Chevrolet K5 Blazer Restomod ปี 1972 แปลงโฉมใหม่ พลัง V8 460 แรงม้า

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 7 มี.ค. 69 20:16
  • 1,004 อ่าน

รถคลาสสิกอย่าง Chevrolet K5 Blazer ถูกนำมารีสโตม็อดใหม่อยู่บ่อยครั้ง โดยเจ้าของมักเลือกอัปเกรดระบบช่วงล่างและเครื่องยนต์ให้ทันสมัย พร้อมเพิ่มความสามารถในการลุยทางออฟโรดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม K5 Blazer ปี 1972 คันนี้จาก Velocity Restorations เลือกแนวทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการปรับบุคลิกให้กลายเป็นรถสายสตรีทเต็มตัว

Chevrolet K5 Blazer Restomod

รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้แชสซี Roadster Shop Spec และเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ Street Series ของ Velocity ซึ่งได้รับการปรับแต่งระบบช่วงล่างใหม่ทั้งหมด ทำให้ตัวรถเตี้ยลงกว่ารุ่นดั้งเดิมอย่างมาก ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ SUV คลาสสิกคันนี้ดูดุดันในแบบรถสปอร์ตบนถนนมากกว่ารถลุย

ตัวถังภายนอกถูกพ่นด้วยสี China Gray ซึ่งมีโทนใกล้เคียงกับสี Nardo Gray ของ Audi แต่มีความเข้มกว่าเล็กน้อย พร้อมหลังคาแข็งสีดำแบบ Satin Black แทนหลังคาผ้าแบบถอดได้ที่มักพบใน K5 Blazer ที่ถูกนำมาแต่งใหม่หลายคัน

Chevrolet K5 Blazer Restomod

รายละเอียดตกแต่งภายนอกจำนวนมากถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า กระจังหน้า กระจกมองข้าง มือจับประตู ตราสัญลักษณ์ รวมถึงล้อ Forgeline ขนาด 18 นิ้ว ด้านท้ายยังมีกรอบไฟท้ายและกันชนหลังสีดำที่ช่วยเพิ่มลุคสปอร์ตให้กับตัวรถ

ด้านขุมพลังติดตั้งเครื่องยนต์ GM LT1 V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 460 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบท่อไอเสียสมรรถนะสูงที่ใช้หม้อพักจาก Borla เพื่อให้เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังตามสไตล์รถกล้ามอเมริกัน

กำลังทั้งหมดถูกส่งไปยังล้อหลังเพียงอย่างเดียว ทำให้ K5 Blazer คันนี้มีบุคลิกแบบรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังเต็มตัว นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเบรกสมรรถนะสูงจาก Wilwood เพื่อรองรับพลังที่เพิ่มขึ้น

Chevrolet K5 Blazer Restomod

ภายในห้องโดยสารถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดย Velocity ตกแต่งด้วยหนังคุณภาพสูง เพิ่มมาตรวัดดิจิทัลจาก Dakota Digital พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์สมัยใหม่ที่รองรับ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงระบบเครื่องเสียงจาก Focal

แม้รถคันนี้จะไม่มีการประกาศราคาที่แน่นอน แต่โดยทั่วไปแล้ว K5 Blazer restomod จาก Velocity Restorations มักมีราคาเริ่มต้นประมาณ 275,000 ดอลลาร์สหรัฐ และสามารถเพิ่มขึ้นเกิน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ง่าย ขึ้นอยู่กับตัวเลือกและระดับการปรับแต่ง

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ