[Hands on] ทดสอบรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4 : แรงแบบเพียงพอ ในราคาที่ใช่

ถอยหลังกลับไปเมื่อปี 2004 กับการเปิดตัวของรถยนต์เอนกประสงค์ SUV หรือ PPV รุ่นใหม่ Toyota Fortuner ที่ทำเอาฮือฮาไปทั้งวงการ เมื่อมียอดจองแบบถล่มทลาย จนถึงขั้นต้องรอรถกันข้ามปีเลยทีเดียว ซึ่งในโฉมนั้น เป็นการใช้เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร และเบนซิน 2.7 ลิตร ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อแบบ Full-time ทำยอดขายดีมากแบบต่อเนื่องมาหลายปี

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

ลากยาวมาจนถึงปี 2015 ทางโตโยต้าจึงได้มีการเปลี่ยนโฉม Toyota Fortuner ซะใหม่ จัดการเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนซะใหม่ โดยไม่เป็นแบบ Full-time 4WD ทุกรุ่นแล้ว แต่มีให้เลือกเป็นออพชั่นว่า จะเอาเป็นแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 4 ล้อก็ได้ และมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งดีเซล 2.4 และ 2.8 ลิตร รวมทั้งเบนซิน 2.7 ลิตร แต่สำหรับรุ่นที่เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ กลับมีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวคือ 2.8V 4WD AT (ไม่รวมรุ่นชุดแต่ง Sportivo) ซึ่งบางคนก็มองว่า การจะขึ้นไปเล่นถึงเครื่อง 2.8 ก็จะดูเกินตัวไปหน่อย แต่ก็อยากจะได้รถไปลุยตามป่าเขาบ้าง เครื่อง 2.4 ก็ไม่มีแบบ 4WD ก็อาจจะลังเลอยู่ว่าจะเอายังไงดี

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

จนมาล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ ทาง Toyota จึงได้เพิ่มรุ่นใหม่เพื่ออุดช่องว่างตรงนี้ ด้วยการปล่อย Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4 เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการความแรงขนาด 177 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร สามารถเลือกซื้อรุ่นนี้เพื่อเอาไปใช้งานขับชิวบ้างขับลุยบ้างอย่างลงตัว แถมยังมีการยกเครื่องเบรกหลังกันใหม่ยกชุดทั้งซีรี่ย์ จากเดิมที่เป็นดรัมเบรกให้เป็นดิสก์เบรก 4 ล้อทุกรุ่นทุกราคาซะเลย งานนี้เล่นเอาบรรดาคนที่กำลังเลือกซื้อรถยนต์ใหม่กันอยู่ ตาลุกวาวกันเป็นแถบๆ

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

หลังการเปิดตัวไปได้ไม่นาน ทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ให้เกียรติเชิญทางทีมงาน Autodeft เพื่อทำการร่วมทดสอบแบบกลุ่มรถยนต์ใหม่ Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4 โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เขาใหญ่ การทดสอบครั้งนี้ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะทำการทดสอบแบบ On road จากกรุงเทพฯมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ก่อน ส่วนกลุ่มที่ 2 ต้องนั่งรถตู้เพื่อมุ่งหน้าสู่ไร่ทองสมบูรณ์ จ. นครราชสีมา เพื่อทำการทดสอบการขับขี่แบบ Off road ซึ่งผมเองเป็นกลุ่มที่ 2 วันแรกจึงทำการไปทดสอบแบบลุยๆก่อน

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

ก่อนออกเดินทาง ทางคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้มาเล่าถึง Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4  กันเล็กน้อย โดยนอกจากจะเป็นเครื่องยนต์รหัสเดิมคือ 2GD-FTV ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ผ่านการส่งกำลังจากเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift ที่พวงมาลัย และที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาจากเดิมก็คือ ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อนครบทั้ง 4 ล้อ บันไดข้าง กระจกไฟเลี้ยว และไฟเบรก ได้รับการออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น, ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED เพิ่มความสว่างมากขึ้น, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ให้ดูหรูหราและเพิ่มความสะดวกสบายได้มากกว่าเดิม ส่วนระบบความปลอดภัยก็ยังมีอย่างครบครันเช่นเคย ทั้ง ABS, EBD, BA, VSC, TRC, TSC, HAC, DAC  

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

หลังจากได้รับรายละเอียดเบื้องต้นแล้ว ก็เริ่มทำการทดสอบเลย โดยผมได้นั่งรถตู้เพื่อเดินทางไปยัง ไร่ทองสมบูรณ์ จ. นครราชสีมา เมื่อไปถึง ทางโตโยต้าได้จัดสนามเพื่อทำการทดสอบหลายสถานี ทั้งการได่ขึ้นทางลาดชันเพื่อทดสอบกำลังของเครื่องยนต์ระดับ 150 แรงม้า จะสามารถพารถขึ้นเนินได้อย่างไร ต้องบอกว่าตัวเนินที่ทดสอบ น่าจะอยู่ในระดับ 45 องศา สูงประมาณ 3-4 เมตร แต่การส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อ ผ่านเกียร์แบบ 4L ให้แรงบิดจากเครื่องยนต์เป็นตัวทำงาน เพียงแตะคันเร่งให้รอบเครื่องอยู่พันนิดๆ รถก็ไต่ขึ้นไปถึงกลางเนินได้อย่างสบาย แต่ก่อนจะถึงยอด ก็ขอลองระบบ HAC หรือระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันซักรอบ โดยแตะเบรกจนรถหยุด แล้วปล่อยเบรกเพื่อหันเท่าไปเหยียบที่คันเร่งใหม่ ตัวรถก็หยุดนิ่งสนิทไม่มีถอยหลังลงตามแรงโน้มถ่วง ก็ถือว่าทำงานได้ดีตามปกติ ส่วนขาลงเนินก็ทดสอบระบบ DAC หรือ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน โดยปล่อยตัวรถให้ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ระบบจะทำการดึงตัวรถด้วยการทำงานของหม้อเบรก ABS ทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วต่ำ โดยที่เท้าเราไม่ต้องแตะเบรกเลย

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

สถานีต่อมาก็ลุยโคลนที่ออกจะเป็นน้ำซะเยอะหน่อย ความสูงก็จะประมาณครึ่งล้อได้ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร กำลังเครื่องยนต์เพียงพอที่จะนำรถวิ่งขึ้นออกจากบ่อได้อย่างสบาย ถึงแม้ยางจะเป็นตัว All Terrain ที่ติดมากับรถก็ตาม ไม่มีปัญหาลื่นหรือติดหล่มติดเลนให้เห็นแต่อย่างได

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

ต่อกันอีกด้วยสถานีทดสอบ A-TRC หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ อันนี้ได้คุยกับพี่มนัส ดาวมณี ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายบริการด้านเทคนิค บอกว่าระบบนี้มันก็คือระบบ Traction Control System นั่นแหละ แต่มันจะทำการตรวจจับการหมุนของล้อได้เร็วกว่าระบบทั่วๆไป จึงได้ชื่อว่า A-TRC นั่นเอง โดยการทดสอบนี้มีให้เลือกลองได้ 2 แบบ ก็คือแบบเนินที่สูงประมาณ 30-50 ซม. สลับซ้ายขวา ระยะที่ห่างพอจะทำให้ล้อใดล้อหนึ่งลอยจากพื้นได้ทุกเนิน กับอีกข้างเป็นหลุมลึกประมาณ 30-50 ซม.เช่นกัน ตัวผมเองเลือกที่จะเลือกการลงหลุม เพราะรอบก่อนหน้านี่ที่เป็นคนนั่ง ได้ทำการลองผ่านเนินไปแล้ว เมื่อลงหลุมไปแล้วทั้งซ้ายและขวา โดยปล่อยให้รถวิ่งไปตามรอบเครื่องปกติ ราว 800-1,200 รอบ รู้สึกได้ว่ามีบางล้อลอยขึ้นจากพื้น แต่เป็นระยะเวลาแค่เสี้ยววินาที เพราะหลังจากนั้นรถก็วิ่งต่อไปได้ตามปกติ รู้ได้ทันทีว่าระบบ A-TRC ทำการจับล้อที่ลอยให้หยุด แล้วส่งกำลังมาหมุนล้อที่ติดพื้นแทน จนพารถผ่านสถานีทดสอบนี้ได้อย่างง่ายดาย

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

สถานีต่อมากับการทดสอบวิ่งบนทางลาดเอียง เท่าที่ดูก็น่าจะประมาณ 30 องศา โดยเริ่มเนินแรกจากการเอียงซ้ายก่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเอียงขวาในทันที เพื่อทดสอบระบบควบคุมการทรงตัว VSC จริงๆทาง Instructor บอกให้ผมค่อยๆเปลี่ยนจากขวาไปซ้ายเบาๆ แต่ด้วยความเพลินจึงเผลอหันพวงมาลัยกันเติมคันเร่งเยอะไปหน่อยทำให้ล้อหน้าซ้ายกับหลังขวายังคงอยู่บนเนิน แต่หน้าขวาได้ร่วงสู่ระดับพื้นแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นคือหน้ารถทิ่มลงไป กำลังเครื่องตัดในฉับพลัน พร้อมกับเสียงของล้อหลังซ้ายที่ลอยฟ้าอยู่หยุดกึ๊กในทันที ก่อนที่รถผมจะค่อยๆหันพวงมาลัยใหม่แล้วค่อยๆพารถไต่เนินเพื่อให้รถเอียงเป็นปกติอีกรอบ ก็ถือว่าผ่านไปได้อย่างเสียวนิดหน่อย

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

หลังจากการทดสอบ Off road ทุกสถานีผ่านไป ต้องบอกว่า ระดับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร มันก็เพียงพอที่จะลุยได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ระดับเส้นทางบุกเบิกใหม่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนทั่วไปไปเยือนกันบ่อยอยู่แล้ว อย่างเช่น เขากระโจม, เขาพะเนินทุ่ง เป็นต้น ที่มีเส้นทาง Off road ในระดับปานกลาง กำลังเครื่องระดับนี้ก็ผ่านได้สบายๆ

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

วันต่อมาก็เริ่มทดสอบในเส้นทาง On Road กันบ้าง โดยผมได้เริ่มเส้นทางกับตัว 2.8V 4WD AT ก่อน ใช้เส้นทางเขาใหญ่-วังน้ำเขียว ก่อนจะเข้าสู่เส้นปักธงชัย เพื่อให้รู้ถึงสัมผัสของตัว Top ของ Toyota Fortuner ซะก่อน ก่อนจะเปลี่ยนรถขึ้นมาขับตัวใหม่ Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4  เมื่อมาถึงครึ่งทาง ไม่รู้ว่าอุปาทานไปเองหรือเปล่า เพราะหลังจากเริ่มขับได้ประมาณ 2-3 กิโลเมตรแรก มันรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลของช่วงล่างที่มีมากกว่าตัว 2.8 ทั้งที่สอบถามจากพี่มนัสที่ดูแลเรื่อง Part ต่างๆของโตโยต้าแล้วว่า ช่วงล่างของ 2.8 และ 2.8 ใช้ตัวเดียวกัน

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

ส่วนกำลังเครื่องเองเอาจริงๆก็ไม่ได้ขี้เหร่ อัตราเร่งตอนออกตัวก็ไม่ได้แตกต่างกันซักเท่าไหร่กับตัวท็อป แต่หลังหลุดไปที่ความเร็ว 120 กม./ชม.แล้ว ถ้ากดคันเร่งเฆี่ยนเพื่อจะไต่ความเร็วให้มากกว่านี้ อาจจะดูอืดกว่าตัว 2.8 อยู่ประมาณนึง แต่ก็ไต่ไปได้ยันระดับ 160 กม./ชม. ถึงแม้จะดูเหนื่อยหน่อยก็ตาม (ยังไปได้อีก แต่เพื่อความปลอดภัยจึงพอแค่นี้) ส่วนเบรกที่มีการยกชุดด้านหลังใหม่จากดรัมเป็นดิสก์ เอาจริงๆการใช้งานทั่วๆไปก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างกับตัวเดิมซักเท่าไหร่ เพราะระยะเบรกก็ดูจะใกล้เคียงกัน ความนุ่มนวลในการเบรกก็พอๆกัน มีแค่เพียงว่า เมื่อมีดิสก์เบรกหลัง ทำให้รู้สึกว่าตัวเบรกจับเร็วกว่าที่เป็นดรัมเบรกอยู่นิดหน่อยเท่านั้นเอง การเปลี่ยนเบรกครั้งนี้จึงมีผลทางด้านอารมณ์มากกว่า

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

สรุปภาพโดยรวมของ Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4 รถยนต์ใหม่ 2017 คันนี้ หลังจากการทดสอบ 2 วันทั้งสภาพถนนแบบ Off road และ On road ต้องบอกว่ามันเป็นรถที่ดีที่น่าสนใจรุ่นนึงเลยทีเดียว กำลังเครื่องเพียงพอกับการใช้งานทุกรูปแบบที่คนทั่วๆไปใช้งานกัน เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัว ที่ต้องการพาคู่รักและตัวน้อยๆไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่อยากไป บุกป่าฝ่าดงได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเพิ่ม อุปกรณ์ความสะดวกสบายในรถก็มีมาให้ครบครัน ที่ชอบที่สุดในความคิดของผมตั้งนานแล้วก็คือ ปลั๊กไฟแบบกระแสสลับ AC 220V เหมือนไฟบ้าน มันสามารถใช้ชาร์จโน๊ตบุ๊คได้อย่างสบาย จริงๆอยากให้มันมีอยู่ตรงส่วนหน้าเพิ่มอีกอันด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องเอื้อมมือไปเสียบเวลาที่ขับรถอยู่

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

ค่าตัวของ Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4 อยู่ที่ 1,499,000 บาท ถูกกว่าตัว Top ที่มีการปรับราคาใหม่เป็น 1,649,000 บาท ถ้าคุณอยากได้รถยนต์เอนกประสงค์ที่สามารถพาคนที่คุณรักไปได้ทุกที่ และเป็นคนที่ไม่ได้เร่งรีบอะไร ไม่ต้องการความกระโชกโฮกฮาก นั่งสบาย ปลอดภัยด้วยระบบต่างๆมากมาย รถยนต์คันนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ในราคาที่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นใจร้อนอยากได้ช่วงปลายแรง ก็คงต้องขยับไปเล่นตัว 2.8 แทนได้เลยครับ

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

Toyota Fortuner 2.4V 4WD Sigma4

ทดสอบและเรียบเรียงโดย Earthpark02

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ