Flock Safety เจอกระแสต้าน กล้องอ่านป้ายทะเบียนถูกทุบทำลายในหลายรัฐ
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 28 ก.พ. 69 20:15
- 1,003 อ่าน
กล้องของ Flock Safety กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในสหรัฐฯ แม้บริษัทจะไม่ใช่ผู้ให้บริการระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (ALPR) รายเดียว แต่ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง โดยระบุว่าระบบของตนถูกใช้งานในมากกว่า 6,000 ชุมชนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนบางส่วนเลือกแสดงจุดยืนด้วยการทำลายกล้องเหล่านี้

ระบบของ Flock ไม่ได้แค่ถ่ายภาพป้ายทะเบียน แต่ยังบันทึกภาพทั้งคันรถ และใช้ข้อมูลภาพ เช่น รอยบุบ สติกเกอร์ หรือรายละเอียดเฉพาะตัวอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับป้ายทะเบียน ซึ่งท้ายที่สุดสามารถโยงถึงเจ้าของรถได้ ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถเข้าถึงโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และถูกแชร์ต่อในวงกว้าง
นักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวมองว่าสิ่งนี้อาจขัดต่อบทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตรา 4 (Fourth Amendment) ว่าด้วยการคุ้มครองจากการค้นและยึดโดยไม่สมเหตุสมผล บางศาลก็มีท่าทีเห็นด้วย โดยชี้ว่าภาพที่ Flock บันทึกอาจถือเป็นข้อมูลสาธารณะ เนื่องจากครอบคลุมยานพาหนะและบุคคลทุกคนที่ขับผ่าน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือไม่ก็ตาม
รายงานจากสื่ออย่าง TechCrunch และบทความของ Brian Merchant ระบุว่า มีเหตุทำลายกล้องเกิดขึ้นในหลายรัฐ ตัวอย่างเช่น เมือง La Mesa รัฐแคลิฟอร์เนีย กล้องอย่างน้อยสองตัวถูกตัดเสาและทุบทำลาย หลังสภาเมืองลงมติเดินหน้าต่อสัญญากับ Flock ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาชน
เหตุลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในรัฐออริกอน อิลลินอยส์ คอนเนตทิคัต และเวอร์จิเนีย ที่รัฐเวอร์จิเนีย มีชายรายหนึ่งถูกจับกุมหลังถูกกล่าวหาว่าทำลายกล้องถึง 13 ตัว โดยอ้างว่าเขาทำไปเพราะกังวลเรื่องสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญ
โครงการทำแผนที่ DeFlock ประเมินว่าปัจจุบันมีกล้อง ALPR เกือบ 80,000 ตัวทั่วสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน หลายเมือง เช่น Santa Cruz, Mountain View และ Eugene ได้ระงับหรือยุติสัญญากับ Flock หรือผู้ให้บริการลักษณะเดียวกัน สะท้อนให้เห็นกระแสต่อต้านที่แม้ยังไม่กว้างขวางมาก แต่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่า กล้อง ALPR ก็มีผู้สนับสนุนจำนวนไม่น้อย เพราะมีบทบาทในการช่วยจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีร้ายแรงหลายคดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการกำกับดูแล ยังคงเป็นคำถามสำคัญที่สังคมอเมริกันต้องหาคำตอบต่อไป
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




