เจาะลึกฟังก์ชันที่คิดเผื่อทุกบทบาทชีวิตกับ Hyundai new STARGAZER ยกระดับความปลอดภัยครบที่สุดในคลาส

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 4 เม.ย. 69 22:41
  • 1,003 อ่าน

การเปิดตัวในไทยของ Hyundai new STARGAZER อาจทำให้หลาย ๆ คนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อรถ 3 แถว 6 ที่นั่ง ระดับราคาต่ำกว่า 8 แสนบาท ที่ก่อนหน้านี้อาจมองว่าช่วงราคานี้ คงได้แค่รถพื้นฐานที่เน้นความคุ้มค่า แต่เพราะ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศชัดว่า “The new STARGAZER” รุ่นปรับโฉมใหม่ล่าสุด จะเข้ามายกระดับมาตรฐานของรถที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่สร้างครอบครัวใหม่ หรือเริ่มต้นธุรกิจเป็นสตาร์ทอัพใหม่ โดยเฉพาะการมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense (ADAS) มากถึง 13 ระบบ ซึ่งถือว่าครบที่สุดในคลาส พร้อมความสะดวกสบายที่ครบครันในแบบที่เหนือกว่ารถในช่วงราคาเดียวกัน ในราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นเพียง 719,000 บาท

Hyundai new STARGAZER

Hyundai new STARGAZER คือรถยนต์ 6 ที่นั่ง 3 แถว อเนกประสงค์รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Life Upgrader - อัปชีวิตให้เหนือกว่า” ด้วยเป้าหมายในการรองรับผู้ใช้งานที่มีหลายบทบาทในชีวิต ทั้งครอบครัวรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการรถคันเดียว ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมจัดเต็มกับระบบ Hyundai SmartSense (ADAS) มากถึง 13 ระบบ

เจาะลึก ADAS: ครอบคลุมตั้งแต่ “ลดความเหนื่อยล้า” ไปจนถึง “ลดความเสี่ยง”
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense (ADAS) ใน Hyundai new STARGAZER ถูกออกแบบให้ลดภาระของผู้ขับขี่ในสถานการณ์ที่ต้องเจอทุกวัน โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น Smart Cruise Control (SCC) พร้อม Stop & Go สามารถควบคุมความเร็วตามรถคันหน้า รวมถึงหยุด-ออกตัวตามรถคันหน้าได้อัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเหยียบคันเร่งและเบรกซ้ำ ๆ ระบบ Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning (FCA-JT) ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Electric Parking Brake (EPB) พร้อม Auto Hold ช่วยให้รถหยุด โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างในช่วงไฟแดง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง

Hyundai new STARGAZER

ในด้านการควบคุมรถและความมั่นคงในการขับขี่ The new STARGAZER ติดตั้งระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ช่วยดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ และ Lane Following Assist (LFA) ที่ช่วยประคองรถให้อยู่กลางเลนอย่างต่อเนื่อง ทำให้การขับขี่ทางไกลมีความนิ่งและลดความเครียดของผู้ขับขี่ ส่วนระบบ Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) และ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA) ก็เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยบนท้องถนน เช่น การเปลี่ยนเลนในสภาพการจราจรหนาแน่น หรือการถอยรถออกจากช่องจอด โดยระบบสามารถตรวจจับรถในมุมอับสายตาและแจ้งเตือนพร้อมช่วยเบรกในกรณีจำเป็น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในเมืองได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยยังครอบคลุมผู้โดยสารและการใช้งานในทุกจังหวะการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น Safe Exit Warning (SEW) ที่ช่วยเตือนเมื่อมีรถวิ่งมาจากด้านหลังรถขณะเปิดประตู Driver Attention Warning (DAW) ที่ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และ Leading Vehicle Depart Alert (LVDA) ที่แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว รวมถึง Rear Occupant Alert (ROA) ที่ช่วยเตือนให้ตรวจสอบผู้โดยสารด้านหลังหลังดับเครื่อง และ High Beam Assist (HBA) ที่ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติตามสภาพการจราจร ระบบทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา ADAS ใน STARGAZER ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ แต่เป็นการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในทุกมิติของการเดินทาง

ห้องโดยสารที่ปรับฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์และ Captain Seat ที่ยกระดับความสบายได้จริง
อีกหนึ่งจุดที่สะท้อนแนวคิด “Life Upgrader - อัปชีวิตให้เหนือกว่า” คือการออกแบบห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่ง 3 แถว พร้อมเบาะแถวที่สองแบบ Captain Seat แยกอิสระ ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในเซกเมนต์นี้ การเลือกใช้เบาะลักษณะนี้นับเป็นการแก้ Pain Point ของผู้ใช้งานจริง ทั้งในเรื่องความสบายของผู้โดยสาร การขึ้น-ลงรถ และความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางพร้อมผู้โดยสารหลายคนหรือเดินทางร่วมกับสมาชิกในครอบครัวจากหลากหลายเจเนอเรชัน

Hyundai new STARGAZER

จุดสำคัญอยู่ที่การออกแบบ Walk Through ระหว่างเบาะแถวที่สอง ซึ่งช่วยให้สามารถเดินเข้าสู่เบาะแถวที่สามได้โดยง่าย ไม่ต้องพับหรือเลื่อนเบาะให้ยุ่งยากเหมือนรถ MPV ทั่ว ๆ ไป ขณะเดียวกัน เบาะแถวที่สามของ Hyundai new STARGAZER ยังถูกออกแบบให้ “ผู้ใหญ่นั่งได้จริง” รองรับการใช้งานเต็ม 6 ที่นั่งได้อย่างสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,892 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่สองและสาม ทำให้รถคันนี้สามารถปรับบทบาทเพื่อตอบโจทย์ทั้งการเป็นรถครอบครัว ไปจนถึงรถสำหรับใช้งานเชิงธุรกิจได้ในคันเดียว ตอกย้ำความครบจบทุกบทบาทแบบไม่ต้องเลือก

สมรรถนะเน้นความนุ่มนวลและประหยัด
The new STARGAZER ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 MPi ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า และแรงบิด 144 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ IVT (Intelligent Variable Transmission) ที่เน้นความต่อเนื่องของอัตราเร่งและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้คาแรกเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การตอบสนองคันเร่งควบคุมง่าย โดยเฉพาะในสภาพการจราจรเมืองที่ต้องการความลื่นไหลมากกว่าความดุดัน พร้อมความประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.24 กม./ลิตร(1) เพื่อมอบความคุ้มค่าในการใช้งานสูงสุด

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับการพัฒนาอย่างชัดเจนคือ NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน ทำให้ห้องโดยสารเงียบและผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเดินทางหลายคน ขณะที่ช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทและหลังทอร์ชั่นบีม ที่เซตมาในโทน “นุ่มแต่คุมได้” รองรับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ โดยรวมแล้ว The new STARGAZER จึงเป็นรถที่ขับง่าย นั่งสบาย และเหมาะกับการใช้งานทุกวัน

The new STARGAZER จึงเป็นตัวเลือกที่สะท้อนแนวคิดของรถครอบครัวยุคใหม่ ที่มองไกลกว่าจำนวนที่นั่ง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความสามารถในการรองรับการใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน โดยรถ Hyundai new STARGAZER เปิดตัว 2 รุ่นย่อยในประเทศไทย ได้แก่ รุ่น Trend 6 ในราคาแนะนำพิเศษช่วงเปิดตัว 719,000 บาท(2) (จากราคาปกติ 795,000 บาท) และรุ่น Smart 6 ในราคาแนะนำพิเศษช่วงเปิดตัว 799,000(2) บาท (จากราคาปกติ 875,000 บาท)

Hyundai new STARGAZER

พิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ที่บูธฮุนได ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จะได้รับ Samsung B-Series Soundbar HW-B400F มูลค่า 2,990 บาท เป็นของสมนาคุณ (จำนวนจำกัด) และสำหรับ The new STARGAZER ลูกค้าจะได้รับ Samsung Music Frame HW-LD60D มูลค่า 12,990 บาท (จำนวนจำกัด) เมื่อส่งมอบรถยนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านควบคู่ไปกับการใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยสามารถสัมผัสตัวรถคันจริงและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่บูธฮุนได หมายเลข A12 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2569

หมายเหตุ:
(1)อัตราการใช้น้ำมันอ้างอิงสภาวะนอกเมือง ตามข้อมูลจาก Eco Sticker
(2)จำนวนจำกัด สำหรับลูกค้า 100 ท่านแรก ที่จองและรับรถภายในวันที่ 23 มีนาคม - 30 เมษายน 2569 เท่านั้น

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ