Test Drive : รถยนต์ All New MG 3 ปรับลุคใหม่ พร้อมจัดเต็มออฟชั่น ที่อยากชวนให้สัมผัส

หลังผ่านช่วงเวลาตลอด 3 ปี ของการทำตลาดกับรถยนต์ MG 3 แฮทช์เเบ็ก ที่ต้องยอมรับว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ด้วยยอดขายกว่า 17,000 คัน ล่าสุดช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2018 ที่ผ่านมานี้ ทาง MG ก็ได้ส่งรถยนต์ All New MG 3 ปรับหน้าตาและดีไซน์ใหม่ออกมาเพิ่มความสดใหม่ให้กับรถยนต์จากค่าย ซึ่งครั้งนี้ก็ได้โอกาสที่ทางทีมงานจะได้ทดลองขับคันจริง บนเส้นทาง กรุงเทพ-หัวหิน

แรกเห็นต้องขอบอกเลยว่ารถยนต์ All New MG 3 ยังคงภาพลักษณ์และสีสันสุดสนุก ที่จะทำให้ต้องสะดุดสายตาทุกครั้งที่เห็นกับสีตัวถังต่างๆ ที่มีให้ลูกค้าได้เลือกจับจองหลากหลาย ทั้งหมดยังคงไว้ซึ่งแนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT DYNAMIC) ที่เน้นในเรื่องของสมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN)  และความปลอดภัย (SAFETY) ออกมาในคอนเซ็ปต์ WE ARE FUN มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง

All New MG 3

All New MG 3

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายนอก พบได้กับกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม V-type ดีไซน์เดียวกับ MG ZS พร้อมไฟหน้า Projector โคมใหม่ ไฟ Daytime ติดตั้งในโคม กันชนหน้าดีไซน์สไตล์สปอร์ต โดดเด่นด้วยออพชั่นหลังคาซันรูฟ ด้านท้ายออกแบบใหม่หมด มากับไฟท้าย LED Light guide และย้ายตำแหน่งที่เปิดประตูท้ายเป็นแบบซ่อนรูป และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ และส่วนของล้ออัลลอยนั้นมีให้เลือก 2 ขนาด กับขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 195/55 R15 และขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 195/55 R16 (เฉพาะ รุ่น X และ V) ซึ่งภายนอกตัวถังนั้นได้เติมความสดใสด้วยสีสันแนว บริท ดูโอ้ คัลเลอร์ สไตลิ่ง (Brit Duo Colour Styling) ตัดกันอย่างลงตัว

ส่วนของมิติตัวรถเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ MG 3 รุ่นเดิม ตั้งแต่ ความยาว 4,055 มม. ความกว้าง 1,729 มม. ความสูง 1,516 มม. ฐานล้อ 2,520 มม. น้ำหนักรถ 1,160 กับ 1,190 กก. ระยะต่ำสุดจากพื้น 116 มม. ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตรนั้นเอง และมีสีตัวถังทั้งหมด 5 สี คือ สีเหลืองหลังคาดำ Tudor Yellow - Blacktop สีแดงหลังคาดำ Ruby Red - Black Top สีฟ้าหลังคาขาว Marina Blue - White Top สีขาว Arctic White และ สีดำ Black Knight (รุ่น C จะมีเฉพาะสีขาว Arctic White และสีดำ Black Knight)

All New MG 3

All New MG 3

ได้เวลาพร้อมทดลองขับไปกับ All New MG 3 ครั้งนี้เราเริ่มต้นกันที่ใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ แรกสัมผัสกับ MG 3 ใหม่ ในช่วงการขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นทำให้รู้สึกได้ว่าพวงมาลัยค่อนข้างหนัก ซึ่งเป็นระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฮดรอลิก  เมื่อเทียบกับใครที่คุ้นชินกับพวงมาลัยแบบไฟฟ้าที่น้ำหนักเบาที่ปรับเซ็ตในช่วงความเร็วต่ำ อาจรู้สึกได้ว่าหนักไปหน่อย ส่วนขุมกำลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร  DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode เปลี่ยนใหม่จากรุ่นก่อน รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ทาง MG บอกว่าได้รับการปรับปรุงด้วยในส่วนของจุดยึดต่างๆ แต่ยังคงใช้ชุดโช๊คและสปริงเดิม ที่ให้ฟิลลิ่งของช่วงล่างไปทางหนึบแต่ยังคงความนุ่มในการเดินทางได้ดี

mg3

ความรู้สึกการเติมคันเร่งและขับขี่ในย่านเมืองที่ใช้ความเร็วไม่มาก ตัวรถพร้อมเคลื่อนที่ไปแบบได้ไม่ปรู๊ดปร๊าดเท่าไหร่นักกับอัตราเร่งในช่วงต้น แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในเมือง แต่สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจไม่น้อยกับการทำความเร็วในช่วงกลางเป็นต้นไป ทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์กลับให้การตอบสนองกับอัตราเร่งที่ต่อเนื่องอย่างดีเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดตัวรถและเครื่องยนต์ บวกกับช่วงล่างอันเลืองชื่อของ MG ก็ทำให้เราสามารถทำความเร็วขึ้นไปแบบไหลๆ ต่อเนื่อง ในระดับที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ใครที่กังวลว่ารถเล็กๆ แบบนี้ จะสามารถวิ่งต่างจังหวัดได้ไหม จะสามารถทำความเร็วและขับขี่อย่างมั่นใจไหม ต้องบอกเลยว่าหายห่วง แต่ในจังหวะที่ต้องการเร่งแซงนั้นคุณอาจจะต้องระมัดระวังและเผื่อระยะในการเร่งแซงเพื่อความปลอดภัยไว้สักหน่อย

All New MG 3

ซึ่งหลังจากที่เราเดินทางจากย่านใจกลางเมือง ไม่นานเราก็ลงทางด่วนย่านพระราม 2 เพื่อมุ่งหน้าลงใต้ ไปยังจุดหมายที่หัวหิน ตลอดเส้นทางการขับขี่ในช่วงนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าค่อนข้างเป็นเส้นทางตรงตลอด การขับขี่อย่างที่ได้บอกว่า การทำความเร็วระดับเดินทางต่างจังหวัดไปได้แบบสบายๆ ช่วงล่างให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างดี จังหวะขับผ่านคอสะพานและจัมพ์ลงช่วงคอสะพานช่วงล่างสามารถซัพแรงและมอบความมั่นใจให้เราได้ในการควบคุมรถต่อไป ส่วนของระบบเบรกมั่นใจได้ กับระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน  และเบรกหลังแบบดรัมเบรก

All New MG 3

ภายใน All New MG 3 ได้รับการออกแบบและดีไซน์ใหม่ได้อย่างลงตัวและมีสไตล์ ปรับภาพลักษณ์และความรู้สึกกับ MG ไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าวัสดุที่ใช้ภายในส่วนต่างๆ บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูจะเป็นแบบพลาสติกแข็ง แต่ก็ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลาย รวมไปถึงการปั้มขึ้นรูปเพื่อไม่ให้ดูเรียบเกินไป และด้วยภายในที่มีการดีไซน์และตกแต่งในแบบสไตล์ยุโรป ที่ผสานด้วยเส้นสายสีสันลายโมเดิร์นกราฟิก ก็ช่วยทำให้ห้องโดยสารดูมีสไตล์ไม่น้อย และยังคงความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ พวงมาลัยหุ้มหนังสามก้านพร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย (เฉพาะรุ่น X และ V) เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง (ยกเว้น รุ่น C) ช่องปรับอากาศฝั่งซ้ายและขวาออกแบบสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ ทรงกลม เด่นด้วยจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X และ V) เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ และช่องเชื่อมต่อยูเอสบี และไฮไลท์กับระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการภาษาไทย ที่เราสามารถควบคุมระบบการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เพียงแค่พูด “ฮัลโหล เอ็มจี” (Hello MG) เพื่อเริ่มต้นใช้งาน หรือจะสั่งการและใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะสั่งระบบล็อก และปลดล็อกประตู ระบบวางแผนการเดินทาง ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ และระบบค้นหารถ Find my car รวมถึงระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และเตือนความผิดปกติของรถยนต์ได้เพียงปลายนิ้ว ไม่ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ใกล้ตัวรถก็ตาม

All New MG 3

ส่วนรายละเอียดด้านความปลอดภัย เช่นเคยทาง MG ยังจัดมาให้น้องเล็กในค่ายแบบจัดเต็มกับโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชั่น ดังนี้
1. ABS (ANTI-LOCK BRAKING SYSTEM) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน
2. EBA (ELECTRONIC BRAKE ASSIST) ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์
3. EBD (ELECTRONIC BRAKE FORCE DISTRIBUTION) ระบบช่วยกระจายแรงเบรก
4. SCS (STABILITY CONTROL SYSTEM) ระบบควบคุมการทรงตัว
5. CBC (CURVE BRAKE CONTROL) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง
6. TCS (TRACTION CONTROL SYSTEM) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ควบคุมการลื่นไถล
7. HAS (HILL START ASSIST SYSTEM) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
8. MSR (MOTOR CONTROL SLIDE RETAINER) ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน
9. FOLLOW ME HOME LIGHTไฟส่องสว่างนำทางหลังจากเครื่องยนต์
10. ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)
11. จุดยึดเบาะที่นั่งเด็ก ISOFIX
12. เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
13. เข็ดขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
14. กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น X และ V)
15. สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง (ยกเว้น รุ่น C)
16. ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
17. ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

All New MG 3

โดยก่อนจบการทดลองขับ All New MG 3 ในครั้งนี้ ทาง MG ก็ได้จัดสนามจิมคาน่าขึ้นเพื่อให้ได้ลองสัมผัสมรรถนะและความสนุกกับ MG 3 ใหม่ ในรูปแบบการแข่งขันจับเวลา ที่ต้องอาศัยความเแม่นยำ กับสถานีต่างๆ ที่ต้องขับผ่านทั้งสลาลม การหักเลี้ยวและเบรกแบบฉุกเฉิน ก่อนที่จะวิ่งขับผ่านไปตามไพลอนที่ถูกวางไว้ กับรูปแบบสนามการวิ่งตามภาพด้านล่างนี้

All New MG 3

ซึ่งกติกาคร่าวๆ ก็คือใครที่ทำเวลาในการวิ่งหนึ่งรอบน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ และใครที่ขับโดนไพลอนที่วางไว้แต่ละจุดจะถูกบวกเวลา และใครที่สามารถเขาไปแตะ Pac-Man ได้ ก็จะได้ลบเวลา ช่วยทำให้เวลาน้อยลงไปอีก ทำให้เราได้สัมผัสความสนุกไปกับ MG 3 ใหม่ กับพวงมาลัยที่ควบคุมได้แม่นยำ ช่วงล่างที่เกาะถนนอย่างดี ก็ช่วยให้เราควบคุมรถไปยังทิศทางได้โดยไม่โดนไพลอน และทำเวลาได้ดีเลยทีเดียวกับสนามจิมคาน่านี้

All New MG 3

และทั้งหมดคือสัมผัสแรกกับ All New MG 3 รถยนต์แฮทช์เเบ็กใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นและอัดแน่นด้วยออพชั่นมากมาย ที่นำเสนอด้วยราคาที่จับต้องได้ และปฎิเสธไม่ได้เลยว่าความคุ่มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายออกไป กับสิ่งที่คุณจะได้กับรถยนต์ All New MG 3 นั้นคุ้มค่า ซึ่งก็เหลือเพียงคุณเท่านั้นที่จะไปสัมผัสและทดลองขับด้วยตัวเอง เพื่อหาคำตอบว่าสิ่งที่คุณต้องการนั้นอยู่ในทั้งหมดของ MG 3 ใหม่แล้วหรือยัง

>>> ตารางราคารถทุกรุ่นของ MG 2018 <<<

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com