ขั้นตอนการจองเพื่อต่อใบขับขี่ 2564 ยุคใหม่ และวิธีอบรมออนไลน์ DLT-elearning สไตล์ New Normal ที่ต้องวางแผนล่วงหน้า

สมัยก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับการไปต่อใบขับขี่ในรูปแบบที่รอให้หมดก่อน หรือก่อนหมดอายุล่วงหน้าไม่นาน จากนั้นก็เตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วไปที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบกสาขาต่าง ๆ แล้วดำเนินการตามขั้นตอนจนออกใบขับขี่ใบใหม่ได้ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ต่อใบขับขี่

แต่สำหรับยุคนี้ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จนต้องมาใช้ชีวิตกันแบบสไตล์ New Normal ทำให้รูปแบบการต่อใบขับขี่ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย และต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับผู้ที่อยู่ในแถบกลางเมืองใหญ่อีกด้วย โดยขั้นตอนจะเป็นอย่างไรบ้าง ลองตามมาดูกัน

ต่อใบขับขี่

เนื่องจากทางกรมการขนส่งทางบก ต้องจำกัดจำนวนผู้เข้ารับบริการในแต่ละช่วง โดยเฉพาะการต่อใบขับขี่นั้น ต้องมีขั้นตอนในการอบรม, ทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย รวมทั้งต้องนั่งรอเพื่อถ่ายรูปลงในใบขับขี่ด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการ “จองคิว” ก่อนเข้าบริการทุกครั้ง ขั้นตอนก็ไม่ยาก โดยให้เข้าไปที่ https://gecc.dlt.go.th:4448/web_booking/page/ เพื่อทำการจองคิว

ต่อใบขับขี่

หรือจะทำการดาวน์โหลดแอปที่ชื่อว่า DLT Smart Queue ก็ได้ รองรับทั้ง iOS (คลิกเพื่อดาวน์โหลดได้ที่นี่ https://apps.apple.com/th/app/dlt-smart-queue/id1437480803) และ Android (คลิกเพื่อดาวน์โหลดได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.DLT.SmartQueue&hl=en&gl=US)

ต่อใบขับขี่

จากนั้นให้ทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อย

ต่อใบขับขี่
ต่อใบขับขี่

ลงทะเบียนเสร็จ ให้ทำการ Login ให้เรียบร้อย

ต่อใบขับขี่

จากนั้นหน้าจอจะมีรายชื่อสำนักงานขนส่งในแต่ละพื้นที่มาให้เลือก ให้เราลองเลือกสำนักงานที่เราสะดวกมากที่สุด (ตัวอย่างเป็นการเลือกที่จตุจักร)

ต่อใบขับขี่

เลือกงานใบอนุญาต

ต่อใบขับขี่

จากนั้นให้ทำการเลือกประเภทที่เราต้องการต่อ ถ้าเราถือใบขับขี่แบบชั่วคราว 2 ปี ให้เลือกที่เป็น “เปลี่ยนชนิดชั่วคราว 2 ปี เป็น 5 ปี สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี” แต่ถ้าถือแบบ 5 ปี ให้เลือกเป็น “ต่ออายุรถส่วนบุคคล 5 ปีเป็น 5 ปี” ซึ่งนโยบายของแต่ละสำนักงานจะไม่เหมือนกัน บางแห่งแยกเมนู แต่บางแห่งรวมในเมนูเดียวกัน โดยในตัวอย่างเป็นเป็นเมนูเดียวกัน ให้กดเลือกได้เลย

ต่อใบขับขี่
ต่อใบขับขี่

ถ้าเป็นสำนักงานที่มีผู้ใช้บริการเยอะอย่างจตุจักร จะมีการจองคิวเต็มล่วงหน้านานเกินกว่า 1 เดือน ถ้าเรายังยืนยันที่จะดำเนินการที่สำนักงานแห่งนี้ ก็ต้องเลื่อนไปจนถึงวันที่ว่าง แต่ถ้าอยากให้เร็วกว่านั้น ให้เลือกที่สำนักงานอื่นที่ไกลออกไป ที่ไหนก็ได้ เพราะปัจจุบันทางกรมการขนส่งทางบก อนุญาตให้ต่อใบขับขี่ได้ทุกสาขาทั่วประเทศแล้ว (ถ้าอยู่กรุงเทพ ใกล้ที่สุดและเร็วที่สุด น่าจะเป็นสระบุรีสาขาบ้านหมอ)

ต่อใบขับขี่

ถ้าวันไหนว่าง จะมีจุดสีดำขึ้นอยู่บนวันนั้นในปฏิทิน

ต่อใบขับขี่

จากนั้นให้เลือกเวลาที่เราต้องการเข้ารับบริการ กดยืนยันการจอง ระบบจะถามว่ายืนยันการจองหรือไม่ ให้กด ตกลง

ต่อใบขับขี่

ระบบจะมีการออก QR Code ให้เรา เพื่อนำไปใช้ในวันรับบริการที่ระบุไว้

ต่อใบขับขี่

ต่อใบขับขี่

สิ่งสำคัญคือ ต้องอ่านรายละเอียดว่า ทางสำนักงานนั้นต้องการให้เราเตรียมตัวอะไรล่วงหน้าบ้าง ส่วนใหญ่ที่ต้องใช้แน่ ๆ ก็คือเอกสารดังนี้

  1. บัตรประชาชนตัวจริง
  2. ใบอนุญาตขับรถใบเก่า
  3. ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน (เอกสารนี้ จะใช้เฉพาะการต่ออายุจาก 2 ปีเป็น 5 ปี)

ต่อใบขับขี่

สิ่งต่อมาที่การต่อใบขับขี่บางสำนักงาน บางประเภท ก็คือการอบรมผ่านระบบ DLT-elearning (ตรวจสอบได้จากระบบ) ดังนั้นเราจึงต้องเข้าทำการอบรมเสียก่อนที่จะเข้าไปรับบริการ โดยเข้าไปได้ที่ https://www.dlt-elearning.com/Home

ต่อใบขับขี่

ถ้าไม่เคยลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนก่อน (คนละการลงทะเบียนจองคิว)

ต่อใบขับขี่

ถ้าลงทะเบียนแล้ว ให้ทำการเข้าสู่ระบบ

ต่อใบขับขี่

ต่อใบขับขี่

ระบบจะพาเข้ามาที่หน้าเลือกอบรม ให้เราเลือกในส่วนบนสุด ในส่วนใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล แต่ถ้าจะต่อประเภทอื่น ก็เลือก 2 ช่องด้านล่างแทน

ต่อใบขับขี่

ต้องเริ่มต้นด้วยการตอบแบบทดสอบก่อนอบรมก่อน

ต่อใบขับขี่

เมื่อกดส่งเรียบร้อย จะมีหน้าคลิปวีดีโอขึ้นมา ให้เรากดปุ่ม Play แล้วรับชมจนครบเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งเราต้องเปิดหน้านี้ทิ้งไว้ตลอดเวลา ไม่สามารถเรียกโปรแกรมหรือหน้าเวปอื่นมาใช้งานได้ เพราะถ้าเปลี่ยนไปหน้าอื่น ตัว Player จะหยุดทันที (ต้องดู ห้ามโกง)

ต่อใบขับขี่

เมื่ออบรมเสร็จแล้ว ระบบจะเรียกแบบทดสอบหลังอบรมขึ้นมาให้ใหม่อีกครั้ง ถ้าตอบผิด ต้องตอบใหม่ แต่ถ้าตอบถูกทุกข้อ ระบบจะออกเป็นเหมือนใบรับรองให้กับเรา เราต้องทำการ Capture หน้าจอส่วนนี้เอาไว้ เพื่อนำไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูในวันที่เราจองคิวเอาไว้

นี่คือขั้นตอนการเตรียมตัวทั้งหมดก่อนเดินทางไปยังสำนักงานกรมการขนส่งทางบกตามวันและเวลาที่เราเลือกเอาไว้ จากนั้นก็นำเอกสารทั้งหมดไปในวันนั้น แล้วดำเนินการจนเสร็จสิ้น รับใบขับขี่ใหม่ 2564 ได้เลย ดังนั้นใครที่ใบขับขี่ใกล้จะหมดอายุ เราสามารถดำเนินการล่วงหน้าไว้ได้เลย อย่ารอให้หมดอายุก่อนแล้วค่อยดำเนินการ เพราะมันอาจจะต้องรอนานเกินไปก็ได้ ถ้าเราอยู่ในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ที่มีคนใช้บริการเยอะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ