Test Drive : MG V80 Preview น้องใหม่…รถตู้หรูสบายสายพันธุ์ยุโรป

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา MG (Morris Garage) ยานยนต์สายพันธุ์ยุโรป ได้แนะนำยนตกรรมหลากลายรูปแบบจนเป็นที่รู้จักและให้การยอมรับจากผู้ใช้รถจนมีประชากรรถยนต์ MG ในเมืองไทยมากขึ้นรวม 50,000 คัน แต่ละรุ่นของรถยนต์ MG สร้างนวัตกรรมใหม่ให้วงการรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นเป็นเจ้าแรกที่ติดตั้งซันรูฟ (Sunroof) ในรถยนต์ขนาดเล็ก MG3 กับ MG5 และแนะนำระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรกและระบบเดียวในโลกที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทยในอเนกประสงค์เล็ก MG ZS

MG V80

ในปีนี้ MG สร้างสิ่งท้าท้ายให้กับวงการฯอีกครั้ง กับการทำตลาดรถตู้เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ MG V80 รุ่นที่จำหน่ายเป็นแบบหลังคามาตรฐาน 11 ที่นั่ง โดยนำแบรนด์ Maxus V80 มา Relaunch จำหน่ายอีกครั้งปรับหน้าตาใหม่พร้อมแปะตราโลโก้ MG ดีไซน์ภายนอกมีความเป็นเหลี่ยมสมส่วนตามสไตล์ยุโรป ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ แนวตั้งพร้อมไฟหรี่ LED ดวงเล็กๆในโคมไฟหน้า กระจังหน้าแนวนอนใหม่ 3 ชั้น แปะตราโลโก้ขนาดใหญ่ สวยมีภูมิฐาน กันชนหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอกเป็นออพชั่นมาตรฐาน

MG V80

 

MG V80
MG V80

ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่สีเงินขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/75 R16 กระจกมองข้างขนาดใหญ่พร้อมไฟเลี้ยวในตัวสามารถมองเห็นได้อย่างมั่นใจ ประตูสไลด์ 2 ข้าง เปิดแบบเลื่อนธรรมดาไม่ใช่ไฟฟ้า ให้น้ำหนักในการเปิด-ปิดอยู่ในระดับกลางๆ พิเศษ!!สำหรับผู้โดยสารผู้สูงอายุเพิ่มความสะดวกสบายด้วยบันไดข้างไฟฟ้าระบบอัตโนมัติเพียงแค่เลือนประตูบันไดก็จะออกมาทันที อีกหนึ่งจุดเด่นและเป็นเจ้าเดียวในตลาดนั่นคือ ประตูท้ายเปิดได้ 2 บานคู่ Giant Swing (ประตูตู้กับข้าว) เปิดแบบ 50 : 50 ได้กว้างถึง 180 องศา เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

MG V80

ตัวรถมีขนาดใหญ่โตใกล้เคียงกับคู่แข่งด้วยความยาว 4,950 มม. ความกว้าง 1,998 มม. ความสูง 2,132 มม. ฐานล้อ 3,100 มม. ภายในห้องโดยสารตั้งแต่ตอน 2 เป็นต้นไป ความยาวภายใน 2,550 มม. ความกว้างภายใน 1,770 มม. และความสูงภายใน 1,505 มม. และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร

MG V80
MG V80
MG V80
MG V80
MG V80

จุดเด่นของการเป็นรถตู้เครื่องยนต์วางหน้าทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้น ยาวขึ้น พื้นห้องโดยสารที่ราบเรียบ (Flat floor) มีความโอ่โถง นั่งสบาย สามารถเดินถึงกันได้ในแบบ Walk Through ยอมรับว่าตัวผมเองสูง 174 ซม. ต้องก้มตัวเดินไป ถึงจะลำบากแต่ไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน ภายในรถติดตั้งเบาะแบบ Bucket Seat 11 ที่นั่ง (2+2+3+4) พร้อมเข็มขัดนิรภัย ทุกที่นั่ง ตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้าค่อนข้างสูงสบาย ทัศนวิสัยมองได้อย่างชัดเจน พร้อมออพชั่นประจำรถทั้ง กระจกไฟฟ้าเซ็นทรัลล็อก พวงมาลัย 4 ก้านที่ไม่สามารถปรับระดับได้ มาตรวัดความเร็วรอบเครื่องอยู่ตรงกลางคอนโซลหน้า เครื่องเล่นวิทยุ MP3 1 DIN 2 ลำโพงพร้อมฟังก์ชั่น Bluetooth รับโทรศัพท์ เครื่องปรับอากาศแยกส่วน หน้า-หลังและคอนโซลเกียร์ที่มาอยู่ในคอนโซลกลางที่หยิบจับใช้งานได้สะดวก

MG V80

ขุมพลังประจำกาย Passenger Van 11 ที่นั่งลูกครึ่ง อังกฤษ-จีน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ Common Rail จาก VM Motori Eco-D รหัส R425 2.5 ลิตร ให้กำลังถึง 136 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 330 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์กึ่งอัตโนมัติ AMT 6 สปีด

MG V80

เส้นทางที่ MG พาผมกับเพื่อนๆพี่ๆสื่อมวลชนรวมถึงทีมประชาสัมพันธ์ MG ทั้งหมด 9 ชีวิต เดินทางกันไปที่ชลบุรี (บางแสน ร้าน Denim Dining) ไป-กลับ เกือบ 90 กม. มีการสลับขับในแต่ละช่วง กำลังแรงบิด 330 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร สร้างพละกำลังได้อย่างดี แรงต้นอาจอืดไปบ้างแต่แรงปลายไหลลื่นสบายๆ เร่งแซงคิกดาวน์อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ถึงรอบเครื่องอาจสูงก็ตามโดยทำการงานของรอบเครื่อง ตั้งแต่ 90-120 กม./ชม. ทำได้ตั้งแต่ 1,800 2,000 2,200 และ 2,500 รอบ/นาที ตามลำดับ ส่วนการเก็บเสียงถ้านั่งในตำแหน่งผู้โดยสารตั้งแต่ตอน 2 เป็นต้นไป มีความรู้สึกที่เงียบ แต่พอย้ายมาเป็นคนขับช่วงความเร็ว 100 กม./ชม. เป็นต้นไป ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังพอสมควร อาจเป็นได้ว่าวัสดุดูดซับเสียง อาจบุไม่หนาแน่นพอจนมีเสียงเครื่องยนต์ดังออกมา

MG V80

MG V80

ระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ AMT 6 สปีด พื้นฐานคือเกียร์ธรรมดาที่ใช้งานคล้ายกับเกียร์อัตโนมัติ โดยมีชุดควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า คุมการปล่อยคลัตช์และจับคลัตช์ โดยไม่ต้องเหยียบคลัตช์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ สำหรับการใช้งานบอกเลยว่าทำได้ดีกว่าตอนสมัยยุค MG 3 รุ่นก่อนปรับโฉม การเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละช่วงทำงานราบเรียบไม่กระตุก ตั้งแต่เกียร์ 1- 6 ถึงแม้ตอนออกตัวอาจมีอาการหนืดๆจนต้องกดคันเร่งนิดๆเพื่อให้ออกตัวอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ถ้าอยากขับสนุกเร้าใจยังมีเกียร์ +/- กับ โหมด Sport ให้ใช้งานอย่างสนุกสนาน

MG V80
MG V80

ช่วงล่างรถตู้คันนี้เหมือนกับรถตู้คู่แข่งจากญี่ปุ่น โดยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเพอร์สันสตรัทส่วนหลังเป็นแบบแหนบลีฟสปริง พร้อมโช้กอัพแก็ส ที่ปรับเซ็ตช่วงล่างเน้นความสบายของผู้โดยสารตอนหลังได้อย่างดี ให้ความนุ่มนวลแต่แอบมีความแข็งกระด้างบ้างในช่วงความเร็วสูง การยึดเกาะถนนทำได้ดีกว่าคู่แข่งจากญี่ปุ่นด้วยส่วนหนึ่งจากขนาดยางที่ใหญ่กว่าถึง 215 นั่นเองด้านระบบพวงมาลัยเป็นแบบ แร็คแอนด์พีเนียนพร้อมพาวเวอร์ทำงานด้วยน้ำมัน น้ำหนักดี สาววงพวงมาลัยได้อย่างสบายๆ เหมาะสำหรับคุณสุภาพสตรีใช้งานรับส่งลูกหลานไปถึงโรงเรียนอย่างสะดวก พร้อมระบบความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็น ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ระบบควบคุมการทรงตัว ESP (Electronic Stability Program) ครอบคลุมทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

MG V80

สมาชิกใหม่ของวงการรถตู้เมืองไทย วางตำแหน่งเป็นรถตู้โดยสาร 11 ที่นั่ง (Passenger Van) ซึ่งมีเหล่าบรรดาคู่แข่งตัวเอ้ทั้งจากญี่ปุ่นและเกาหลี ทำตลาดอยู่แล้วและเป็นการปูทางไปสู่ยานยนต์อีกหลายประเภทที่ MG ยังไม่เคยทำตลาดให้ชาวไทยได้รู้จักในอนาคต การมาครั้งนี้สร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้รถชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวไปจนถึงกลุ่มนิติบุคคลที่ต้องการหารถตู้เพื่อใช้งานในธุรกิจ ถึงแม้จะเป็นรถตู้นำเข้าจากจีนแต่เทคโนโลยีรวมถึงฟิลลิ่งการขับขี่เด่นไม่แพ้ใครในสไตล์ยุโรป

แต่อีกปัจจัยที่จะทำให้ MG V80 คันนี้ประสบความสำเร็จได้นั่นคือราคาจำหน่าย ซึ่งจะเฉลยในงาน Bangkok Motor Show 2019 ว่าค่าตัวจะสูงหรือตำกว่า 1 ล้านบาท งานนี้ชี้ชะตาได้เลยว่าจะรุ่งหรือร่วงสำหรับ MG V80

เรื่องและเรียบเรียงโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญทีมงาน Autodeft.com เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์ New MG V80

MG V80

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ