โรงงานรถยนต์ไร้มนุษย์แห่งแรกใกล้ความจริงกว่าที่คิด เมื่อหุ่นยนต์อาจเข้ามาแทนแรงงานคนเต็มรูปแบบ

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 18 ม.ค. 69 15:36
  • 1,032 อ่าน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หุ่นยนต์มีบทบาทสำคัญในการช่วยมนุษย์ผลิตรถยนต์ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเครื่องจักรกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์เชื่อว่า ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี โลกอาจได้เห็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใช้แรงงานหุ่นยนต์ล้วนโดยไม่มีมนุษย์อยู่ในสายการผลิตแม้แต่คนเดียว

โรงงานลักษณะนี้ถูกเรียกว่า “โรงงานมืด” หรือ dark plant ซึ่งหมายถึงโรงงานที่สามารถดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องเปิดไฟ เพราะไม่มีพนักงานมนุษย์ทำงานอยู่ นักวิเคราะห์จาก Gartner และ Warburg Research คาดการณ์ว่า ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนมีโอกาสสูงที่จะเป็นรายแรกของโลกที่ตัดแรงงานมนุษย์ออกจากสายการผลิตทั้งหมด และอาจเกิดขึ้นได้เร็วสุดราวปี 2030

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐฯ จะตามมาไม่ห่างนัก โดยรายงานของ Auto News ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกันอาจสามารถสร้างสายการผลิตอัตโนมัติเต็มรูปแบบได้ก่อนปี 2030 เช่นกัน แม้จะยังมีมนุษย์ทำงานในส่วนของการบริหารจัดการโรงงานโดยรวมอยู่บ้าง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะกระทบกับขั้นตอนการประกอบรถเป็นหลัก มากกว่าการตัดตำแหน่งงานทั้งหมดออกไปในทันที

แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะหลายค่ายเริ่มเดินหน้าอย่างจริงจังแล้ว Hyundai มีแผนนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ไปใช้งานในโรงงานรัฐจอร์เจียตั้งแต่ปี 2028 ขณะที่ Mercedes-Benz กำลังทดลองใช้หุ่นยนต์ในลักษณะเดียวกันในระดับที่เล็กกว่า Tesla เองก็พัฒนาหุ่นยนต์ของตนเอง และแทบทุกผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุนต่างจับตามองเทคโนโลยีนี้อย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้ผลิตรถยนต์ แรงงานหุ่นยนต์คือภาพฝันที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องพักผ่อน ไม่ต้องลาหยุด ไม่ต้องเข้าห้องน้ำ และไม่เรียกร้องสวัสดิการด้านประกันสุขภาพหรือเงินบำนาญ รายงานจากบริษัทที่ปรึกษา Accenture ระบุว่า ระบบอัตโนมัติขั้นสูงสามารถช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการพัฒนารถออกสู่ตลาดได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายการผลิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อแนวคิดการออกแบบรถยนต์ในอนาคตด้วย ชิ้นส่วนอาจถูกติดตั้งในลำดับที่แตกต่างออกไปเพื่อให้เหมาะกับการทำงานของหุ่นยนต์มากขึ้น ขณะที่ชิ้นส่วนซับซ้อนอย่างชุดสายไฟ ซึ่งปัจจุบันยังต้องพึ่งแรงงานคน อาจถูกแยกส่วนหรือฝังรวมเข้ากับโครงสร้างตัวถังเพื่อลดความยุ่งยากในการประกอบ

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ด้านมืดของการเปลี่ยนผ่านนี้ก็ชัดเจนไม่แพ้กัน สหภาพแรงงานและพนักงานที่มีประสบการณ์ต่างกังวลถึงผลกระทบต่อชุมชน เมื่อแรงงานหลายพันตำแหน่งอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในงานด้านการบำรุงรักษา โลจิสติกส์ การควบคุมคุณภาพ การดูแลซอฟต์แวร์ และการออกแบบระบบ ซึ่งหมายความว่างานจำนวนหนึ่งจะถูกย้ายหรือปรับเปลี่ยนมากกว่าหายไปทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียตำแหน่งงานบางส่วนดูจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสหภาพแรงงานอย่าง UAW รวมถึงองค์กรแรงงานอื่น ๆ ก็คงไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเงียบ ๆ เมื่อระบบอัตโนมัติเดินหน้าเต็มกำลัง ความตึงเครียดระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการปกป้องแรงงานมนุษย์ก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ