เปิดตำนาน!! รถดังยุค 90 เก๋งตัวเด่น..บุกแดนสยาม

ยุคทศวรรษ 90 นับเป็นอีกยุคหนึ่งที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เริ่มอ้าแขนรับรถยนต์รุ่นต่างๆที่แปลกไม่คุ้นในสายตาชาวไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะในช่วงปี 1992 รัฐบาลสมัย นายอานันท์ ปันยารชุน ได้เปิดเสรีการค้าและลดภาษีนำเข้ารถยนต์ รวมถึงรถยนต์รุ่นนิยมๆเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วนรุ่นท็อป ทันสมัยในยุคนั้นกอบโกยยอดขายอย่างเป็นกอบเป็นกำ จนสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าของค่าย มาแล้ว

ในยุคนั้น เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการยานยนต์ไทย ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS ดิสก์เบรก 4 ล้อ ถุงลมนิรภัย SRS ล้วนเป็นสิ่งใหม่ๆที่ติดตั้งในรถหรูราคาแพงและกลายมาเป็นออพชั่นมาตรฐานในยุคปัจจุบัน งานนี้ทำให้ Autodeft เสาะหารถยนต์รุ่นดังที่ขายในไทยยุค 90 ทั้งรถยนต์ยอดนิยมและรถยนต์รุ่นแปลกๆจากค่ายชั้นนำ ทั้งญี่ปุ่น และยุโรป ที่อยู่ในความทรงจำ กลับมาให้หวนระลึกถึงกันอีกครั้ง เริ่มจาก

Mitsubishi Galant 

Mitsubishi Galant

นับเป็นปีทองของ Mitsubishi ยุค MMC สิทธิผล ที่ดังจากการส่งออก Mitsubishi Lancer Champ ไปยังแคนนาดา ยุคนั้น มีเก๋งซาลูนขนาดกลางที่ชื่อ Mitsubishi Galant จำหน่ายเพื่อต่อกรกับคู่แข่ง ทั้ง Toyota Corona และ Honda Accord แต่ที่ผ่านมา กลับด้อยในเรื่องรูปลักษณ์ดีไซน์ออกแนวคนมีอายุจากรุ่น Galant Royal เจน5 และประจวบเหมาะที่ญี่ปุ่น และต่างประเทศเริ่มจำหน่ายเจนที่ 6 ทำให้ MMC สิทธิผล สั่ง Mitsubishi Galant เจนใหม่ แบบเดียวกับรุ่น VR-4 ออกจำหน่ายตามหลังทั่วโลก 2 ปี ตั้งแต่ปี 1990 โดยฉีกภาพเดิมๆของ Galant ออกให้หมด ด้วยบอดี้โค้งมน และกระจกรถแบบโอเปร่า และเจ้าแรกที่มีที่ปัดน้ำฝนข้างหลังในรถซีดาน ช่วยทำให้ตัวรถดูดีขึ้นมา โดยมาพร้อมสองรุ่นย่อย สองบุคลิก เริ่มจากรุ่น GTI มาในแนวสปอร์ต ด้วยชุดสเกริ์ตรอบคัน พร้อมสปอยเลอร์ และล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 15 นิ้ว ส่วนรุ่น GLSI มาในแนวหรูด้วยชุดโครเมี่ยมทั้งคัน และล้ออัลลอยลายหรูขนาด 14 นิ้ว

ทั้งสองรุ่นย่อยใช้เครื่องขนาดเดียวกันแต่คนรุ่นเริ่มจากรุ่น GTI ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร รุ่น 4G63 DOHCหัวฉีด ECI 16 วาล์วให้กำลังสูงถึง 148 แรงม้า และรุ่น GLSI ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 8 วาล์ว หัวฉีด ECI แรงม้าสูงสุด 113 แรงม้า เลือกได้ทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แถมใจดีให้ดิกส์เบรก 4 ล้อ อีกด้วย และด้วยชื่อเสียงของรุ่น Galant VR-4 จากสนามแข่งแรลลี่ทั่วโลก ทำให้รุ่นนี้ จับมาแต่งในสไตล์ VR-4 กันเป็นจำนวนมากและขายดีจนยุติไปในปี 1993 ซึ่งGalant เจนที่ 7 รับช่วงต่อในชื่อ Mitsubishi Galant Ultima

Nissan Cefiro A31

Nissan Cefiro

ต้องขอชื่นชมทีมงานสยามกลการในยุคนั้น ที่กล้าบ้าบิ่นต่อกรกับทีมงานของ Nissan Motor ญี่ปุ่น เพื่อนำรถยนต์ Nissan Cefiro เข้าจำหน่ายไทย  โดยเปิดตัวในไทยช่วงปี 1990 ในร่างซีดานขับหลัง และบอกได้เลยว่าเป็นซีดานที่ไฮเทคที่สุดในกลุ่มเดียวกัน ตั้งแต่ระบบเกียร์อัตโนมัติ ที่มีระบบ DUET-EAควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ให้สัมพันธ์กัน ในช่วงแต่ละความเร็ว ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์

พร้อมระบบ DUET-SSได้รับการพัฒนามาจากระบบคลื่น Sonar ที่ใช้หลักการวิทยาศาสตร์ในเรื่องการสะท้อนของคลื่นเพื่อตรวจจับวัตถุต่างๆ โดยมีตัวรับ-ส่งคลื่นสัญญาณ Sonar อยู่บริเวณหน้ารถ ทำการส่งคลื่นสัญญาณออกไปแล้วให้สะท้อนกลับมาเพื่อจะใช้วัดค่าความเรียบของพื้นผิวถนน เมื่อได้ค่าที่ต้องการแล้ว คอมพิวเตอร์จะประมวลผลและสั่งการให้ปรับความหนืดของช๊อคอัพให้เหมาะสมกับพื้นผิวถนนและปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้มีน้ำหนักที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับความเร็วรถ พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ที่เลือกได้ถึง 2 รูปแบบตั้งแต่รหัส RB20E 6 สูบแถวเรียง 12 วาล์ว 121 แรงม้าจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ RB20DE 6 สูบแถวเรียง 24 วาล์ว 152 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบเบรก ABS โดยราคาจำหน่ายในยุคนั้นตั้งแต่ 7 แสนปลายๆถึงล้านต้นๆ จนกลายเป็นรถยอดนิยมของคนที่แสวงหาความไฮเทค และเป็นที่โปรดปรานของดาราคนดังยุคๆนั้น เช่นกัน แต่ปัจจุบันเจ้า Cefiro A31 กลายเป็นรถที่วัยรุ่นนำไปแต่งกันเพิ่มสมรรถนะ กันพอสมควร

Toyota Corolla GTI

Toyota Corolla

ในช่วงปี 1987-1992 โตโยต้า สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับสาวกในยุคนั้น ด้วย Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้รหัส AE92 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างโดยสิ้นเชิงในยุคนั้น โดยเป็นเจ้าแรกที่แนะนำเครื่องยนต์ Twin Cam 16 วาล์ว แถมฉายาอันโด่งดังนั่นคือ โฉมโดเรม่อน เพราะเจนนี้สามารถเนรมิตทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของขุมพลัง ออพชั่นภายนอก ภายในที่ครบครัน ไม่วาจะเป็นพวงมาลัยพาวเวอร์หรือพวงมาลัยธรรมดา กระจกไฟฟ้าจนถึงกระจกมือหมุน  เหมือนตัว โดเรม่อน ที่มีข้าวของให้โนบิตะแทบทุกอย่าง

ในช่วงปี 1987-1989 มีขุมพลัง 2 ขนาด คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร รหัส 4A-F Twin Cam 16 วาล์ว 94 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 12 วาล์ว รุ่น 2E 72 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้เลือกในรุ่น 1.6 SE Limited, 1.3 GL และ 1.3 XL และในปี 1989 -1992 เป็นต้นมา ปรับโฉมหน้าใหม่ให้หรูขึ้นทั้งหน้าและหลังตั้งแต่กระจังหน้า กันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถ ไฟท้ายสีขาวแดง และฝาครอบล้อ 13 นิ้ว เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเงินใส พร้อมเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ในรุ่น 1.6 SE Limited เท่านั้นยังไม่พอ ยังแนะนำรุ่น 1.6 GTI ที่มาพร้อมความแรงจากเครื่องยนต์เบนซินหัวฉีด EFI รุ่น 4A-GE 130 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเป็นครั้งแรกของ Corolla ที่ติดตั้งดิสก์เบรก 4 ล้อ จากโรงงาน และกลายเป็นรุ่นฮิตโด่งดังในหมูวัยรุ่น จนถึงครอบครัว วัยทำงานไปโดยปริยาย 

Mercedes-Benz 190 E

Mercedes-Benz 190 E

ใครจะรู้ว่าซีดานเล็กจาค่ายดาวสามแฉกที่กำลังอยู่ในช่วงปลายอายุกลับกลายเป็นรุ่นสร้างประวัติศาสตร์ให้กับ ธนบุรีประกอบรถยนต์ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนผู้บริหาร Mercedes-Benz เยอรมัน ต้องเดินทางมายังไทยเพื่อมาดูตลาดว่าทำไมขายดีขนาดนี้ คงจะไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็น Mercedes-Benz 190 E นั่นเอง โดยมียอดจำหน่ายมากถึง 5,000 คัน ด้วยดีไซน์ที่เป็นต้นแบบให้กับ E-Class รุ่นโลงจำปา เปิดตัวในตลาดโลกตั้งแต่ปี 1982 และพึ่งจะมาปรับโฉมอีกครั้งในช่วงยุค 80 ปลายๆ แต่สำหรับเมืองไทยนำเข้ามาขายคาดว่าช่วงปี 1991 โดยนำเข้ามาด้วยกันถึง 3 ขนาด ตั้งแค่เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 107 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที กับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 120 แรงม้าที่ 5,300 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที และใหญ่สุด เครื่องยนต์เบนซิน 2.3 ลิตร 135 แรงม้าที่ 5,200 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที  ทั้งสามขนาดมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมาดาที่โคตรโบราณเพราะมันเดินหน้าแค่ 4 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับหลัง

ถึงเทคโนโลยีจะร่วมสมัยบ้างโบราณบ้างพร้อมออพชั่นที่แตกต่างกันมาก ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งหุ้มผ้าหรือหนัง คอนโซลหน้าจัดวางอุปกรณ์ ได้งงๆบ้างนิดหน่อย และอาจมีรุ่น ABS โผล่มาด้วย เป็นต้น

Mazda 323 Astina

Mazda 323

ต้นตำรับ Mazda 3 ก็ต้องยกให้ Mazda 323 Astina หรือชาวไทยรู้จัดกันดีในชื่อรุ่นไฟ POP-UP และเป็นรถยนต์ หล่อกระชากใจวัยรุ่นยุคนั้นเลยทีเดียวด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 145 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร ช่วงนั้นมาแค่ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในช่วงปี 1990-1993 และหลังจากนั้นเพิ่มระบบเบรก ABS และคาดว่ามีการเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาด้วย ช่วงล่างหลังเป็นแบบ TTL ปีกนกคู่สัมพันธ์ พร้อมออพชั่นครบครันทั้งพวงมาลัยพาวเวอร์ปรับสูง-ต่ำได้ เบาะนั่งกำมะหยี่ทรงสปอร์ต กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อค กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า แล้ะล้ออัลลอยลาย 14 นิ้ว  7ก้าน และดิกส์เบรก 4 ล้อ โดยผู้จำหน่ายในยุคนั้นชื่อ สุโกศล มาสด้าที่นำความพร้อมสรรพสร้างความประทับใจให้สาวกอย่างเต็มรูปแบบ  ทำให้ Mazda 323 Astina เป็น Hatchback ทรงสปอร์ตยอดนิยม โด่งดังในยุค 90

Nissan 200 SX

Nissan 200 SX

รถสปอร์ต Hatchback 3 ประตูที่สยามกลการ สั่งนำเข้ามาขายช่วงปี 1992 โดยมาพร้อมกับ Nissan 300 ZX และกลายเป็น รถยนต์ ที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายถึงขั้นจัดพิธีส่งมอบรถอย่างยิ่งใหญ่มาแล้ว ด้วยตัวรถที่สปอร์ตเหมาะมากในกลุ่มวัยรุ่น ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.8 ลิตร รหัส CA 18 DET ให้กำลังสูงสุด 172 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิด สูงสุด 225 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที เลือกได้ทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบเบรก ABS และเป็นอีกหนึงรุ่นที่วัยรุ่นนำไปแต่งแรง พอกับ Nissan Cefiro A31

เรื่องและเรียบเรียงโดย นายเต้ย

ที่มา oknation.nationtv.tv , Facebook สมาคมคนรักโบรชัวร์รถแห่งประเทศไทย, Headlightmag 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ