2022 Lexus ES Facelift สุนทรียภาพใหม่แห่งการเดินทาง เริ่ม 3.625 ล้านบาท

เลกซัสประเทศไทย แนะนำ Lexus ES Facelift ตอกย้ำภาพลักษณ์ยนตรกรรมซีดานหรูสำหรับผู้บริหาร มาพร้อมกับการออกแบบรายละเอียดและเทคโนโลยี ภายในโดดเด่น ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ตลอดจนเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus เจเนอเรชันที่ 2 ความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบสไตล์สปอร์ต เท่ห์ โฉบเฉี่ยว ขยายขีดจำกัดของ ES ให้มากกว่าแค่ความนุ่มสบาย ด้วยการแนะนำ Lexus ES F SPORT เป็นครั้งแรก

Lexus ES Facelift

Lexus ES  ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวแบรนด์เลกซัสคู่กับ Lexus LS เมื่อปีพ.ศ. 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นเป็นต้นมา Lexus ES ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสารที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเลกซัส แตกต่างจากรถยนต์หรูทั่วไป จากความนิยมดังกล่าวทำให้ Lexus ES เดินทางมาสู่ เจเนอเรชั่นที่ 7 ด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกมากถึง 2.65 ล้านคัน

Lexus ES Facelift เป็นการปรับโฉมครั้งแรกในรอบ 3 ปีบนพื้นฐานเจนที่ 7 พร้อมกับการออกแบบ ที่ลงตัวมากยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่รับกับกระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์ใหม่ เส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว ไฟหน้าแบบ 3-eye LED Headlamps มาพร้อมกับเทคโนโลยี Blade Scan Adaptive High-beam System ที่จะทำหน้าที่ปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะ ช่วยกระจายแสงไฟด้านหน้ารถได้อย่างแม่นยำและละเอียดมากยิ่งขึ้น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/45R18

Lexus ES Facelift
Lexus ES Facelift
Lexus ES Facelift
Lexus ES Facelift
Lexus ES Facelift

 ภายในห้องโดยสาร ยังคงไว้ซึ่งความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่กับความกว้างขวางของที่นั่งด้านหลัง และความเงียบภายในห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมเอาใจคนชอบสมาร์ทโฟนด้วยที่ชาร์จไร้สาย Wireless Charger บนพื้นฐานคอนโซลหน้าทรงเดิม จอแสดงผลเหนือแผงหน้าปัด head-up display และโทนสีภายในกับเบาะนั่งหนังแท้ที่แตกต่างกัน

Lexus ES Facelift
Lexus ES Facelift
Lexus ES

นอกจากนี้ยังแนะนำ Lexus ES Facelift รุ่น F SPORT ครั้งแรกในประเทศไทยเติมความจัดจ้านเร้าใจ ขยายขีดจำกัดของ ES ที่มากกว่าแค่ความนุ่มสบาย บ่งบอกความเป็น F SPORT ด้วยกระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์พิเศษสีดำ พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/40 R19 ล้อดำ ที่มีเฉพาะในรุ่น F SPORT เท่านั้น เสริมบุุคลิกของรถให้ดุุดัน ภายในห้องโดยสารตกแต่งให้สร้างความเร้าใจได้ตั้งแต่แรกสัมผัส ด้วยเบาะนั่งด้านหน้าแบบ F SPORT ดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเบาะของรถสปอร์ตคูเป้อย่างเลกซัส LC โดยวัสดุที่ใช้จะเป็นโฟมขึ้นรูปที่เหมาะกับสรีระ โอบกระชับร่างกายได้อย่างพอดี ให้ความสบายตามมาตรฐานเลกซัส ให้ความเพลิดเพลินกับสมรรถนะแบบสปอร์ตของรถได้อย่างเต็มที่

Lexus ES Facelift

เพียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยมและควบคุมได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นล่าสุด มั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับและครบครันอย่าง Lexus Safety System Plus เจเนอเรชันที่ 2 พร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยจอด (Parking Support Brake : PKSB) เพิ่มความปลอดภัยขณะถอยจอด โดยระบบจะทำการเบรกโดยอัตโนมัติทันที หากระบบประเมินว่าอาจเกิดการชนและระบบอื่นๆทั้ง ระบบป้องกันก่อนการชน Pre-Crash safety system, ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ Adaptive High Beam, ระบบช่วยรักษาช่องทางการวิ่ง Lane Keeping Assist ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control, ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างทั้งสองฝั่ง (Blind Spot Monitor) โดยจะมีสัญญาณเตือนในกรณีที่จะเปลี่ยนเลน ระบบสัญญาณเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) ในกรณีเมื่อมีรถคันอื่นอยู่ด้านหลังรถเราเพิ่มความสะดวกในการถอยหลังและถุงลมนิรภัย 10 จุดรอบคัน

Lexus ES Facelift
Lexus ES Facelift

พร้อมขุมพลังแรงและรักษ์โลกกับ เครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 2.5 ลิตร รุ่น A25A-FXS VVT-iE ให้กำลัง 178 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 221 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า และเมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้าสูงสุด 218 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่แบบ นิคเกิล-เมทัลไฮไดร (Ni-MH) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมระบบช่วงล่างหลังใหม่แบบดับเบิ้ลวิชโบน ช่วยให้เกาะถนนและทรงตัวเป็นเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่

Lexus ES Facelift

และ lexus ES Facelift รุ่น F SPORT มาพร้อมช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้การตอบสนองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งการควบคุมพวงมาลัยได้อย่างเฉียบคม เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและยังคงนุ่มนวลในทุุกการขับขี่ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำ Performance Dampers ที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยซับแรงสั่นสะเทือนจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาใช้ ช่วยในการควบคุมรถได้อย่างดีเยี่ยม และระบบช่วงล่างแปรผัน (Adaptive Variable Suspension : AVS) ที่ปรับระดับความนุ่มนวลและสปอร์ตได้ 650 ระดับโดยอัติโนมัติ ตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงรายละเอียดอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ในรถ ที่ช่วยให้เป็นรถที่น่าประทับใจในทุุกการขับขี่อย่างแท้จริง

Lexus
Lexus ES Facelift

เลือกเป็นเจ้าของยนตรกรรมหรู Lexus ES 300h Facelift ประกอบนอกทั้งคัน ที่ ผู้แทนจำหน่าย เลกซัส อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2564โดยมีราคาแนะนำดังนี้

- รุ่น Luxury 3,625,000 บาท

- รุ่น Grand Luxury 3,795,000 บาท

- รุ่น F-Sport 4,380,000 บาท

 

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

 

5 เรื่องน่าสนใจ