ส่วนลดรถใหม่พุ่ง 76 เปอร์เซ็นต์ แต่ราคารถขายดีเฉลี่ยยังเกิน 35,000 ดอลลาร์

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 15 มี.ค. 69 21:53
  • 1,002 อ่าน

แม้ราคาน้ำมันและก๊าซทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาของรถยนต์ใหม่ในตลาดกลับยังคงทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือผู้ผลิตรถยนต์เริ่มกลับมาใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายมากขึ้น ทั้งส่วนลดจากโรงงาน โปรโมชั่นไฟแนนซ์ และข้อเสนอเช่ารถ ซึ่งช่วยลดราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริงในตลาดได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่ารถรุ่นยอดนิยมหลายรุ่นกำลังได้รับการปรับโฉมใหม่ เช่น Toyota RAV4

ในช่วงปีที่ผ่านมา โปรโมชั่นจากผู้ผลิตรถยนต์เริ่มกลับมาเห็นได้ชัด หลังจากก่อนหน้านี้ช่วงที่อุตสาหกรรมเผชิญปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนและกำลังการผลิต ผู้ผลิตแทบไม่มีแรงจูงใจในการให้ส่วนลด เนื่องจากความต้องการซื้อสูงกว่าปริมาณรถในตลาด แต่สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อจำนวนรถในสต็อกของดีลเลอร์เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อรักษายอดขาย

การผลิตรถยนต์ในหลายภูมิภาคเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ ส่งผลให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น เมื่อมีรถพร้อมขายมากขึ้น สถานการณ์ฉุกเฉินที่เคยทำให้ราคารถพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ก็เริ่มคลี่คลาย เพื่อป้องกันไม่ให้รถค้างอยู่ในโชว์รูมนานเกินไป หลายแบรนด์จึงเริ่มนำข้อเสนอเงินคืนและอัตราดอกเบี้ยพิเศษกลับมาใช้ โดยเฉพาะกับรถกลุ่ม SUV และรถกระบะที่มียอดขายสูง

ข้อมูลระบุว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยเงินสนับสนุนการขายต่อคันอยู่ที่ประมาณ 1,611 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์จากเดือนมกราคม และเพิ่มขึ้นถึง 76 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 ซึ่งในเวลานั้นมีค่าเฉลี่ยเพียง 698 ดอลลาร์

แม้โปรโมชั่นจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาซื้อขายเฉลี่ยของรถรุ่นขายดียังคงอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลจาก CDK Affordability Tracker ระบุว่าในเดือนกุมภาพันธ์ ราคาซื้อขายเฉลี่ยของรถยนต์ยอดนิยมอยู่ที่ 35,533 ดอลลาร์ ลดลงจากเดือนมกราคมเพียง 109 ดอลลาร์ แต่ยังคงสูงกว่าเดือนเดียวกันของปี 2025 อยู่ 136 ดอลลาร์

ในกลุ่มรถกระบะขนาดใหญ่ ภาพรวมแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยราคาซื้อขายเฉลี่ยของรถกระบะยอดนิยมในสหรัฐลดลง 262 ดอลลาร์จากเดือนมกราคม มาอยู่ที่ 56,376 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ราคายังสูงกว่าปีก่อนประมาณ 3.4 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1,875 ดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ส่วนลดในกลุ่มรถกระบะกลับลดลง โดยค่าเฉลี่ยเงินสนับสนุนการขายอยู่ที่ 4,361 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 3 เปอร์เซ็นต์จากเดือนมกราคม และลดลง 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ในตลาดรถยนต์กลุ่มแข่งขันสูงอย่าง SUV ขนาดคอมแพกต์และรถซีดานขนาดกลาง ผู้ผลิตรถยนต์ต่างเพิ่มโปรโมชั่นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากไม่สามารถปล่อยให้คู่แข่งแย่งส่วนแบ่งตลาดได้

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นที่น่าสนใจคือ Toyota RAV4 รุ่นใหม่ปี 2026 ซึ่งเพิ่งได้รับการปรับโฉม โดยราคาซื้อขายเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นเป็น 40,096 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 3,353 ดอลลาร์จากเดือนมกราคม ซึ่งสูงกว่าการปรับขึ้นของราคาตั้งต้นที่เพิ่มประมาณ 2,100 ดอลลาร์ เนื่องจากรถเจเนอเรชันใหม่นี้เปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดทั้งหมด

อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาเฉลี่ยสูงขึ้นคือรถล็อตแรกที่ถูกส่งไปยังดีลเลอร์ส่วนใหญ่เป็นรุ่นย่อยระดับสูง ส่งผลให้ราคาซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ขณะที่รุ่นย่อยพื้นฐานยังอยู่ในขั้นตอนการผลิตและยังไม่ถูกส่งไปยังโชว์รูม

รถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในภาพรวมของตลาด เนื่องจากหลายแบรนด์เริ่มปรับกลยุทธ์ด้านราคา พร้อมเพิ่มทางเลือกของรุ่นรถมากขึ้น หลังจากความต้องการซื้อเติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ