Honda ญี่ปุ่นเก็บเงินเพิ่ม 250 ดอลลาร์ สำหรับรีโมตสตาร์ต ทั้งที่ลูกค้าอเมริกาได้ฟรีจากโรงงาน
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 10 ก.พ. 69 19:47
- 1,005 อ่าน
ในสหรัฐอเมริกา ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์จากระยะไกล หรือ Remote Engine Start กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์ Honda รุ่นใหม่แทบทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ในญี่ปุ่น สถานการณ์กลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เมื่อล่าสุด Honda เปิดตัวอุปกรณ์ “Remote Control Engine Starter” ในฐานะออปชันเสริมแยกต่างหาก สำหรับลูกค้าในประเทศบ้านเกิด

อุปกรณ์ดังกล่าวรองรับรถ Honda หลายรุ่นที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Prelude ใหม่, Civic, ZR-V, Vezel, WR-V, Odyssey, Step WGN, Freed, Fit, N-Box, N-WGN และ N-One อย่างไรก็ตาม รถที่จะติดตั้งได้ส่วนใหญ่ต้องเป็นรถที่ผลิตในช่วงเวลาไม่นานมานี้ แม้จะไม่มีการจำกัดเฉพาะรถใหม่ป้ายแดงก็ตาม ตัวอย่างเช่น Vezel ซึ่งเป็นเวอร์ชันญี่ปุ่นของ HR-V ในยุโรป สามารถติดตั้งอุปกรณ์นี้ได้กับรถที่ผลิตตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 เป็นต้นมา
รีโมตสตาร์ตตัวใหม่นี้มาในรูปทรงคล้ายกุญแจรถ แต่แยกออกจากกุญแจหลัก มีปุ่ม Start และ Stop เฉพาะ พร้อมไฟ LED และเสียงเตือนเพื่อยืนยันสถานะการทำงานของระบบ รวมถึงแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ของรีโมตใกล้หมด
เมื่อสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ ระบบจะทำงานร่วมกับฟังก์ชันอื่น ๆ ตามสเปกรถ เช่น ระบบปรับอากาศ กระจกมองข้างแบบไล่ฝ้า และระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาวอร์มเครื่องได้ 10, 20 หรือ 30 นาที ซึ่งถือว่าเหมาะกับสภาพอากาศหนาวจัดในบางพื้นที่ของญี่ปุ่น
ในด้านราคา Remote Control Engine Starter จาก Honda Access วางจำหน่ายที่ 33,000 เยน หรือประมาณ 210 ดอลลาร์สหรัฐ และยังต้องซื้อชุดอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติมราคา 3,300 เยน หรือราว 21 ดอลลาร์ รวมแล้วลูกค้าต้องจ่ายมากกว่า 250 ดอลลาร์ หากต้องการใช้งานฟังก์ชันนี้
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้า Honda ในญี่ปุ่น คือการสตาร์ตรถผ่านสมาร์ตโฟนด้วยแอปพลิเคชัน Honda Remote Control แต่ต้องสมัครแพ็กเกจแบบมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติม
เมื่อเทียบกับตลาดสหรัฐฯ ระบบรีโมตสตาร์ตถูกติดตั้งมาจากโรงงานในเกือบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Civic, HR-V, CR-V, Accord, Passport, Ridgeline และ Odyssey ผู้ใช้เพียงกดปุ่มลูกศรวนบนกุญแจมาตรฐานค้างไว้ ก็สามารถสตาร์ตรถได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มหรือติดตั้งภายหลัง และไม่มีค่าบริการรายเดือน อย่างน้อยก็ในเวลานี้
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




