Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Mazda CX-8 XDL Exclusive พ่อใหญ่ใจดี ขับดีกว่าเพื่อร่วมตระกูลเพียบ

เมื่อช่วงต้นปี ผมได้รีวิว ทดลองขับ รถอเนกประสงค์ในเครือข่ายของมาสด้าอย่าง Mazda CX-8 2.5 SP ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ตัวก่อนที่รีวิวนั้นยังเป็นแค่ตัวท็อปของเครื่องยนต์เบนซิน และยังคงเป็นตัวขับเคลื่อน 2 ล้ออยู่ เลยยังมีเรื่องคาใจอยู่ แล้วตัวท็อปสุดที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 ที่นั่ง มันจะดีมากขึ้นจริงหรือเปล่า เลยเป็นที่มาของการรีวิวในครั้งนี้ครับ

Mazda CX-8 XDL Exclusive

รอบนี้เลยต้องขอความอนุเคราะห์จากทาง มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ในการเอามาทดสอบกันอีกครั้ง (ขอขอบคุณครับ) เพื่อให้หายข้องใจว่า ระหว่างตัวเดิมที่เคยทดสอบอย่าง Mazda CX-8 2.5 SP กับ Mazda CX-8 XDL Exclusive ที่ราคาสูงกว่า 370,000 บาท แถมมีที่นั่งน้อยกว่า 1 ตำแหน่ง มันมีดีขนาดไหนกันนะ

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

มาเริ่มต้นกันกับสเปกของตัวรถกันก่อนเลย โดย Mazda CX-8 XDL Exclusive เป็นรถในรูปแบบอเนกประสงค์ SUV แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง มิติตัวรถเท่ากับตัวเบนซินเป๊ะ คือ ยาว 4,900 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,930 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 200 มม. ยางใส่มาเป็นขนาด 225/55 R19 ของ Toyo ล้อแม็กซ์ 2 โทนลาย 10 ก้าน ระบบห้ามล้อเป็นดิสก์เบรกครบ 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าใช้เป็นอิสระ  แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็น อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง เอาเป็นว่า ถ้ามองด้านนอกแบบผ่าน ๆ ไม่ดูป้ายแปะท้ายหรือไฟตัดหมอก ก็แยกกันไม่ออกเลยระหว่าง 2 รุ่นนี้

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive เลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซลระดับ EURO 4 Skyactiv-D 2.2 DOHC 4 สูบเรียง 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ผลิตกำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ AWD ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactiv-Drive พร้อมโหมด Manual ที่สับเกียร์ได้ที่คันเกียร์ ไม่มี Paddle Shift

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

การออกแบบด้านหน้าของ Mazda CX-8 XDL Exclusive ก็เหมือนกันกับรุ่นน้องในสายเลือดเดียวกันเป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นลายการออกแบบกระจังหน้า ตัวไฟหน้า ไฟ Daytime-Running Light จะต่างกันก็ตรงจุดเดียวตรงที่รุ่นนี้เพิ่มไฟตัดหมอกแบบ LED มาเสริมตรงมุมกันชนทั้ง 2 ข้างเท่านั้น และเพิ่มในส่วนของราวหลังคามาให้ ที่เหลือก็เหมือนกันเป๊ะ แทบหาจุดแตกต่างกันไม่ได้เลย

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

แต่ในส่วนของภายในนั้น ชัดเจนมากว่ามีความแตกต่างกันเยอะพอตัว ถึงแม้ว่า Mazda CX-8 XDL Exclusive จะเป็นรถอเนกประสงค์แบบ 3 แถวเช่นกัน แต่แถวที่ 2 คือความแตกต่าง เพราะรถ SUV คันนี้เลือกที่จะใส่เบาะในรูปแบบ Captain Seat เข้ามาแทน แล้วมีคอนโซลตรงกลางที่เอาไว้ท้าวแขน, ใส่ของ และวางแก้วน้ำเอามาไว้แทน โดยทุกที่นั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa สีแดง เดินด้ายด้วยสีน้ำตาลเข้ม เบาะนั่งด้านหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า ที่คนขับปรับได้ 8 ทิศทาง บันทึกตำแหน่งได้ 2 ตำแหน่ง ของคนนั่งข้างได้ 6 ทิศทาง แถวที่ 2 นั่งได้ 2 คน เลื่อนหน้า-หลังกับเอนขึ้น-ลงได้ และแถวสุดท้ายนั่งได้ 2 คน พับได้แบบ 50:50

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

แผงคอนโซลหน้าของ Mazda CX-8 XDL Exclusive ออกแบบได้เรียบร้อย ไม่มีอะไรเยอะแยะจนรกตา มีเป็นหน้าจอ Infotainment ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วแปะวางไว้ตรงกลางตามแบบฉบับของมาสด้า เชื่อมต่อได้ทั้งระบบมีสาย USB หรือไร้สาย Bluetooth มี Apple CarPlay ที่เจ๋งสุดคือ การที่ระบบเครื่องเสียงใช้เป็นของ Bose แบบรอบทิศทางพร้อมลำโพงอีก10 ตำแหน่ง ซึ่งอันนี้คอนเฟิร์มได้เลยว่า เสียงดีจริง เนียนกริ๊บ ไพเราะเสนาะหูสุด ๆ  ช่องแอร์ทรง 5 เหลี่ยม ผมชอบนะการออกแบบสไตล์นี้ ไม่รกหูรกตาดี ส่วนที่กดปุ่มได้ก็จะเป็นการควบคุมอุณหภูมิในตัวรถแล้ว แวะมาที่ระบบแอร์แล้วก็บอกเลยว่าการควบคุมนั้นเป็นระบบ Tri-Zone ที่แยกคุมได้ทั้งด้านซ้าย-ขวาและด้านหลัง ซึ่งด้านหลังตรงที่นั่งแถว 2 ก็มีแผงควบคุมสำหรับส่วนของด้านหลังได้แบบอิสระ และทั้งเบาะแถว 1 และ 2 มีระบบอุ่นเบาะให้ด้วย แผงข้างคนขับมีก้านเกียร์อัตโนมัติ มีเกียร์เดินหน้าถอยหลังตามปกติ เพิ่มเติมโหมด M สำหรับการสับเกียร์ขึ้นลงได้ เบรกมือเป็นระบบไฟฟ้าแถมด้วยปุ่ม Auto Brake Hold ที่แสนจะดีงาม ส่วนการควบคุมหน้าจอสะดวกมากขึ้นกว่าการเอื้อมไปกดเองที่หน้าจอ สามารถใช้บริการ Center Commander ที่เป็นปุ่มกลมใหญ่ที่หมุนได้ โยกได้ กดได้ เช่นเดียวกับพี่น้องร่วมสายเลือดรุ่นอื่น ส่วนพวงมาลัยหุ้มหนังปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ระบบแรคแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า (EPAS)  มีปุ่ม Multi-Function ควบคุมเครื่องเสียงกับโทรศัพท์ได้ และด้านขวาเป็นปุ่มควบคุมระบบ Cruise Control ส่วนแผงหน้าปัดผู้ขับขี่ แบ่งเป็นวงกลม 3 ช่อง โดย 2 ช่องซ้ายเป็นแบบเข็มบอกวัดรอบและความเร็ว ส่วนขวาสุดเป็น Digital บอกข้อมูลอื่น ๆ พวก Trip A, B, อัตราความประหยัดอะไรประมาณนั้น มี Head-up Display บอกข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญบนกระจกหน้า

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

ระบบความปลอดภัยบน Mazda CX-8 XDL Exclusive ก็ตามสไตล์มาสด้าอยู่แล้ว ที่จัดมาให้ชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง
  • กล้องมองหลัง
  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advance Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS (Smart Brake Support)
  • ระบบช่วยหยุดรถแบบ Advance (Advance SCBS : Advance Smart City Brake Support)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SCBS-R  (Smart City Brake Support-Reverse)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive LED Headlamps)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกเบี่ยงนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก 4W-ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบช่วยเบรก BA
  • ระบบควบคุมสเถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC (Dynamic Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist)
  • ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน
  • ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ GVC (G-Vectoring Control)

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

ครบแล้วกับข้อมูลรถของ Mazda CX-8 XDL Exclusive คราวนี้เรามาเริ่มออกเดินทางได้เลย โดยการก้าวเข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ ก็เหมือนการได้กลับมาอยู่กับคนคุ้นเคย เพราะสัมผัสและบรรยากาศต่าง ๆ ไม่ต่างจากที่เคยทดสอบในตัวเบนซินก่อนหน้านี้ ตัวเบาะกระชับตัวได้ดีเลย มุมมองการมองระหว่างขับขี่ก็โล่งโปร่งตาดี อุปกรณ์ต่าง ๆ ยังอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ความต่างมันอยู่แถวที่ 2 ที่มันช่างดูโอ่โถง นั่งสบายกว่าในเบาะแบบ 3 ที่นั่งเยอะมากมาย มีเครื่องอำนวยความสะดวกเพียบ ทั้งแอร์ที่เลือกปรับอุณหภูมิได้เอง, ที่วางแก้ว, ที่ท้าวแขน, ที่ชาร์จโทรศัพท์ โอ๊ย ไม่อยากจะขับเลย มานั่งในตำแหน่งนี้คือดีที่สุดแล้ว ส่วนแถวสุดท้ายก็ตามสูตร ต้องเป็นคนตัวเล็กหน่อยถึงจะนั่งได้สบาย ตัวใหญ่อย่างผมล่ะก็ หมดสิทธิ์นั่งเกินชั่วโมงครับ ยกเว้นแต่ว่าจะนอนยาวกินรวบคนเดียวด้านหลังก็พอไหวอยู่ แต่ถ้าเป็นสาวตัวเล็กล่ะก็ สบายครับ ไหวแน่นอน

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

เครื่องยนต์ของ Mazda CX-8 XDL Exclusive นั้น ให้มาแบบจุใจกับเครื่องยนต์ดีเซล 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่มันตอบสนองเท้าได้ดีกว่าเครื่องยนต์เบนซินเยอะมากเลย มันคือข้อพิสูจน์กันได้อย่างดีว่า ถ้าตัวรถขนาดนี้ เครื่องยนต์ดีเซลที่สามารถสร้างแรงบิดสูง ๆ ได้ มันเหมาะกว่าจริง ๆ ขนาดรอบนี้ผมบรรทุกพาครอบครัวรวมทั้งคัน 5 คน พร้อมสัมภาระอีกมากมาย ยังไม่มีปัญหาในการสร้างอัตราเร่งได้เลย อัตราเร่งช่วงออกตัวทำได้ดีมาก กดยาวขึ้นไประดับ 120 กม./ชม. ได้โดยไม่ลำบากยากเย็น ลองต่อไปยาวถึง 160 กม./ชม. ก็เริ่มแผ่วลง ไปสุดที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่บอกได้เลยว่าขับสนุกกว่าเครื่องยนต์เบนซินมากมาย ส่วนการเปลี่ยนเกียร์นั้นทำได้ดีระดับหนึ่ง ยังไม่ถึงกับดีมาก เพราะยังคงมีบางจังหวะที่ยังรู้สึกถึงรอยต่อของเกียร์เยอะอยู่แต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ แต่ไม่ได้เด่นอะไร

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือเรื่องของการเข้าโค้งของ Mazda CX-8 XDL Exclusive ที่ทำได้ดีมาก เพราะว่ารถอเนกประสงค์คันนี้ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ AWD ที่สามารถปรับการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่า ตัวรถจะปรับการหมุนและแรงบิดในแต่ละล้อให้โดยอัตโนมัติ บวกกับมีระบบ G-Vectoring Control อันโด่งดังที่คอยควบคุมการเข้าโค้งให้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นถึงแม้ว่าเราจะใช้งานรถอเนกประสงค์ SUV ที่มีความโย่ง เวลาเข้าโค้งก็มักจะมีอาการโยนในด้านท้ายเป็นปกติ แต่สำหรับการขับมาสด้าคันนี้มันแทบจะจับอาการนี้ไม่ได้เลย เนียนมาก ดีกว่ารุ่น Mazda CX-8 2.5 SP ด้วยซ้ำ ลองเข้าโค้งเร็ว ๆ ยังเกิดอาการน้อย ข้าน้อยขอซูฮกจริง ๆ

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

ส่วนความนุ่มนวลในการขับขี่ของ Mazda CX-8 XDL Exclusive มันถูกเซ็ตมาแบบเดียวกับรุ่นน้องเลย คือมีความรู้สึกได้ถึงอาการกระด้างที่ด้านท้ายพอสมควร แต่อาการนี้มันจะเริ่มหายไปทันทีเมื่อมีผู้โดยสารมานั่งที่แถว 2 ด้วย รอบนี้ระหว่างทดสอบ ผมได้มีโอกาสนำสมาชิกในครอบครัวไปอีก 4 คนร่วมโดยสารไปด้วย (ผู้ใหญ่ 3 เด็ก 1) เดินทางจากกรุงเทพไปหัวหิน เออ อาการกระด้างหายไปเลยแฮะ มีแต่ความนุ่มนวล ขับสบาย ผมว่ารถคงถูกเซ็ตติ้งมาเผื่อการโดยสารโดยเฉพาะ มันเลยดูพอดีเมื่อยามที่มีน้ำหนักมาเพิ่มที่ด้านหลังนี่เอง

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

อีกอย่างที่ชอบบน Mazda CX-8 XDL Exclusive คือการเก็บเสียง ที่แม้จะใช้งานในย่านความเร็วสูงระดับเกิน 120 กม./ชม.ขึ้นไป เสียงรบกวนจากภายนอกยังน้อยอยู่เลย สมกับเป็นรถอเนกประสงค์พรีเมียมจริง ๆ แต่สิ่งที่ทำงานได้ไม่เหมือนเดิมคือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ที่ครั้งก่อนผมชอบมากเลยนะ ว่ามันทำงานได้ดีและเจ๋งสุด ๆ แต่ทำไมงวดนี้มันดันทำงานได้ไม่สม่ำเสมอ บางครั้งก็เนียน บางครั้งก็ทำงานแบบเร่ง-เบรกหนักเกินเหตุ ทำเอาคะแนนเรื่องนี้ตกฮวบไปเลย ไม่แน่ใจว่าการใช้เครื่องยนต์ที่ต่างกันมีผลหรือเปล่า

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

กลับมาที่อัตราเร่งกันอีกครั้ง ต้องขอย้ำอีกครั้งว่า Mazda CX-8 XDL Exclusive ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลนั้นขับสนุกกว่าเครื่องยนต์เบนซินเยอะ โดยรอบนี้ทำการเทสอัตราเร่ง 0-100 อีกเช่นเคย ด้วยแอพ iBolid 0-100 บน iPhone 11 ทดสอบรวมทั้งหมด 3 ครั้ง ในโหมดขับขี่ D ปกติ ได้ผลออกมาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 = 10.24 วินาที

ครั้งที่ 2 = 10.99 วินาที

ครั้งที่ 3 = 9.64 วินาที

เฉลี่ย = 10.29 วินาที

ถ้ามองว่าเป็นรถอเนกประสงค์ไซส์ใหญ่ขนาดนี้ นั่งได้ 6 คน แถมมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แล้วทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ในระดับ 10 วินาที ผมถือว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะดีมากเลยนะครับ มันทำให้เราสนุกขึ้นในการขับขี่ และไม่ต้องลุ้นอะไรมากในตอนเปลี่ยนความเร็วเพื่อเปลี่ยนเลนหรือเร่งแซง แต่แน่นอนว่ามันจะไม่ได้คล่องตัวเหมือนรถทั่วไป ด้วยขนาดตัวของมันนั่นเอง

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

สุดท้ายกับอัตราการบริโภคน้ำมัน ที่เขาว่ากันว่าเครื่องยนต์ดีเซลมักจะทำได้ดีกว่าเครื่องยนต์เบนซิน (รอบก่อนได้ในเมือง 7.5 กิโลเมตร/ลิตร นอกเมือง 12 กิโลเมตร/ลิตร) โดยครั้งนี้ก็แบ่งเป็นการใช้งานในเมืองระยะทางราว 252 กิโลเมตร ขับแบบปกติเลย มีเร่ง มีแซง มีลองกด 0-100 และลองอัตราเร่งไปบ้าง ได้ตัวเลขออกมาที่ 11.1 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับผมมองว่าดีเลยนะ กับรถขนาดใหญ่ขับเคลื่อน AWD ส่วนนอกเมือง ขับขี่แบบรถหนาแน่นเล็กน้อย มีจังหวะให้เบรกบ่อยกว่าปกติหน่อย และวิ่งประคองไม่ให้เกิน120 กม./ชม. มีบ้างบางจังหวะที่เผลอขึ้นไป 130 กม./ชม. แบบลากยาว ระยะทางรวมประมาณ 215 กิโลเมตร ได้อัตราออกมาที่ 13.6 กิโลเมตร/ลิตร ก็ถือว่าใช้ได้เลยนะ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

เหมาขับรีวิว Mazda CX-8 XDL Exclusive มาราว 1 สัปดาห์ กับระยะทางเกินกว่า 500 กิโลเมตร สรุปรวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบได้ดังนี้ครับ

ชอบ

  • เป็นรถที่ทรงตัวดี ขับเข้าโค้งเยี่ยม ผลจากการที่เป็นรถในระบบ AWD ที่มี GVC เข้ามาเสริม
  • เก็บเสียงดีมาก ถ้าเป็นคนนั่งคงหลับสบาย
  • ที่นั่งแถว 2 คือความดีงามของการโดยสาร

ไม่ชอบ

  • ระบบ Mazda Radar Cruise Control ทำงานเสถียรสู้รุ่นน้องเครื่องยนต์เบนซินไม่ได้

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive

Mazda CX-8 XDL Exclusive ถือเป็นรถอเนกประสงค์ SUV สำหรับครอบครัวจริง ๆ ถ้าคุณเป็นครอบครัวใหญ่ มีภรรยา มีลูก มีพ่อ-แม่ นี่คือรถที่เหมาะกับคุณจริง ๆ เบาะแถว 2 ให้คุณพ่อ-คุณแม่นั่ง ส่วนตัวเล็กไปซนกันได้ที่แถวสุดท้าย แล้วพื้นที่สำภาระด้านหลังก็ยังพอใส่กระเป๋าเดินทางได้อีกประมาณหนึ่งเลย ในราคาค่าตัวอยู่ที่ 2,069,000 บาท เอาจริง ๆ มันอาจจะดูสูงไปหน่อยเกินกว่าคู่แข่งขนาดเดียวกันในตลาด แต่ว่ามันคือรถที่ช่วยตอบสนองการใช้งานของคุณได้มากจริง ๆ ถ้าเอื้อมถึง ผมว่าคุ้มค่าในการใช้งานแน่นอนครับ

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ