เส้นทางล่าฝันสู่บัลลังก์แชมป์เอเชีย ทีมแข่ง เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์

  • โดย : สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม
  • 10 ก.ค. 58
  • 4,800 อ่าน

ความสำเร็จของทีม เอ.พี. ฮอนด้า ประเทศไทยเกิดขึ้นอีกครั้งในศึก FIM Asia Road Racing Championship ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อสองเด็กไทย ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และสแตม-อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดชาวไทยกอดคอขึ้นโพเดี้ยมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี

 

 

ความสำเร็จของทีม เอ.พี. ฮอนด้า ประเทศไทยเกิดขึ้นอีกครั้งในศึก FIM  Asia Road Racing Championship ในสนามที่ 3 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อสองเด็กไทย ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และสแตม-อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดชาวไทยกอดคอขึ้นโพเดี้ยมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี

ผ่านไปแล้วอีก 1 สนามสำหรับการแข่งขัน  FIM Asia Road Racing Championship 2015 เส้นทางล่าฝันสู่ความเป็นเจ้าแห่งความเร็ว ณ สนามซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1-5 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันในรุ่นนี้ดวลกัน 8 รอบสนาม มีความเข้มข้นในเรซที่ 2 "ชิพ" นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์, "สแตม" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และ "เอ้" วรพงศ์ มาลาหวล เป็น 3 นักบิดที่ลงแข่งขันให้กับ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์

ควบรถแข่ง Honda CBR300R ที่ผลิตในประเทศไทยลงแข่งขันปะทะฝีมือนักแข่งเจ้าถิ่นอย่างดุเดือด แต่นักแข่งไทยก็โชว์ศักยภาพรถแข่งที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยสู้กับคู่แข่งได้ตลอดเกม ซึ่งทั้ง ชิพ และ สแตม ที่ออกตัวจากกริดสตาร์ทลำดับ 2 และ 3 ออกตัวได้อย่างดุดันโดยไล่จี้ ทาเคฮิโระ ยามาโมโตะ ที่ออกตัวเป็นที่ 1 ไปแบบเกาะติดทุกโค้ง แม้จะเป็นรองนักบิดเจ้าถิ่นในเรื่องความคุ้นเคยสนาม สุดท้ายเป็น ยามาโมโต เข้าเส้นชัยรับธงตาหมากรุกได้เป็นคันแรก เวลา 20 นาที 48.581 วินาที

ขณะที่ "ชิพ" และ "สแตม" รักษาตำแหน่งได้ดีจนวิ่งเข้าตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ส่วน "เอ้" วรพงศ์ เข้าลำดับ 33 ทำให้นักบิดไทยขึ้นโพเดียมในรุ่นนี้พร้อมกันถึงสองคน และในส่วนของคะแนนรวม 3 สนามที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ "สแตม" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์  ยังเป็นผู้นำมีแต้มเพิ่มเป็น 106 แต้ม ตามด้วย ทาเคฮิโระ ยามาโมโตะ จาก คาวาซากิ มี 104 แต้ม และ นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ มี 69 แต้ม ยึดอันดับ 3 รวมถึง วรพงศ์ มาลาหวล ยังเกาะติดอยู่อันดับ 4 มี 58 แต้ม

ทั้งนี้ นายอารักษ์ พรประภา (คนที่ 1 จากซ้ายมือ) กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวหลังจากจบการแข่งขันว่าจากผลงานของนักบิดไทยที่ทำผลงานได้อย่างต่อเนื่องในการแข่งขันรายการนี้ ทำให้ความหวังของทีมที่จะประสบความสำเร็จมีมากขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุดการดึงตัว มาโกโตะ ทามาดะ อดีตยอดนักแข่งระดับโลก ดีกรีเจ้าของแชมป์ 2 สนามโมโตจีพีปี 2004  เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนพิเศษให้นักบิดไทย น่าจะทำให้ผลงานดียิ่งขึ้นไปอีก และเป้าหมายสูงสุดที่ต้องไปให้ได้คือตำแหน่งเจ้าความเร็วของเอเชีย รวมทั้งการก้าวเข้าสู่สนามระดับโลกต่อไปด้วย

การแข่งขันเอเชียโร้ดเรซซิ่่งเปรียบเสมือนเอเชี่ยนเกมส์ของวงการมอเตอร์สปอร์ต เป็นเวทีสำคัญที่จะแสดงศักยภาพของทีมคนไทย และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยมีเป้าหมายคือแชมป์ในทุกรุ่นการแข่งขัน และเป้าหมายสูงสุดคือ ตำแหน่งเจ้าแห่งความเร็วเอเชียและก้าวสู่การแข่งขันระดับโลกในอนาคตด้วย" นายอารักษ์กล่าว

ด้านนายสมคิด ศรีสมยศ ผู้จัดการทีม A.P.Honda Racing Thailand ได้พูดถึงผลงานโดยรวมของทีมจากสนามนี้ว่า ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี น่าเสียดายที่ "โฟลท" รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ โชคร้ายมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไป โดย รัฐพงษ์ ที่ไม่มีแต้มในสนามนี้ ยังคงมี 45 แต้มอยู่อันดับ 7 ในคะแนนรวม 3 สนาม ตามหลังผู้นำอย่าง โทโมโยชิ โคยามะ นักบิดญี่ปุ่นจากค่ายเดียวกันอยู่ 36 แต้ม ซึ่งหากไม่มีข้อผิดพลาดเชื่อว่าโฟลทสามารถติดท็อปไฟว์ได้

และในรุ่น Asia Dream Cup ประทับใจ “น้องมุกข์” มุกข์ลดา สารพืช หญิงไทยหนึ่งเเดียวของทีมที่ลงบิดสู้กับผู้ชาย และยอมรับว่าเธอเป็นยอดหญิงตัวจริง ผลแข่งของทีมจบที่อันดับ15 โอเวอร์ออล ถือว่าเป็นบทเรียนรูปแบบใหม่ของนักแข่งรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับเกมส์การแข่งขันแบบเอ็นดูร้านซ์ ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งที่ทีมงานได้เรียนรู้กับการแข่งขันนี้ สนามหน้าพวกเราจะขอสู้สุดใจครับ”

ขณะที่ นายอัครเดช โรจน์สิรวรพัฒน์ (คนที่ 2 จากขวามือ) ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานสร้างสรรค์แบรนด์และผลิตภัณฑ์ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่าในสนามนี้ทุกคนในทีมมีความตั้งใจสูง โดยในรุ่น  250 ซีซี นั้น จะเห็นว่าประสบการณ์ของนัดบิดเจ้าถิ่นมีมากกว่า มีความคุ้นเคยกับสนามมากว่า ทำให้นักแข่งไทยต้านนักแข่งจากแดนซามูไรไม่ไหว แต่ก็ยังสามารถขึ้นโพเดี้ยมได้ในอันดับที่ 2และ 3 ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจ หวังว่าการแข่งขันในอีก 2 สนาม ได้แก่ สนามที่ 4 และสนามที่ 6 ที่จะจัดขึ้นยัง สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งถือเป็นสนามที่เราคุ้นเคย นักบิดไทยจะสามารถทำคะแนนสะสมได้ดีและมีโอกาสที่จะเป็นแชมป์เอเชียได้

สำหรับศึก เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ สนามถัดไป เป็นสนามที่ 4 ของซีซั่น จะกลับมาลุยกันต่อบนสังเวียนความเร็วกันในประเทศไทย ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27-30 สิงหาคมนี้ โดยนักบิดไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จะได้กลับมาลุยล่าแชมป์โฮมเรซ ต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยอีกครั้ง

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

 

[GALLERY1503]

 

5 เรื่องน่าสนใจ