เทคโนโลยีตรวจจับคนขับเมาในรถยนต์อาจถูกเลื่อนบังคับใช้ หลังผลทดสอบพบความแม่นยำยังไม่เพียงพอ

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 17 มี.ค. 69 15:35
  • 1,006 อ่าน

แผนการบังคับใช้เทคโนโลยีตรวจจับผู้ขับขี่ที่มีอาการมึนเมา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐต้องการให้ติดตั้งในรถยนต์ใหม่ทุกคัน อาจต้องเลื่อนออกไป หลังหน่วยงานกำกับดูแลยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่มีความแม่นยำเพียงพอสำหรับการใช้งานจริง

รายงานล่าสุดจาก National Highway Traffic Safety Administration หรือ NHTSA ระบุว่า ระบบดังกล่าวยังไม่สามารถตอบโจทย์มาตรฐานด้านความแม่นยำและความปลอดภัยได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การออกกฎบังคับใช้อาจต้องล่าช้าออกไป

แนวคิดเรื่องเทคโนโลยีตรวจจับการขับขี่ขณะมึนเมานี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2021 เมื่อรัฐบาลสหรัฐสั่งให้ NHTSA จัดทำมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับรถยนต์ โดยกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องติดตั้งระบบที่สามารถตรวจจับอาการมึนเมาของผู้ขับขี่ได้แบบอัตโนมัติ และเมื่อระบบตรวจพบว่าผู้ขับมีอาการบกพร่องจากแอลกอฮอล์ รถจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้

กฎหมายฉบับดังกล่าวให้เวลา NHTSA ประมาณสามปีในการพัฒนาและกำหนดมาตรฐาน แต่จนถึงขณะนี้หน่วยงานยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและประเมินเทคโนโลยีที่มีอยู่

ในรายงานที่เผยแพร่ล่าสุด NHTSA ระบุว่าได้พิจารณาเทคโนโลยีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจ เซ็นเซอร์ตรวจวัดผ่านการสัมผัส ระบบกล้องตรวจสอบพฤติกรรมผู้ขับขี่ รวมถึงซอฟต์แวร์วิเคราะห์พฤติกรรมการขับ เช่น การหักพวงมาลัยผิดปกติหรือการควบคุมรถที่ไม่สม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์เงื่อนไขสำคัญของกฎหมายที่ต้องการระบบตรวจจับแบบอัตโนมัติ ทำงานได้แม่นยำ และไม่ต้องให้ผู้ขับขี่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

NHTSA ระบุว่าเป้าหมายของหน่วยงานคือการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน พร้อมลดโอกาสการตรวจจับผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ถูกจำกัดการใช้งานรถโดยไม่จำเป็น

หน่วยงานยังยอมรับว่าแม้ระบบจะมีความแม่นยำสูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังอาจเกิดกรณีผิดพลาดจำนวนมากในแต่ละปี เนื่องจากมีรถยนต์จำนวนมหาศาลบนท้องถนน ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ผู้ขับขี่ที่มีสติถูกป้องกันไม่ให้ใช้รถ หรือในทางกลับกัน ระบบอาจตรวจจับไม่ทันและปล่อยให้ผู้ขับขี่ที่มึนเมายังคงขับรถได้

ด้วยเหตุนี้ NHTSA จึงยังไม่พร้อมออกกฎบังคับใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานระบุว่าในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีมีความแม่นยำมากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ระบบลักษณะนี้จะถูกนำมาใช้จริงในรถยนต์รุ่นใหม่

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ