2021 Royal Enfield Meteor 350 อีซี่ครุซเซอร์รุ่นใหม่ มอบประสบการณ์ในการขับขี่เพื่อการเดินทาง เริ่ม 150,000 บาท

รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลก (250 – 750 ซีซี) เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ 2021 Royal Enfield Meteor 350

Royal Enfield Meteor 350

Royal Enfield Meteor 350 เป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพมอเตอร์ไซค์แบบครุซเซอร์ที่นักขับขี่ชื่นชอบ ก่อนหน้านี้ ในช่วงปี 90 รอยัล เอนฟิลด์ได้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์เพื่อการขับขี่ระยะไกลรุ่นแรกในประเทศอินเดีย อย่าง Citybike และLightning ก่อนจะตามมาด้วยรุ่น Thunderbird เจเนอเรชั่นแรกในปี 2545 จากนั้นในปี 2551 ทางแบรนด์ได้เปิดตัว Thunderbird UCE Twin-Spark และตามมาด้วยรุ่น Thunderbird X ในปี 2561 ซึ่งเป็นรถที่ทำให้ตลาดรถสไตล์ครุซเซอร์เป็นที่นิยมมากขึ้นและยังขยายตลาดกลุ่มมอเตอร์ไซค์เพื่อการขับขี่ระยะไกลของประเทศอินเดีย ซึ่งให้ความสบายขณะขับขี่ พร้อมสไตล์ที่มีเสน่ห์ แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความร่วมสมัย ด้วยการสานต่อแนวคิดของรถเพื่อการขับขี่ท่องเที่ยวระยะไกล โดย Royal Enfield Meteor 350 จึงครบครันไปด้วยสมรรถนะที่พร้อมสำหรับการออกเดินทางที่ไกลขึ้นไปอีก ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างเป็นเลิศ ให้ความสบายขณะขับขี่และเข้าถึงได้ รถรุ่นนี้เป็นการผสมผสานอย่างมีเสน่ห์ของสไตล์การขับขี่ของมอเตอร์ไซค์คลาสสิกที่มาพร้อมสมรรถนะที่ทันสมัย เราต้องการผลิตมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่สร้างประสบการณ์การขับขี่แบบท่องเที่ยวได้อย่างยอดเยี่ยม แม้แต่ในหมู่นักขับขี่ที่มากประสบการณ์ คือความสมบูรณ์แบบ ที่ได้มีการนำหลักการทางสรีรวิทยามาช่วยในการออกแบบให้ขับขี่ได้ง่ายและสบาย

Royal Enfield Meteor 350

Royal Enfield Meteor 350 ยังมาพร้อม Royal Enfield Tripper ซึ่งเป็นหน้าจอนำทางแบบ turn-by-turn ที่ใช้งานได้สะดวก เราได้ใช้เวลาคิดค้นและทดลองไปกับการพัฒนาระบบนำทางด้วยตัวเองซึ่งเรียบง่ายและฉลาด ผ่านการผนวกเข้ากับระบบ Google Maps ที่จะช่วยให้นักขับขี่ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องบนท้องถนนผ่านการแจ้งข้อมูลที่จำเป็น ขณะที่การแสดงผลจะไม่สร้างการรบกวนขณะเดินทาง เป็นระบบนำทางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้ เป็นรถที่มีสมรรถนะรอบด้าน ได้รับการพัฒนามาอย่างเหนือชั้น และเราก็มั่นใจว่า จะปลุกกระแสความนิยมในการขับขี่เพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน

Royal Enfield Meteor 350

ยกระดับขึ้นสู่ท็อปคลาสได้อย่างแท้จริง ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Oil Cooled) กระบอกสูบเดี่ยว ขนาด 349 ซีซี ทำให้เมทธีออร์สามารถสร้างขุมพลังสูงสุด 20.2 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 27 นิวตันเมตร ที่ 4000 รอบต่อนาที ทำให้เกิดเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์ครุซเซอร์ บาลานเซอร์ชาร์ปออกแบบใหม่ ช่วยให้รู้สึกขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล ระบบจ่ายน้ำมันแบบไฟฟ้ามีผลต่ออัตราการตอบสนองของคันเร่งที่ดีขึ้น ในแง่ของสมรรถนะที่รอบด้าน เครื่องยนต์ใหม่มีเกียร์ 5 สปีด โดยที่เกียร์ 5 จะทำหน้าที่ Overdrive ให้ขับขี่ได้อย่างไร้กังวล และช่วยประหยัดน้ำมันเมื่อเดินทางระยะไกล ยังมาพร้อมแผ่นเหล็กคลัทช์ 7 ชั้นที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ง่ายขึ้นท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่น

Royal Enfield Meteor 350

แชสซีแบบ Twin Downtube Spin Frame ของเมทธีออร์ 350 ออกแบบให้เกิดความมั่นใจในการขับขี่บนทางคดเคี้ยว และแข็งแรงดุจหินขณะขับขี่ในระยะไกล แต่ก็ควบคุมได้อย่างง่ายดายบนถนนในเมืองที่วุ่นวาย เบาะนั่ง และศูนย์ถ่วงที่ลดความสูงลง ประกอบกับความแข็งแรงของตัวรถ ทำให้เกิดสภาพที่เหมาะสมสำหรับทั้งนักขับขี่ในเมือง และผู้แสวงหาการผจญภัยบนเส้นทางระยะไกล ระบบกันสั่นสะเทือนหน้าแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 มม. พร้อมระยะยุบ 130 มม. และโช้คคู่ปรับระดับได้ 6 ระดับและปรับพรีโหลดได้ช่วยให้วางมือได้อย่างกระชับและนุ่มสบาย และเพื่อให้เกิดประสบการณ์ในการขับขี่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ จึงได้มีการออกแบบที่พักเท้าให้เยื้องไปด้านหน้าเพื่อให้การขับขี่สบายมากขึ้นตามหลักสรีรศาสตร์

Royal Enfield Meteor 350
Royal Enfield Meteor 350
Royal Enfield Meteor 350
Royal Enfield Meteor 350

Royal Enfield Meteor 350 ใช้ล้ออัลลอยและยางแบบไม่มียางใน (Tubeless) ตามมาตรฐาน ให้นักขับขี่ได้รับความสะดวกสบาย โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่บนเส้นทางที่มีระยะไกล ความสบายที่เพิ่มขึ้นและรูปทรงของรถเพื่อการขับขี่ท่องเที่ยวขนานแท้ เกิดจากการใช้ชุดล้อหน้า 100/90 - 19 และชุดล้อหลัง 140/70 - 17 ระบบเบรกที่มีความปลอดภัยสูง ABS (Anti-Lock Braking System) แบบ Dual Channel ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เบรกหน้าจานดิสก์ขนาด 300 มม. และเบรกหลังจานดิสก์ขนาด 270 มม. ชุดไฟหน้าและไฟหลัง เป็นแบบ LED เพื่อให้เกิดความคมชัด ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ใช้หลอดไฟฮาโลเจนที่ให้ลุคสุดคลาสสิก ปุ่มบนแฮนด์เดิ้ลบาร์ที่เรียบง่ายแต่ดูพรีเมี่ยม พร้อมสวิทช์แบบโรตารี่ให้ความรู้สึกคลาสสิกตามสไตล์รอยัล เอนฟิลด์ มาพร้อมแผงหน้าปัดแบบใหม่ที่ใช้เข็มวัดความเร็วอนาล็อก ‘Dancing needle’ ให้ความสง่างามเหนือกาลเวลา ที่เข้ากับการใช้งานหน้าจอ LCD ที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ระดับเกียร์ ที่วัดน้ำมัน นาฬิกา และเลขวัดระยะทาง นอกจากนี้ ยังมีช่องเสียบสาย USB ที่ซ่อนอยู่ใต้แฮนด์เดิ้ลบาร์ ให้คุณชาร์จไฟได้ง่ายขณะขับขี่

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์ตกแต่งมอเตอร์ไซค์ของแท้ (Genuine Motorcycle Accessories) ที่ออกแบบและคิดค้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถสั่งเพิ่มได้ในระหว่างการซื้อรถ ทั้งชุดประกอบด้วย อุปกรณ์ใช้งาน เช่น เบาะพักหลังของที่นั่งซ้อนท้าย แผ่นกันลมทัวริ่งสกรีน ที่เก็บสัมภาระ การ์ดป้องกันเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งสไตล์คลาสสิก ท่อไอเสียที่มีให้เลือกทั้งแบบสแตนเลสและแบบเคลือบสีฝุ่น เบาะรองนั่งขับขี่แบบ ทัวริ่งที่ออกแบบและผลิตอย่างสวยงาม ซึ่งทั้งหมดจะมาพร้อมประกัน 3 ปี นอกจากนี้ นักขับขี่ยังสามารถเลือกสรรอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายอื่นๆ ที่สะท้อนสไตล์ในแบบของตัวเองด้วยชุดเกียร์ หมวกกันน็อกที่มีให้เลือกหลายสี เสื้อยืด และของใช้ส่วนบุคคลที่ล้วนแต่ออกแบบมาเพื่อเมทธีออร์คันโปรด ตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับขี่ท่องเที่ยวระยะไกล

Royal Enfield Meteor 350
Royal Enfield Meteor 350
Royal Enfield Meteor 350

Royal Enfield Meteor 350 พร้อมจำหน่ายใน 3 รุ่น ประกอบด้วย

● รุ่น Fireball มีให้เลือกทั้งสีแดงและสีเหลือง มาพร้อมกับล้อสีดำและขอบล้อสีเดียวกับตัวรถ ตัดกับสีดำเข้มของเครื่องยนต์และส่วนอื่นๆ ของตัวรถ ในราคา 150,000 บาท

● รุ่น Stellar มีให้เลือกทั้งสีแดงร่วมสมัย สีน้ำเงิน และสีดำด้าน รับกับส่วนประกอบต่างๆ ของตัวรถได้อย่างพอดี แฮนด์มือจับแบบ Chrome มีที่พักหลังที่ให้ความรู้สึกสบายสำหรับที่นั่งซ้อนท้าย ในราคา 155,000 บาท

● รุ่นท็อป Supernova มีให้เลือก 2 สี คือสีน้ำตาลและสีฟ้าทูโทน เข้ากับรูปลักษณ์แบบพรีเมี่ยมของตัวรถได้เป็นอย่างดี มีรายละเอียดมากขึ้นที่ชุดล้อ พร้อมเบาะนั่งแบบพรีเมี่ยมพิเศษในราคา 159,500 บาท

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ