Sunroof การตรวจสอบและรายงานสถานะของระบบปลั๊กอินไฮบริด การจัดการระบบเปิดแอร์ล่วงหน้าแบบ Pre-Entry Climate Control การค้นหาตำแหน่งของรถ การรายงานสถานะของรถแบบ real-time เช่น ระดับน้ำมัน หรืออุณหภูมิของเครื่องยนต์ รวมไปถึงการโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฯลฯ

Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class

สำหรับเมืองไทยมีขุมพลังให้เลือกถึง 2 รูปแบบตั้งแต่ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร รหัส M274 DE 20 AL 4 สูบ 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าพัฒนาใหม่เพิ่มพลังถึง 122 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันจะแรงม้าสูงสุด 320 แรงม้าที่ 4,500-5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงถึง 700 นิวตันเมตร พุ่งทะยานด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.7 วินาที

จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9 G-Tronic ทั้งการช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ด้วย E-Mode ได้ไกลกว่าเดิมถึง 30% หรือวิ่งในโหมดนี้ได้ไกลสูงสุดถึง 50 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคู่กับประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ที่มีขนาดความจุ 13.5 kWh ผสานกับประสิทธิภาพของเซลล์แบตเตอรี่ซึ่งมีส่วนผสมของลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ (Li NMC) ส่งผลให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากความจุ 10% จนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาทีหากชาร์จด้วยเครื่องประจุไฟฟ้าวอลล์บอกซ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรุ่น E300 e

Mercedes-Benz E-Class

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลยังจำหน่ายต่อไปกับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส OM654 2.0 ลิตร 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9 G-Tronic พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย แบบ Gerashift Paddles ในรุ่น E 220 d

ทั้ง 2 ขนาดเครื่องยนต์ ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้ตามแบบฉบับของคุณด้วยระบบ DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือกทั้งหมด 6 รูปแบบด้วย

Mercedes-Benz E-Class

 

พร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน อาทิ ระบบแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจรแบบ Blind Spot Assist พร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนเปิดประตูแบบ Exit Warning ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเหลือก่อนเกิดอุบัติเหตุ PRE-SAFE® เซ็นเซอร์รอบคันจำนวน 12 จุด แบบ PARKTRONIC พร้อมระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบ Active Parking Assist และกล้องแสดงภาพรอบคันแบบ 360 องศา ฯลฯ

Mercedes-Benz E-Class
Mercedes-Benz E-Class

The new Mercedes-Benz E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท

Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ