Hands On : Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power

  • โดย : Autodeft
  • 3 ธ.ค. 58
  • 65,760 อ่าน

พบบททดสอบรถกระบะที่ทุกคนรอคอย Isuzu Dmax 1.9 ddi จะเป็นอย่างไร มาติดตามกันได้เลย

 

 

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

 

“เฮ้ย Bonn ว่างเปล่าว วันที่ 2 ธันวาคม” นายเต้ย โทรศัพท์มาหาผมในช่วงก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน พร้อมนำเสียงอันตื่นเต้น

“ทำไม...มีอะไร” ผมถาม

“ไม่มีอะไร เราแค่จะชวนนายไปรู้จัก พี่คนหนึ่ง...รับรองสนุกแน่!! ” เต้ยตอบ....

“บอกได้ไหมว่าเรื่องอะไรนี่” .....

“ไม่ได้” เต้ยตอบ...พาลพาผมงงเป็น 2 เท่า แต่ไหนๆ ก็ขอร้องมา ...คิดว่าคงมีปัญหาเรื่องรถ ก็เลยตอบกลับไปว่า

“เออ ..ไปก็ได้โอเค” 

....................

บทสนทนาจบที่ตรงนี้ แต่ก็ไม่คิดเลยว่า ในเต้ยในฐานะแฟนพันธุ์ของ   Isuzu   ตัวยง จะมีอะไรให้ผมประหลาดใจ ได้มากเท่าการพาผมเลี้ยวเข้าไปยังโชว์รูม   Isuzu แห่งหนึ่งย่านพงษ์เพชร ก่อนที่จะนำรถเข้าตรวจสอบศูนย์บริการตามปกติ แต่ในขณะที่ผมคิดว่านี่คงเป็นเรื่องนั่งเซ็ง ให้เรามารอรถตรวจศูนย์บริการทำไมกันนี้ ความสนุกก็บังเกิดขึ้น เมื่อนายเต้ย...เจ้านาย ...เอ้ย!! ลูกน้องตัวดี ได้ติดต่อกับเซลล์ท่านหนึ่ง เพื่อขอลองสมรรถนะเจ้า  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power ใหม่ ไว้ หลังจากที่ด่อมๆ มองๆ ในงานเปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

ตั้งแต่มีข่าวคราวหลุดออกมาเมื่อ 2 ปี ก่อน ไม่มีใครเชื่อว่า   Isuzu   จะกล้าปฏิวัติวงการรถยนต์กระบะ ด้วยการจัดสรรเครื่องยนต์ขนาดเล็กมาประจำการ แม้แต่กูรูรถยนต์ของเมืองไทยหลายราย ต่างไม่เชื่อข่าวคราวที่ออกมาจากต่างประเทศ ที่เปิดเผยข้อมูลว่า Isuzu  มีความตั้งใจจริงในการพัฒนาเครื่องใหม่ที่มีสมรรถนะมากขึ้น แต่มีขนาดเล็กลงมาก จนมีซีซีเหลือเพียง 1.9 ลิตร ซึ่งในภาพความเป็นจริงดูจะขัดกับความต้องการของตลาดรถกระบะ ที่เน้นการใช้งานเชิงพาณิชย์ ที่เน้นงานหนักขนของ แรงบิดต้องเยอะ ....ทว่าการเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการในท้ายที่สุด ก็ชี้วัดแล้วว่า ข่าวสารที่รับมาเป็นจริง และนี่....!!!! คืออีกครั้ง ของการกลับขึ้นแท่นของนักสร้างจุดขาย เหมือนที่  Isuzu  ได้สร้างสรรค์มาตลอดหลายสิบปี ในการเปลี่ยนความคิดตลาดรถกระบะในประเทศไทย

เจอหน้าเซลล์ สวัสดีด้วยมารยาทอย่างงาม ทีแรกนึกว่า เจ้าเต้ยมาจีบเซลล์สาวเอาไว้จนได้รถมาขับ แต่ที่ไหนได้ วันนี้เป็นหนุ่มหน้ามลชื่อนายปิง ซึ่งเต้ยบอกกล่าวเล่าเรื่องสั้นๆว่า เขาเองมาติดต่อสอบถามข้อมูลไว้นานแล้ว และที่จริงก็สนใจเจ้า  Dmax  ตัว 1.9 Ddi อยู่ เนื่องจากรถคันเดิมจะผ่านแสนกิโลเมตรแล้ว ก็น่าจะใกล้ได้ฤกษ์เปลี่ยนรถใหม่ในเร็วๆนี้ ....

พบตัวเป็นๆ อีกครั้ง Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power นายเต้ยยิ้มร่า เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ และวันนี้ที่เซลล์จัดมาให้เราลองเป็นรุ่นท็อปสุด Z Prestige Hi-Lander ราคาจำหน่ายแจ้งไว้ที่ 921,000 บาท ไม่รวมสีขาวมุก ซึ่งถ้าชอบใจก็ต้องจ่ายอีก 7,000 บาท เพิ่มความหรูหราดูดีงามตาเหมือนที่เราขับคันนี้

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

มองกายภายนอกรอบๆ การเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นเครื่อง 1.9 ทาง Isuzu Dmax  มีการเปลี่ยนแปลงภายนอกไม่มากมายเท่าไรนัก แต่จะว่าไปการออกแบบของ   Isuzu  Dmax  ใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยทรวดทรงที่มีความสปอร์ตปราดเปรียว ก็มีความลงตัวอยู่แล้วเป็นทุนเดิมในเรื่องภาพลักษณ์ของความทันสมัย ทำให้ทาง Isuzu   ไม่ได้จัดการปรับรายละเอียดเรื่องภายนอกตัวรถมากมายนัก

จะมีเพียงการปรับเอาชุดไฟ  Day Time Running Light  หรือ  DRL จากเดิมที่ติดตั้งแยกออกมา ก็ย้ายเข้าไปรวมไว้ในโคมไฟหน้า ซึ่งในรุ่น Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  Z Prestige Hi-Lander .ให้โคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์เข้ามาตอบโจทย์ ในรุ่นยกสูงแบบนี้ทาง Isuzu  จัดบันไดข้างมาให้ พร้อมล้ออัลลอยใหม่ขนาด 18 นิ้ว ลงตัวกับยาง  หน้ากว้าง 7 นิ้ว จัดพร้อมยางขนาด 255/60/R18  ส่วนบั้นท้ายไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียด ด้วยกันชนท้ายโครเมี่ยม ....และ ไฟท้ายแบบ LED  

ส่วนเรื่องมิติตัวถังยังคงที่ความยาว 5,200 ม.ม. กว้าง 1,860 ม.ม. และ สูง 1,795 ม.ม. (ไม่รวมกันชนท้าย) และเช่นเดิมให้ระยะฐานล้อที่ 3,095 ม.ม. รวมถึง ตัวรถมีระยะต่ำสุดจากพื้น 235 ม.ม.

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

กุญแจรีโมท  Isuzu Genius Entry   ตอบความลงตัวในการใช้งานมากขึ้นในรุ่น  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  Z Prestige Hi-Lander ให้ความทันสมัยลงในการใช้งาน การให้ระบบ  Smart Entry   แบบนี้ ทำให้   Isuzu  Dmax hi-lander   ได้ความลงตัวมากขึ้นจาก ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ หลังจากที่ถูกคู่แข่งเกทับมาสักพักใหญ่

เบาะนั่งใหม่มีความลงตัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตามที่นายเต้ยในฐานผู้ใช้  Isuzu Dmax  บอกเราทันทีที่ขึ้นนั่ง เบาะนั่งฝั่งคนขับเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ทั้งคันหุ้มด้วยหนังแท้สีดำกึ่งผ้า ดูเป็นแนวทางเข้าที กว่าหนังเทียมพีวีซีที่ร้อนดากเมื่อตากแดด ส่วนฝั่งคนนั่งอาจจะยังต้องช่วยตัวเอง ถือว่าเป็นปกติของรถกระบะทั่วๆไป

เหลียวมองหลัง น้องปิง เซลล์หนุ่มที่ตามประกบนายเต้ยขึ้นนั่ง ด้วยขนาดพิกัดของตัวน้องเขา ....ก็สูงใหญ่ไม่ธรรมดา และก็นั่งเหยียดขาได้อย่างสบายๆ แต่ที่เราสงสัยคือ  Isuzu  บอกว่าพวกเขาทำเบาะนั่งตอนหลังปรับแยกพับได้ ในอัตรา 60/40 ...คำถามที่ผมกล่าวกับนายเต้ยทันทีคือ .... มันจำเป็นหรือ?? ที่จะต้องมีเบาะปรับพับแยกได้ในรถกระบ ทั้งที่อาจจะไม่ได้ใช้งานด้วยซ้ำไป

กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ต้นกำลังรหัส RZ4E-TC   ตอบโจทย์ด้วยเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ที่มีความนิ่มนวล การเดินรอบเบาของเครื่องยนต์บล็อกใหม่แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ฟ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พิกัด 1.9 ลิตร ในปริมาตรเครื่องยนต์จริง 1,898 ซีซี ตอบการทำงานด้วยขนาดความกว้างกระบอกสูบ X ช่วงชัก ที่ 80X94.4  มม. ให้ความรู้สึกนุ่มนวล และที่สำคัญเทียบกับเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ดั้งเดิมที่ใช้มายาวนาน ถือว่าเงียบกว่ามากพอสมควรเลยทีเดียว

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

ความเงียบของเครื่องยนต์ใหม่ทำให้  บุคลิก Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  Z Prestige Hi-Lander ต่างออกไปจากเดิม คุณพอจะสัมผัสได้ถึงตัวตนที่มีความเป็นผู้ดีมากขึ้น เข้าใกล้ความรู้สึกรถหรูจากยุโรป ที่ยังจะมีเสียงดังจากเครื่องยนต์มากกว่า ...ด้วยซ้ำไป

แต่น่าเสียดายในการแนะนำเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร บล็อกใหม่   Isuzu  ยังคงแนะนำเพียงระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาตอบลูกค้า เท่านั้น ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มีกระแสข่าวลือว่า จะเป็นช่วงมอเตอร์โชว์ปีหน้า ....นายเต้ยเหลาให้เราฟัง ...

เหยียบคลัทช์เข้าเกียร์ครั้งแรก ยอมรับว่าชุดคลัทช์ของ  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power วิศวกรรมมาได้ค่อนข้างเบาเท้า ส่วนหนึ่ง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง น่าจะทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คลัทช์ขนาดใหญ่โตอะไร เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรที่ใช้สืบทอดกันมา

คลัทช์ที่มีน้ำหนักเบาว่าดีแล้ว ระยะจากของแป้นเหยียบคลัทช์กลับดีกว่า มันไม่ได้ให้ความรู้สึกของความเป็นกระบะมากมายเหมือนเดิมที่มาในอาการรถคลัทช์สูง โยกทีแทบกระโดดไปจิ้มคันหน้า ... ทว่าในครั้งนี้กลับวางตำแหน่งเป็นระยะกลางๆ ขับกำลังสบาย

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

ออกถนนใหญ่ เซลล์ก็เริ่มเล่าสรรพคุณของ  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  ให้ฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า สูงสุดที่ 3,500 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มาต่อเนื่องใช้ยาวๆ  ตั้งแต่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที ...ฟังแล้วก็ดูเพียงพอต่อการใช้งานไม่ได้เน้นความบ้าพลังเหมือนกระบะยี่ห้ออื่นๆที่มีในตลาดปัจจุบัน

การมุ่งเน้นวิศวกรรมที่เน้นในความพอเพียงของพละกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ในช่วงแรกที่ออกตัวคุณจะรู้สึกได้ถึงเครื่องยนต์มีเรี่ยวแรงไม่ตอบสนองฝีเท้ามากมายนัก ช่วงตั้งแต่รอบเดินเบาไปจนถึง 1,800 รอบต่อนาที ก่อนที่เทอร์โบจะมารับช่วงต่อในการทำงาน ยังขาดการตอบสนองที่ดีจากเครื่องยนต์ แต่ถ้ามองว่าไม่ได้รีบเร่งตลอดเวลา ก็ถือว่ารับได้ในระดับหนึ่ง

ออกจากโชว์รูมยังไม่ทันไร ...เกียร์ 1 หมดช่วงเร่งอย่างไว รอบฟาดขึ้นไปยันเส้นยาแดงอย่างรวดเร็ว จนเราต้องรีบสับเข้าเกียร์ 2 เพื่อผ่อนภาระเครื่อง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เมื่อมองว่านี่คือเครื่องยนต์บล็อกเล็กจี๊ดจ๊าด!! แซ่บมากขึ้นในการขับขี่

ออกถนนใหญ่เข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต เราเริ่มคุ้มเคยกับ  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  เมื่อใช้ความเร็วมากขึ้นเราสับไปเกียร์ 3 – 4  ตามลำดับเห็นได้ชัดถึงความเร้าใจในการขับขี่เพิ่มเข้ามาในร่างของรถคันนี้

ให้นายเต้ยเปิดดูอัตราทดเกียร์   Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  จัดวางอัตราทดเกียร์ให้ตำแหน่งเกียร์  Over Drive  มาสองเกียร์

ตารางแสดงอัตราทดเกียร์  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  Hi-lander

 

อัตราทดเกียร์

เกียร์ 1

4.942

เกียร์ 2

2.430

เกียร์ 3

1.428

เกียร์ 4

1.000

เกียร์ 5

0.749

เกียร์ 6

0.634

อัตราทดเฟืองท้าย

3.909

 

ถนนวิภาวดีรังสิตวันนี้เหลียวไปทางไหนก็คลาคล่ำด้วยรถมากมาย ทำเอาการจราจรติดขัดเล็กน้อย ยังดีที่เราสามารถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งในช่วงความเร็วต่ำไปเรื่อยๆ แบบนี้เครื่องยนต์ 1.9 ดูจะพอเพียงในการใช้งาน แถม ยิ่งในจังหวะเกียร์ 3 ที่รถเคลื่อนตัวเรื่อยๆ แบบนี้ เจ้าน้องแม็กบล็อกเล็ก แลท่าจะตอบสนองในการขับขี่ได้อย่างลงตัว เหยียบคันเร่ง ก็สามารถ ปรี๊ดไปแทรก! การจราจรข้างหน้าได้ ไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องเหนื่อยในการขับขี่

การจราจรที่หนาแน่น เรามีโอกาสใช้คลัทช์บ่อยครั้ง และมันก็เบาเท้าไม่ทำให้รู้สึกว่าขับยากแต่อย่างใด ทว่าสิ่งที่เราคงต้องเอ่ยปากชมใน Isuzu Dmax  1.9 คงไม่พ้นชุดพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง ซึ่งแม้จะยังไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้า แต่ก็เบาสบายในระดับที่น่าพอใจ ยิ่งนึกว่า เจ้ากระบะขับสองยกสูงรุ่นนี้ให้ยางขอบ 18 แถมหน้ากว้างถึง 255 ทว่ากลับทำน้ำหนักได้เบามือ จนคุณผู้หญิงร่างบางก็น่าจะพอขับได้ กลายเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ แต่ตามสเป็คแล้วเรื่องระยะวงเลี้ยวแคบสุดถึง 6.3 เมตร อาจจะยังต้องกลับไปทำการบ้านกันต่อไป

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9 

พ้นบ่วงกรรมรถติดได้เวลาจัดหนัก  Isuzu Dmax 1.9 ...ไหนๆ รถนายเต้ยก็ต้องใช้เวลาตรวจเช็คตามอายุการใช้งานอีกพักใหญ่ เราจึงขับมันไปไกลถึงอยุธยา ในช่วงเดินทางไกลตรงออกยาวถนนสายเอเชีย เริ่มขึ้นตำแหน่งเกียร์ 5 เกียร์  Over Drive เกียร์แรก รู้สึกสัมผัสถึงการเน้นความต่อเนื่องในการเดินทางยาวๆ จนหลายครั้งก็ลืมที่จับเกียร์ไปตำแหน่งเกียร์ 6

ยังดีใน Isuzu Dmax  ใหม่มีระบบเตือนการเปลี่ยนเกียร์   Genius Sport Shift   มาเตือนยามเร่งรอบแล้วไม่รู้ว่าจุดไหนเหมาะที่จะเปลี่ยนอัตราทด แต่จากที่ขับเรารู้สึกว่า มันถูกโปรแกรมให้ผู้ขับขี่สับเกียร์เพื่อความประหยัดมากกว่า เห็นได้จากการพยายามให้ใช้ช่วงแต่ละเกียร์สัน แล้วเน้นใช้เกียร์ 5 และ 6 กันยาวๆ ในการขับขี่

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างๆ แต่ความรู้สึกในการขับขี่ทางไกล บนถนนเมืองไทยที่เต็มไปด้วยรอยปะยางมะตอย หรือหลุมบ่อเล็กๆ ของขวัญไว้ดูต่างหน้าของพี่สิบล้อ กลับย้ำเตือนถึงการเซทระบบกันสะเทือนของ  Isuzu  Dmax   ที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

การเซทช่วงล่างแบบ ปีกนกอิสระสองชั้น คอยย์สปริง และโช๊คอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลงทางด้านหน้า และด้านหลังยังคงใช้แหนบรูปครึ่งวงรีพร้อมโช๊คอัพแก๊ส ที่เพิ่มเติมคือล้ออัลอยขอบ 18 นิ้ว พร้อมยาง 255/60/R18 ย้ำเตือนถึงการเซทช่วงล่างของระบบกันสะเทือนที่ออกมาในสไตล์ขับสบายนิ่มนวล ตามแบบฉบับของ  Isuzu  

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

แต่เอาเข้าจริงเมื่อเจอถนนที่ร่องรอยแบบโลกพระจันทร์หลุมบ่อเพียบ เจ้า Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power   ก็เริ่มแสดงข้อเท็จจริงในการขับขี่ มันมีความกระด้างให้ความรู้สึกดิบบ้าง เมื่อต้องผ่านอุปสรรค์พวกหลุมและรอยต่อถนน แรงกระเทือนรู้สึกได้มากพอสมควรถึงห้องโดยสาร เนื่องจากการเซทช่วงล่างในแบบนุ่มนวลเมื่อเจอล้อขอบ 18 นิ้ว ที่ค่อยซับแรงกระแทกจากยางแก้ม 60 ที่ให้มา ทำให้เมื่อผ่านถนนที่ไม่สู้ดีนัก แรงสะเทือน จะส่งกลับขึ้นมาให้รู้สึกอย่างไว

หากในทางกลับกันคุณขับบนถนนทางเรียบธรรมดาทั่วไป เจ้า    Isuzu Dmax ใหม่ก็จะขับได้อย่างสบายไร้กังวล ส่วนเรื่องการเข้าโค้ง หรือเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงในการขับขี่ ก็ทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ แต่เราเชื่อว่าด้วยวิศวกรรมของ   Isuzu   น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีก ยิ่งเรานึกถึงระบบกันสะเทือนใหม่ของ   Mitsubishi  ค่ายพี่น้องของ   Isuzu  หรือพันธมิตรสำคัญ  Chevrolet   เราเชื่อว่า  Isuzu   จะสามารถพัฒนาระบบกันสะเทือนตอบสนองได้ดีกว่านี้อีก

สมรรถนะ...ที่เรียกน้ำจิ้มในระหว่างการขับชิวๆ ....ได้เวลาที่ลองของจริง... กับสมรรถนะอัตราเร่ง ในเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรใหม่ของค่ายอีซูซุ

ถนนลับแล...สถานที่สอบอัตราเร่งประจำวันนี้ยามกลางวัน การจราจรหนาตาเล็กน้อย แต่ก็ยังพอมีจังหวะให้เราจัดหนักอัตราเร่งกันได้ .... ต้องบอกก่อนเลยว่า การทดสอบครั้งนี้มีเงื่อนไขต่างจากการทดสอบปกติมาก ด้วยนี่เป็นยามกลางวันฟ้าสว่างแถมอุณหภูมิชี้แจงว่า เรากำลังจะทดสอบในสภาพอากาศ 34 องศาเซลเซียส แถมคนนั่งในรถก็มีผู้โดยสารรวมผม 3 คน ไม่นับสัมภาระ

 

ตารางแสดงผลการทดสอบ อัตราเร่งรถยนต์  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power

 

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 3

เฉลี่ย

อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม.

15.009

14.999

15.002

15.0003

อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม.

11.0

10.0

11.0

10.667

 

 

จากผลการทดสอบ พอจะสรุปได้ว่า เจ้า Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power มีสมรรถนะที่ดีกว่าที่คาดเอาไว้ หากเทียบจากข้อมูลเรื่องอัตราเร่งจากกระบะเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ที่เรามี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากค่ายพันธมิตร ต้องยอมรับว่า มันมีสมรรถนะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ถึงจะทดสอบในสภาวะที่แตกต่างกัน ด้วยเงื่อนไขการทดสอบตามปกติ  เราจะนิยมทดสอบอัตราเร่งในเวลากลางคืนมากกว่ากลางวันที่การจราจรหน้าแน่น และส่วนใหญ่ทดสอบด้วยผู้โดยสารเพียง 2 คน

แต่ด้วยข้อจำกัดการขับขี่ ที่เราแอบมาซิ่งระหว่างการขับชิว ถ้ามองที่อัตราเฉลี่ยจากเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เกียร์ธรรมดาจากค่ายโบว์ไทน(เชฟโรเลต) ของโมเดลปี 2015 (163 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร) ที่ขับในช่วงเวลากลางคืน ได้เคยทำเอาไว้ในอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ที่ 12.51 วินาที และ80-120 ก.ม./ช.ม.  ในเวลา 9.55 วินาที

เจ้า  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power แสดงศักยภาพชัดเจนว่าสมรรถนะของเครื่องยนต์ไม่ได้ย่อหย่อยกว่าคู่แข่ง อย่างที่หลายคนกังขาในเครื่องยนต์บล็อกเล็กขนาด 1.9 ลิตรนี้ว่าจะไม่ตอบโจทย์ เมื่อขับบนถนนจริง และเราเชื่อว่า เมื่อขับในอัตราเร่งที่มีเงื่อนไขเดียวกันของการทดสอบ เจ้า 1.9 ลิตร น่าจะแทบไม่สร้างความแตกต่างในเรื่องอัตราเร่งด้วยซ้ำไป

 

สรุป  Isuzu Dmax 1.9 Ddi  Blue Power   เครื่องใหม่ตัวจี๊ด ...ก็เกินคุ้มแล้ว

 

ความน่าประทับใจที่ได้จากเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร ในเรื่องสมรรถนะ ถือเป็นความโดดเด่นที่เรารู้สึกว่า Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power มีดีมากกว่าที่คาด พวกเขามีชัยอีกครั้งเหนือคู่แข่ง สร้างความแตกต่างนำเทรนด์กระบะที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อีกต่อไป

การเปิดศักราชใหม่ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีสมรรถนะการขับขี่เทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ถือเป็นเรื่องใหม่ทำให้ผู้เล่นในตลาดหลายเจ้าต้องหันขวับมามองว่า  Isuzu  ในฐานะรถกระบะยอดนิยมองคนไทย กลับมาอีกครั้งด้วยอะไรที่ฉีกแนวจากเดิม

ทดสอบรถยนต์   Isuzu Dmax 1.9

ในแง่หนึ่งเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ได้รับการพิสูจน์จากเราแล้วว่า สมรรถนะของมันไม่ได้ย่อหย่อนกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรที่มีวางจำหน่ายมากมายในตลาดบ้านเรา และปัจจุบันหลายค่ายก็มีโจทย์การตอบสนองในเรื่องพละกำลังมากขึ้น จนอาจจะทำให้ลืมข้อเท็จจริงการใช้งานของรถกระบะที่ต้องมีประสิทธิภาพการขับขี่ และประหยัดน้ำมัน อย่างสมดุล

และจากที่ขับขี่ในระยะเวลาสั้นๆของ  Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเขาทำเครื่องยนต์ออกมาในสไตล์เศรษฐกิจพอเพียง มันเร้าใจพอประมาณ แต่ก็ยังให้ความประหยัดได้ในระดับหนึ่ง โดยในระหว่างการขับขี่ก่อนการทดสอบอัตราเร่ง เราขับรถคันนี้ให้ได้ระยะทาง 100 ก.ม. และบนหน้าปัดแสดงอัตราประหยัดเฉลี่ยที่ 13.3 ก.ม./ลิตร ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับการขับขี่ที่มีทั้งช่วงความเร็วเดินทาง 120 ก.ม./ช.ม. และความเร็วสูง 160 ก.ม./ช.ม. นอกจากนี้เรายังค้นพบความเร็วสูงสุด ที่ 185 ก.ม./ช.ม.  ซึ่งมากพอแล้วสำหรับการขับใช้งานทั่วไป (แต่อัตราประหยัดคงจะดีกว่านี้ถ้าขับแบบธรรมดาทั่วไปในสภาวะการใช้งานจริง)

ลงจากรถ หมดกังขาทุกข้อสงสัยใน Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power หมดลง เรายอมรับสมรรถนะที่มาพร้อมความประหยัด และการปรับปรุงออพชั่นที่ดีขึ้นในหลายจุดในกระบะคันนี้ .... แน่นอนมันดีขึ้นสมราคา .....เพียงแต่มันไม่ใช่กระบะบ้าพลังเหมือนหลายค่ายรถยนต์นำเสนอในยุคนี้ ..ซึ่งเกินความต้องการในการใช้งานโดยไม่จำเป็น

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

ติดตามผู้สื่อข่าวและนักทดสอบรถยนต์ นาย ณัฐยศ ชูบรรจง ได้ที่ Facebook หรือ ทาง  Fan page ,Twiter (@nattayodc)

 

รายงานผลการทดสอบ

รถทดสอบ   Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue power  Z Prestige Hi-Lander

ราคาจำหน่าย 921,000 บาท (ไม่รวมสีขาวมุก)

 

สิ่งที่ชอบ  >>> เครื่องยนต์ 1.9 ลิตรใหม่ มีสมรรถนะเยี่ยมยอดทั้งกำลัง ที่เทียบชั้นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และความประหยัดน้ำมัน  ที่ทำได้ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

สิ่งที่ไม่ชอบ >>> ระบบกันสะเทือนที่น่าจะทำออกมาดีขึ้นกว่านี้ การปรับปรุงระบบกันสะเทือนที่เซทมาในสไตล์นิ่มนวล จะตอบโจทย์การขับขี่มากขึ้น อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งปัจจุบันด้วยล้อขอบ 18 นิ้ว ที่ดุงามหยดกลับกลายเป็นหอกข้างแคร่เมื่อขับบนถนนทางไกลที่ไม่ค่อยเรียบของเมืองไทย และเป้นไปพิจารณาปรับอัตราทดพวงมาลัย เพื่อให้อัตราวงเลี้ยวแคบสุดน้อยลง

 

สิ่งที่อยากให้มี >>> ระบบกันสะเทือนที่ยังคงความนิ่มนวล แต่เช่นเดียวกันก็ยังสามารถตอบสนองเรื่องการขับขี่ดีขึ้นอย่างแน่นอน แนะนำทีมวิศวกรไปทำการบ้านเรื่องนี้

 

คำแนะนำ สำหรับผู้ที่สนใจ >>> Isuzu Dmax 1.9 Ddi Blue Power  มันน่าสนใจที่เครื่องยนต์ที่สมรรถนะดีขึ้น มีความประหยัดมากขึ้น แต่!!! อย่าคาดหวังการขับขี่ที่คุณจะได้บ้าระห่ำเบ่งพลังเต็มที่ เพราะนี่คือกระบะที่มีกำลังพอดีๆ สำหรับใช้งานทั่วๆไป

 

เมื่อเทียบกับคู่แข่ง  >>> มันมีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้ !!

 

 

 

5 เรื่องน่าสนใจ