หลายสิ่งของเทคโนโลยีใหม่บนรถยนต์ที่น่ากวนใจ

แน่นอนว่ายิ่งรถรุ่นใหม่มากเท่าไหร่ อุปกรณ์และออพชั่นต่างๆบนรถยนต์ ก็ยิ่งทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ความปลอดภัยและสะดวกสบายมากที่สุด แต่มันก็มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ยังไม่ดีมากพอ จนสร้างความรำคาญต่อผู้ขับขี่มากกว่า ทาง Consumer Report และ J.D. Power จึงได้ทำการสำรวจมาว่า มีเทคโนโลยีหรือออพชั่นไหนในรถยนต์บ้างที่สร้างความน่ารำคาญ ผลสรุปได้ออกมาประมาณนี้ครับ

Auto Stop-Start

Auto Stop-Start

จริงอยู่ว่าระบบ Auto Stop-Start ทางผู้ผลิตคิดว่ามันน่าจะช่วยให้รถยนต์ลดการใช้พลังงานได้ไม่มากก็น้อย และตอนนี้เริ่มมีหลายรุ่นแล้วที่เลือกใช้ระบบนี้ ซึ่งระบบจะทำการดับเครื่องทันทีเมื่อรถถูกเบรกจนนิ่งสนิทแล้วยังใส่เกียร์เดินหน้าอยู่ และจะสตาร์ทเครื่องใหม่ทันทีเมื่อเริ่มยกเท้าออกจากคันเร่งหรืออุณหภูมิในห้องโดยสารเริ่มร้อนเกินกำหนด ซึ่งก็ดีในส่วนหนึ่ง แต่บางครั้งมันก็สร้างความรำคาญได้ไม่น้อย เวลาที่เราเจอรถติดแบบค่อยๆขยับ รถเราก็จะทำการติดๆดับๆอยู่ตลอดเวลา และถ้ายิ่งมันมีอยู่บนรถที่มีการเปลี่ยนท่อใหม่หรือรถสปอร์ตเช่น Porsche 911 ทุกครั้งที่สตาร์ทมันก็จะส่งเสียงคำรามขู่คันข้างๆอยู่ไม่ใช่น้อย ยังดีหน่อยที่ส่วนใหญ่ที่มีระบบนี้สามารถปิดการทำงานของมันได้ตามที่ต้องการ

Lane Departure Warning

Lane Departure Warning

ระบบนี้จะคอยเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถเกิดเริ่มเซออกนอกเส้นจราจรด้วยการสั่นที่พวงมาลัย, สั่นที่เบาะนั่ง, แจ้งเตือนที่หน้าจอ แม้กระทั่งการส่งเสียงเตือนผ่านลำโพงในรถ และจะไม่ทำงานเมื่อมีการเปิดไฟเลี้ยว แน่นอนว่ามันเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ถนน แต่บางครั้งมันก็ทำงานดีเกินไป อย่างการเข้าโค้ง ที่อาจจะมีการเหยียบเส้นบ้าง มันก็จะทำการเตือนจนสร้างความตกใจให้เราก็มี หรือบางครั้งที่สภาพอากาศไม่ดี, เส้นจราจรไม่ชัดเจน มันก็อาจจะเตือนให้เราตกใจเล่นได้บ้าง หลายคนจึงลดความรำคาญด้วยการปิดการใช้งานมันซะ

Lane Departure Intervention

Lane Departure Intervention

ระบบนี้จะทำงานต่อเนื่องจากระบบการเตือนออกนอกเลน ด้วยการเบรกหรือกระตุกที่พวงมาลัย หรือกระทั่งดึงพวงมาลัยกลับเข้าสู่เลนโดยอัตโนมัติ แต่ลองนึกดูว่าถ้าคุณตั้งใจเบี่ยงรถที่กินเลนคุณมา หรือหลบรถใหญ่ที่วิ่งอยู่คับเลนข้างๆ แล้วระบบดันดึงกลับซะงั้น มันจะดูน่ากวนใจมากขนาดไหน

Touchscreen Infotainment Systems

Touchscreen Infotainment Systems

เราอาจจะใช้งานโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟนซะจนเคยชิน เลยคาดว่าระบบ Infotainment แบบสัมผัสหน้าจอขนาดต่างๆที่อยู่หน้ารถ ก็น่าจะใช้งานง่ายเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วในหลายรุ่น ดันมีเมนูที่ซับซ้อนมากมาย กว่าจะหาสิ่งที่ต้องการใช้งานได้ต้องเปิดหลายซับหลายซ้อนเหลือเกิน และการตอบสนองก็ไม่แม่นยำเหมือนบนมือถือซะเลย ลองคิดดูว่าถ้าเราขับรถอยู่แล้วต้องการใช้งานบางอย่างจากหน้าจอ มันจะยุ่งยากขนาดไหน

Navigation Systems

Navigation Systems

ระบบนำทางที่อยู่บนรถ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโปรแกรมที่ติดตั้งมาพร้อมแล้ว แต่บางครั้งการใช้งานมันช่างดูยุ่งยากเหลือเกิน ทั้งต้องรู้ที่อยู่ปลายทาง, มีข้อจำกัดในการค้นหา, ข้อมูลบางครั้งไม่อัพเดท หรืออื่นๆที่น่ากวนใจ จนตอนนี้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ระบบนำทางผ่านทางสมาร์ตโฟน เช่น Google Maps หรือ Maps ของ iOS ดูจะใช้งานง่ายกว่าหลายขุม แถมข้อมูลยังอัพเดทตลอดเวลาอีกด้วย

Parking Proximity Alarms

Parking Proximity Alarms

ระบบเตือนการจอด มันก็มีประโยชน์แหละ แต่บางครั้งการเตือนของมันก็ดูจะเป็นระบบที่ขี้กลัวไปหน่อย เพราะบางทีเตือนซะเต็มที่เหมือนจะชนแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังห่างอยู่เป็นเมตร ดังนั้นระบบที่จะช่วยดูให้ได้ดีกว่าคือกล้องมองหลังนั่นเอง

Voice Commands

Voice Commands

ระบบควบคุมด้วยเสียงนี้ ตอนออกแบบคือตั้งใจให้คนขับไม่ต้องละสายตาไปจากถนน และไม่ต้องปล่อยมือออกจากพวงมาลัยเพื่อทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ระบบการรับคำสั่งดันดูจะเป็นคนที่เที่ยงตรงมากเกินไป ถ้าสำเนียงไม่ได้, คำสั่งไม่ถูกต้อง มันก็จะไม่ทำงานให้ สรุปแล้วก็ต้องละสายตามากดปุ่มเหมือนเดิม

Keyless key

กุญแจแบบ Keyless

จริงๆแล้วปัญหานี้ส่วนใหญ่จะมาในรถยนต์ระดับ Luxury ที่ชอบทำกัญแจรถแบบ Keyless แบบใหญ่ๆ โดยทางค่ายมักจะใช้คำว่า กุญแจเป็นเครื่องแสดงตัวตนของแบรนด์ แต่บางทีขนาดมันก็ใหญ่เกินไป จนบางครั้งแทบจะเท่าโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว แรกๆอาจจะดูเท่นะ แต่นานไปเข้านี่ก็ดูน่ารำคาญได้เหมือนกัน

ข้อมูลจาก Forbes

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ