Test Ride: รีวิว ทดลองขี่ Honda CBR 250 RR เกิดมาเพื่อเป็นตัวแรงในสนาม

ปกติแล้ว การเซ็ตรถจักรยานยนต์เพื่อนำเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน กับการเซ็ตเพื่อนำมาเป็นรถแข่งในสนาม การตั้งค่าและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันในหลายจุด ถึงแม้ว่าค่ายจะอยากให้ภาพลักษณ์รถของตัวเองที่ออกมาขาย ถูกมองเป็นรถที่ใช้ในสนามแข่งก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า มันมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันเลย

Honda CBR 205RR

เช่นเดียวกันกับรถจักรยานยนต์พันธุ์สปอร์ตอย่าง Honda CBR ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นไซส์ขนาด 150 ไปจนถึง 500 CC. ส่วนใหญ่ก็ถูกเซ็ตเอาไว้ให้สะดวกกับการขับขี่ในถนนทั่วไปมากกว่า แต่ล่าสุดทาง A.P. Honda ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ Honda ในประเทศไทย ได้ทำการเอาใจนักบิด ที่ต้องการใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่ถูกเซ็ตให้เป็นรถที่สามารถนำลงสนามแข่งได้แบบไม่อายใคร นั่นคือการนำเข้ามาของ Honda CBR 250 RR นั่นเอง

Honda CBR 205RR

ส่วนใหญ่แล้ว รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Sport ของ Honda ที่วางจำหน่ายในตอนนี้นั้น จะเป็นการต่อท้ายด้วยตัว R นั่นหมายถึง Racing นั่นเอง เป็นการสื่อให้รู้ว่า คันนี้ถูกออกแบบมาแนว Racing นะ "เร็วและแรง" แต่มันก็ยังเป็นการออกแบบที่อิงกับการใช้งานถนนทั่วไปอยู่ดี แต่ถ้ามีต่อท้ายด้วย RR อย่าง Honda CBR 250 RR มันก็จะกลายเป็น Racing Replica ทันที ซึ่งหมายความว่ารถคันนี้จะถูกยัดเทคโนโลยีและการออกแบบ รวมถึงการเซ็ตติ้งต่าง ๆ แบบเดียวกันหรือใกล้เคียงกับรถที่ใช้แข่งในสนามทันที หมายความว่าถ้าคุณกำเงินเอาไปซื้อคันนี้มา มันจะเหมือนคุณได้รถจักรยานยนต์ตัวแข่งในสนาม ที่ "เร็วกว่าและแรงกว่า" มาใช้ทันที (แน่นอนว่ามันได้ไม่เท่ารถแข่งตัวจริงหรอก) ทำให้คุณจะได้รับความสนุกในการขับขี่ที่มากขึ้นกว่าตัว R แน่นอน

Honda CBR 205RR

โชคดีของทีมงาน AUTODEFT ที่ได้รับเชิญจากทาง เอพี ฮอนด้า ให้ได้เข้าร่วมการทดสอบ Honda CBR 250 RR กันแบบจัดเต็มที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ. บุรีรัมย์ (ขอบคุณมากครับ) จะได้รู้กันไปเลยว่า สมรรถนะของเจ้ารถจักรยานยนต์คันนี้ มันมีมากน้อยขนาดไหน และมันจะขี่มันแบบเดียวกับรถที่ลงสนามแข่งจริงได้ใกล้เคียงขนาดไหน

Honda CBR 205RR

ก่อนลงบสนาม เรามาทำความรู้จักกับสเปกเบื้องต้นของ Honda CBR 250 RR คันนี้กันก่อนครับ โดยเครื่องยนต์ที่ใส่มานั้น เป็นแบบ Liquid-Cooled 4 Stroke PGM-Fi DOHC 4 Valve Parallel Twin Cylinder ขนาด 249 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 38 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 23 นิวตันเมตร ตัวรถมีขนาด 724 x 2,060 x 1,098 มม.  (กว้าง x ยาว x สูง) มีระยะห่างจากพื้น 145 มม. ระยะห่างช่วงล้อ 1,398 มม. ความสูงของเบาะ 790 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ Inverted Telescopic Front Suspension ด้านหลังแบบ Aluminum Swingarm 5-Level Adjustable Mono Suspension with Pro-Link System ปรับได้ 5 ระดับ จะเอาแบบนุ่มนวลไว้ใช้ในเมือง หรืออยากได้ปราดเปรียว เลี้ยวได้กระชับก็ทำได้ เบรกหน้าเป็น ABS Hydraulic Disc ลูกสูบคู่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบเดียวกันแต่เป็นลูกสูบเดี่ยว ยางหน้าเป็นขนาด 110 / 70R17M / C 54S ส่วนยางหลังเป็นขนาด 140 / 70R17M / C 66S เป็นยาง Tubeless ทั้งหน้าและหลัง

Honda CBR 205RR

Honda CBR 205RR

ถ้าเปรียบเทียบตัวขนาดแล้วไซส์ของ Honda CBR 250 RR นั้นใหญ่กว่าตัว CBR 300R ด้วยซ้ำ เพียงแต่ความสูงถูกเซ็ตให้มีความสูงน้อยกว่าเล็กน้อย (แต่เบาะนั่งสูงกว่า) เพราะมันเป็นรถที่ถูกเน้นเอาไว้ใช้ในสนามแข่งได้นั่นเอง ส่วนอื่นที่น่าสนใจ ก็คงต้องเป็นระบบคันเร่งไฟฟ้า ที่ให้ความแม่นยำในการควบคุมรถได้ดีกว่าแบบสาย แน่นอนว่าเป็นการใช้งานที่เหมาะสมกับตัวรถที่มีโหมดในการขับขี่ได้ 3 แบบ ทั้ง Comfort, Sport และ Sport+ โดยโหมด Comfort สำหรับการขับขี่สบายๆเพลิดเพลินในเมือง, โหมด Sport เมื่อต้องการเพิ่มความสนุก เร้าใจในทุกเส้นทาง และ Sport+ เพื่อการขับขี่ที่ดุดันสะใจสไตล์สนามแข่ง อัดฉีดพลังความแรง ตอบสนองแรงบิดได้อย่างรวดเร็ว โดยที่โหมดมาตรฐานของรถนั้น จะเป็น Sport ทุกครั้งเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ ส่วนหน้าจอ LCD แสดงผล นอกจากข้อมูลมาตรฐานทั่วไป ทั้งความเร็ว, รอบเครื่อง, ไฟเตือนรอบเปลี่ยนเกียร์ Shift Lighter, ไฟบอกตำแหน่งเกียร์, ไฟบอกโหมดการขับขี่ มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์, ODO Meter พร้อมทริป A และ B แล้ว ยังมีเพิ่มในส่วนของตัวจับเวลา Lap Timer เพื่อให้เราไว้ใช้จับเวลาดูในแต่ละรอบการแข่งขันได้อีกด้วย

Honda CBR 205RR

รอบในการทดสอบ Honda CBR 250 RR ในครั้งนี้นั้น นอกจากจะมีบรรดาสื่อมวลชนมาร่วมทำการทดสอบแล้ว ยังมีลูกค้าที่จอง Honda CBR 250RR ภายในงาน Motor Show ครั้งล่าสุดจำนวน 11 ท่าน ที่ได้สิทธิพิเศษร่วมทดสอบขับขี่ในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นความพิเศษสุดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้มาก ๆ เพราะเอาจริง ๆ ถ้าทางค่ายไม่สนับสนุน บุคคลทั่วไปแทบจะหาทางมาขี่ลุยในสนามแห่งนี้ได้เลย (นอกจากจะมีตังเช่าสนามเองในหลักหลายบาท)

Honda CBR 205RR

Honda CBR 205RR

เอาล่ะ เข้ามาสู่ช่วงทดสอบกันเลยดีกว่า โดยก่อนที่จะลงสนาม ทาง A.P. Honda ได้จัดอบรมการขับขี่ก่อนลงสนามเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความสนุกและความปลอดภัยให้กับทุกคน โดยเฉพาะลูกค้า 11 ท่าน ที่อาจจะยังไม่เคยขี่รถมอเตอร์ไซค์แข่งในสนามมาก่อน โดยได้อดีตนักแข่ง Moto2 อย่าง ฟีม รัฐภาค วิไลโรจน์ มาช่วยแนะนำวิธีการขี่ให้สนุกและปลอดภัย เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงสนามกันได้เลยครับ เราแบ่งกันเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม เป็นลูกค้า 1 กลุ่ม และสื่อมวลชนอีก 3 กลุ่ม กลุ่มละประมาณ10 - 11 คัน โดยได้น้องฟีมทำการขี่นำให้ก่อนทุกกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะได้ขี่ชุดละประมาณ 15 นาที ขี่ได้ทั้งหมด 3 ชุด โดยแต่ละชุด จะทำการทดสอบโหมดการขับขี่ให้ครบทั้ง Comfort, Sport และ Sport+ ครับ

Honda CBR 205RR

จากนั้นเมื่อถึงรอบของผม เมื่อได้คร่อม Honda CBR 250RR แล้ว สัมผัสแรกคือตัวรถถึงแม้จะดูใหญ่ แต่มันไม่ได้เทอะทะ ด้วยรูปทรงความเว้า ทำให้เหมาะสมกับสรีระการวางขาและหัวเข่า เวลาขี่ ขาเราจึงแนบไปกับตัวรถได้อย่างดี ตัวรถไม่ได้สูงเกินไป ไม่ลำบากในตอนจอดแล้วต้องเอาขายันไว้ทั้ง 2 ข้าง ตัวแฮนด์สามารถอื้อมไปจับได้แบบไม่ต้องเอื้อมอะไรมาก แต่ก็ต้องโน้มหลังไปตามที่ตัวรถออกแบบมาให้เป็การขี่แบบสปอร์ต ผมวางท่าหมอบหลบลมได้สบาย แต่ถ้าตัวสูงโปร่งมากหน่อย อาจจะมีอาการเกะกะแขนเวลาหมอบก็เป็นได้ น้ำหนักรถอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้เบาหรือหนักเกินไป ศูนย์ถ่วงทำได้พอดี ไม่เป็นภาระในการทรงตัวแต่อย่างใด

Honda CBR 205RR

Honda CBR 205RR

เริ่มต้นรอบแรกนั้น เอาเบา ๆ กันก่อนด้วยโหมด Sport ที่เป็นค่ามาตรฐานของตัวรถ คันเร่งไฟฟ้านี่มันตอบสนองได้ดีกว่าสายมากเลย บิดไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งคำสั่งไปที่เครื่องยนต์ได้แบบแม่นยำ โช๊คหน้า มีความนุ่มมาก ให้ความสบายในการควบคุมได้อย่างดี ส่วนโช๊คหลังปรับเซ็ตแบบสปอร์ตเต็มขั้น ทำให้เวลาวิ่งทางตรง อาจจะดูแข็งไปบ้าง แต่ยามเข้าโค้งนั้นสามารถทำได้กระชับดีมาก บวกกับยางที่ให้มาก็เหมาะกับการใช้ในสนาม การเข้าโค้งจึงทำได้ดีมากกว่ารุ่นที่เป็นตัว R พอสมควร กำลังเครื่องยนต์นั้นให้ตีนต้นในระดับปานกลาง เนื่องจากเครื่องระดับ 250 ซีซี มีแรงบิดไม่ได้มากอะไร ทำให้การลากน้ำหนักออกตัวสู้พวกระดับ 500 ซีซีไม่ได้ แต่เมื่อรถเริ่มลอยตัวได้แล้ว คราวนี้มีเฮครับ เพราะรถจะเริ่มส่งกำลังไปที่ล้อได้มากขึ้น ขึ้นไปถึงความเร็วระดับ 150 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นมือเทสมอเตอร์ไซค์ระดับพระกาฬ เลยทำให้ต้องลดความเร็วมากกว่าคนอื่นก่อนเข้าโค้ง ซึ่งจากการสอบถามเพื่อน ๆ ที่ทดสอบด้วยกัน บางคนสามารถทำความเร็วช่วงหน้า Stand ได้ถึงเกือบ 180 กม./ชม. เลย

Honda CBR 205RR

Honda CBR 205RR

พอเริ่มชินรถแล้ว ก็กระดิกนิ้วชี้เปลี่ยนโหมดการขับขี่มาที่ Sport+ ดูบ้าง เอาจริงกำลังเครื่องมันไม่ได้ต่างจากเดิมมากครับ แต่สิ่งที่ได้มาคือการตอบสนองของคันเร่งที่มาได้ไวกว่าเดิม เติมความเร็วได้ทันใจกว่า และตอบสนองการเบาคันเร่งได้เร็วกว่า ส่วนนี้น่าจะช่วยเรื่องการออกตัวและการเตรียมเข้าโค้งได้ดีกว่าโหมด Sport อย่างแน่นอน ก่อนที่จะมาลองโหมดสุดท้ายที่ Comfort ดูบ้าง เห็นได้ชัดเลยครับว่าการตอบสนองของคันรเร่งถูกตัดลงอย่างชัดเจน แต่มันก็ได้มาซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่ ไม่มีการออกตัวแบบหน้ายก  ช่วงเปลี่ยนเกียร์แล้วรถวิ่งต่อได้อย่างนุ่มนวล ส่วนเรื่องเบรก ชอบมาก เมื่อวิ่งมาด้วยความเร็วเกิน 100 กิโลเมตร แล้วแตะเบรก ก่อนเข้าโค้ง เบรกหน้า และหลัง ทำงานดีมากไม่มีการส่ายของรถเลย ทำให้เราไม่ต้องคอยประคองตัวเพื่อแก้อาการก่อนเข้าโค้ง ซึ่งมันช่วยให้ทำเวลาดีขึ้นในแต่ละรอบได้อย่างดี

Honda CBR 205RR
Honda CBR 205RR

จบการทดสอบ Honda CBR250RR ไปทั้ง 3 ชุดแล้ว ประทับใจอย่างมากครับ เพราะตัวรถถูกเซ็ตมาเพื่อเป็นรถสปอร์ตอย่างแท้จริง สามารถใช้งานในสนามได้อย่างสบาย แต่ก็ไม่แย่อะไรถ้าจะเอามาใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย เพราะโช๊คหลังสามารถปรับได้มากถึง 5 ระดับ (วันนี้ตั้งเอาไว้ต่ำสุด) ก็จะช่วยให้ขี่ได้สบายกว่านี้ สำหรับใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของ ต้องบอกกันก่อนว่า รถจักรยานยนต์คันนี้เป็นรุ่นที่นำเข้ามาทั้งคันจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ดังนั้นตัวรถจะมีราคาสูงกว่ารุ่นที่ประกอบในประเทศ โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 249,000 บาท ราคาสูงกว่าตัว Honda CBR 500R ด้วยซ้ำ (217,000 บาท) แต่ด้วยวัสดุและงานประกอบที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น รวมทั้งการที่รถออกแบบและเซ็ตติ้งมาเพื่อเป็นรถแข่ง ผมว่าถ้าใครมีทุนทรัพย์เหลือเฟือพอที่จะซื้อได้ ซื้อเถอะครับ เพราะไม่รู้ว่าโอกาสที่จะได้จับจองรถดี ๆ ที่ครบเครื่องแบบนี้ จะมีโอกาสอีกทีเมื่อไหร่ครับ

Honda CBR 205RR

ทดสอบและเรียบเรียงโดย Boycung

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ