Safety Compromise ความปลอดภัยเรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้าม

  • โดย : Autodeft
  • 13 เม.ย. 57
  • 5,748 อ่าน

แน่ใจหรือว่ารถที่เราขับทุกวันนี้มันปลอดภัย เราาจจะเคยได้ยินว่ามันทพคะแนนทดสอบได้ดีในต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงเรากำลังไม่ตระหนัดว่ามันอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะออพชั่นตัวช่วยกลับถูกทอนลงไป

 

 

เรื่อง โดย ณัฐยศ ชูบรรจง

 

ถามถึงการขับขี่รถยนต์ ทุกวันนี้เราคงยังต้องยอมรับว่าการที่เราจะมองรถยนต์สักคัน เราอาจจะยังมองที่การซื้อรถยนต์ที่มีสมรรถนะดีคุ้มค่าคุ้มราคาในการคบหา หรือบ้างอาจจะมองฟังชั่นการใช้งานเป็นสำคัญต้องตอบโจทย์  ได้ ทั้งที่รถยนต์ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญที่หลายคนมักจะมองข้ามไป

ความปลอดภัย...เป็นอะไรที่สามารถเลือกได้ แต่เลี่ยงไม่ได้ต่อความเสี่ยงในยามขับขี่ มีคนจำนวนมักจะเคยได้ยินวลีที่ว่า “ถ้าเราไม่ชนเขา เขาก็อาจจะมาชนเรา” และแม้อุบัติเหตุอาจจะเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ก็ตามทีทั้งจากการขับขี่ของเราเอง และการเคารพวินัยการจราจร แต่แง่หนึ่งของข้อเท็จจริงการซื้อรถในบ้านเรา และรวมถึงแถบภูมิภาคอาเซียนเองด้วย เรายังใส่เรื่องนี้น้อยไปหน่อย

[IMAGE1] 

เมื่อสักสองสามปีที่แล้ว มีความฮือฮาในวงการยานยนต์และตื่นตัวมากขึ้นในเรื่องความปลอดภัยในรถยนต์ เมื่อ ค่ายรถยนต์  Ford  แนะนำ Ford Fiesta   เครื่องยนต์ 1.6  ลิตร แต่ที่มากกว่าสมรรถนะของเครื่องยนต์จนหลายคนจับตา นั้นคงไม่พ้นเรื่องของความปลอดภัย ด้วยราคาราวๆ  7  แสนกว่าบาทของตัวรถ แต่มาพร้อมถุงลมนิรภัยมากถึง 7 ใบ ทว่าท้ายที่สุด เมื่อมาสู่รุ่นใหม่ ค่ายวงรีสีน้ำเงิน ยอมรับกลายๆว่า คนไทยไม่ใส่ใจเรื่องนี้เท่าที่ควร ทำให้ไม่คุ้มที่จะยัดถุงลมจำนวนมากอีกต่อไปในรุ่นปรับโฉม

เรื่องความปลอดภัย ยังคงมีการมองจากทางด้านผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้รับการใส่ใจจากผู้บริโภคอย่างเราๆท่านมากมายก็ตาม ... จริงอยู่ที่เราอาจจะรู้ว่า รถทุกวันนี้มี่ราคาแพงขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากในเรื่องของความปลอดภัย ที่มีระบบมากมายเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ช่วยทั้งการขับขี่และ ความปลอดภัยภายหลังการชน

ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างตัวถัง ด้วยการกระจายแรงกระแทก พยายามรักษาส่วนหลักของห้องโดยสารเอาไว้ให้มากที่สุด รวมถึง ระบบถุงลมนิรภัยที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากแรงกระแทกด้านการชน ไปจนถึง แม้แต่การออกแบบให้แป้นเบรก และพวงมาลัยยุบตัวได้ และมีอีกมากมายที่เข้ามาช่วยให้รถปลอดภัยมากขึ้นกว่าที่คิด

เมื่อไม่นานมานี้ ค่ายรถยนต์  Honda  ซึ่งพวกเขาเพิ่งจะเปิดตัว  Honda City  ใหม่ออกไป และที่น่าแปลก  Honda  เพิ่มไลน์อัพพิเศษในรุ่น  SV+ เข้ามา โดยเป็นรุ่นที่เน้นฟีเจอร์เรื่องความปลอดภัยโดยตรง โดยเฉพาะการมีม่านนิรภัย เสริมเข้ามาจากรุ่นปกติ ที่มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า แต่ก็หมายความถึง ลูกค้าจำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคาค่าตัว และนำมาซึ่งคำถามและข้อกังขาว่า เราจะมีโอกาสได้ใช้หรือไม่ และ จะจ่ายเพิ่มทำไมถ้าหากเราอาจจะไม่ใช้มัน จากหลายคนที่เข้ามาสอบถามถึงรถคันนี้

[IMAGE2] 

แง่มุมนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าอย่างเราๆท่านๆ ไม่ค่อยตระหนักเรื่องความปลอดภัยมากมายนัก ทั้งที่ในประเทศที่มีความเจริญ ค่อนข้างให้ความสำคัญ ในเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์อย่างมาก

หากดูรถยนต์หลายๆ รุ่นที่ทำตลาดในเมืองไทย และเทียบโปรแกรมการทดสอบการชนรถใหม่ หรือที่เรียกว่า  Ncap  ซึ่ง ย่อมาจาก New Car assessment Programme ในต่างประเทศ ซึ่งบางค่ายรถยนต์นำมากล่าวอ้างในการนำเสนอสินค้า อาจจะมีความแตกต่างไปจากรุที่ขายในบ้านเรา จากการทอนเรื่องความปลอดภัย ที่น่าจะวางใจได้

ตัวอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจน จะยกเคสของรถยนต์ที่เราหลายคนคุ้นเคยกันดีในไทย โดยเฉพาะทีเด็ดที่สุดอยู่ที่  Mitsubishi Mirage  ซึ่งบ้านเราเป็นฐานการผลิตสำคัญ เพื่อการส่งออกไปยังทั่วโลก โดยรถรุ่นที่จำหน่ายในบ้านเรา มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพียงอย่างเดียว  แต่ในตลาดอื่นๆกลับให้ม่านนิรภัยทั้งตอนหน้าปละตอน หลัง โดยเฉพาะรุ่นที่วางจำหน่ายในอเมริกา ทำให้สามารถปกป้องได้ดียิ่งขึ้น จนถูกยอมรับว่าเป็นรถที่ได้คะแนนทดสอบการชนดีเยี่ยม

แต่ในทางกลับกันถ้าอุปกรณ์ป้องกันบางอย่างถูกกถอดออกไปเพียงเพราะค่ายรถยนต์มองว่าตลาดไม่ต้องการ สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลลัพธ์การปกป้องจากชนจะเท่ากันหรือไม่  แต่ท้ายที่สุดเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เรายังคงต้องเสี่ยงภัยในการรถใช้ถนนเหมือนเดิม และปลอดภัยน้อยลงเพียงแค่ เราไม่อยากจับจ่ายรถยนต์ที่มีราคาแพงขึ้นทั้งที่มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม และอาจจะช่วยในยามหน้าสิ่งหน้าขวานได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งท้ายสุดตามมาด้วยคำถามว่า รถที่เราเห็นว่ามีการโฆษณาในเรื่องความปลอดภัย เมื่อขาดตัวช่วยบางอย่างไปจะยังมั่นใจได้หรือเปล่า

เมื่อไม่นานมานี้ในภูมิภาคอาเซียนเราเริ่มมีการตื่นตัวในการทำให้รถที่จำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนให้ปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวการทดสอบการชนในภูมิภาคอย่างเป็นทางการหรือที่ใช้ชื่อว่า  Asean N Cap ซึ่งนำรถหลายรุ่นที่จำหน่ายในหลายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาทำการทดสอบการชน ที่สถาบันการทดสอบชนในมาเลเซีย

[IMAGE3] 

การวัดผลด้วยระดับคะแนนแบบดาว จากรถยนต์ที่มีการวางจำหน่ายในภูมิภาคจริง ทำให้ ค่ายรถยนต์จำนวนมากในภูมิภาค เริ่มส่งรถยนต์ที่วางจำหน่ายเข้าสู่การทดสอบ และการวัดผลเริ่มชี้วัดว่ารถบางรุนมีการด้อยลงในประสิทธิภาพการชนลง

อย่าเพิ่งคิดว่านี่เป็นการโจมตีในเรื่องความปลอดภัย แต่มันคือข้อเท็จจริง ที่ควรจะรู้โดยเฉพาะคนที่มองการถยนต์สักคันที่วางใจได้ อย่างเช่นรถยนต์  Mitsubishi Mirage  ที่เรายกตัวอย่างไป ในอเมริกามันได้คะแนนทดสอบดีเยี่ยม เช่นเดียวกับในยุโรปที่ผ่านมาตรฐาน 5  ดาสทีเดียวเชียว แต่ใน Asean Ncap  ที่นำเอาการชนแบบเดียวกับทางยุโรปมาใช้ ถูกประเมินว่ามีความปลอดภัยเพียง  4  ดาวเท่านั้น และยังมีรถที่วางจำหน่ายในต่างประเทศที่มีทำนองเดียวกันในเรื่องความปลอดภัยที่ถูกทอนลงในภูมิภาคของเรา ตามการเปรียบเทียบระหว่าง  Euro Ncap และ Asean Ncap อีกมาก แต่บางรุ่น ซึ่งมีการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เท่ากัน อย่างเช่น  Nissan march  หรือ  Nissan micra ในต่างประเทศ กลับมีผลการทดสอบการชนที่เท่ากัน

ถึงแนวความคิดเรื่องการทดสอบการชน  Asean Ncap  จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในภูมิภาคเท่านั้น แต่ สถาบันในมาเลเซีย หัวหอกของโครงการนี้ก็หวังว่า มันจะช่วยให้คนในภูมิภาคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การขับขี่บนถนนมีความปลอดภัยมากขึ้น และเมื่อผู้คนตระหนักได้ก็จะส่งผลดีต่อสังคมในภาพรวม

แม้ว่าเราจะทราบดีว่ารถยนต์ที่เราขับกันอยู่นั้นมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ด้วยรายละเอียดที่ต่างออกไปตามแต่ละความต้องการของตลาด ก็อาจจะทำให้เกิดความแตกต่างในเรื่องมาตรฐานการชนที่เราได้รับจากรุ่นเดียวกัน ซึ่งท้ายสุดเรื่องนี้ก็ประดุจดั่ง “งูกินหาง” เมื่อผู้บริโภคไม่ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยเท่าที่ควร ผู้ผลิตก็มองว่าจะยัดระบบต่างๆมามามากมายให้รถมีราคาจำหน่ายที่สูงทำไม เช่นกันความตระหนักที่น้อยทำให้มาตรฐานในท้องถนนบ้านเราปลอดภัยจากการชนน้อยโอกาสรอดจากอุบัติเหตุต่างๆก็ทอนลงไปด้วย ทั้งที่เรื่องนี้ในต่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการคบหารถ พอๆ กับสมรรถนะในการขับขี่เลยทีเดียว

ถึงเราหลายคนจะมั่นใจว่าเราขับรถดี ไม่น่ากังวลเรื่องอุบัติเหตุ แต่อะไรๆ ก็เป็นไปได้ในยามที่ทุกอย่างไม่คาดฝัน ดังนั้น น่าจะถึงเวลารึยัง ที่เราอาจจะยอมจ่ายเงินเพิ่มสักนิดซื้อระบบความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจมากขึ้นในการขับขี่ และซื้อโอกาสรอดในยามเกิดอุบัติเหตุให้กับตัวเองมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บ และ อันตรายถึงชีวิต .....

 

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

ขอบคุณ พี่คิง ที่ชี้ประเด็นให้นำมาเขียนในเรื่องนี้ครับ ...

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ