MG 4X เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่ มาพร้อมแบตเตอรี่กึ่งโซลิดสเตต วิ่งไกลสูงสุด 510 กม.

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 16 มี.ค. 69 15:27
  • 1,005 อ่าน

MG เตรียมขยายไลน์อัปรถยนต์ไฟฟ้า MG 4 ด้วยรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า MG 4X ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นเอสยูวีที่มีความสูงมากกว่ารุ่นแฮทช์แบ็ก โดยยังคงใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่กึ่งโซลิดสเตตแบบเดียวกับ MG4 รุ่นล่าสุด จุดเด่นสำคัญคือสามารถให้ระยะทางการขับขี่ที่ยาวถึง 510 กิโลเมตร แม้ใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับมาตรฐานรถไฟฟ้าในปัจจุบัน

MG 4X

แบตเตอรี่ของ MG 4X มีความจุ 53.95 kWh และใช้สารอิเล็กโทรไลต์แบบของเหลวเพียงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ MG จัดประเภทแบตเตอรี่ชุดนี้ว่าเป็นแบตเตอรี่กึ่งโซลิดสเตต เทคโนโลยีดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มเสถียรภาพด้านอุณหภูมิของแบตเตอรี่ และช่วยให้สามารถทำงานได้ดีทั้งในสภาพอากาศหนาวจัดหรือร้อนจัด

แม้ขนาดแบตเตอรี่จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ MG ระบุว่าระบบนี้สามารถรองรับระยะทางการขับขี่สูงสุดได้ถึง 317 ไมล์ หรือประมาณ 510 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ในด้านสมรรถนะ MG ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขกำลังของระบบขับเคลื่อน รวมถึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่จะใช้ในรถรุ่นนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ยืนยันว่า MG 4X จะใช้สถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ E3 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ใช้ใน MG4 รุ่นแฮทช์แบ็กรุ่นล่าสุด และถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มเดียวกัน เช่น BYD Atto 2

ตัวรถมีความยาว 4,395 มิลลิเมตร กว้าง 1,842 มิลลิเมตร สูง 1,551 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ขณะที่น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 1,485 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาสำหรับเอสยูวีไฟฟ้า

MG 4X

ในด้านดีไซน์ MG 4X มีรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับรุ่นแฮทช์แบ็ก แต่ปรับรายละเอียดให้ดูแข็งแกร่งมากขึ้น ด้านหน้ามาพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่และกระจังหน้าด้านล่างที่ดูโดดเด่น เสริมด้วยไฟหน้าทรงสามเหลี่ยมที่เชื่อมต่อด้วยแถบไฟบาง ๆ

ภาพตัวรถที่เผยออกมาในช่วงแรกยังแสดงให้เห็นกระจกมองข้างสีดำ หลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ และไฟท้ายดีไซน์เฉียบคมที่มีรูปทรงใกล้เคียงกับ MG S5 ซึ่งเป็นเอสยูวีที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่ารุ่นนี้ในไลน์อัปของแบรนด์

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดภายในห้องโดยสารของ MG 4X อย่างเป็นทางการ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะใช้ชิ้นส่วนหลายอย่างร่วมกับ MG4 แฮทช์แบ็ก รวมถึงหน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางที่พัฒนาร่วมกับบริษัทสมาร์ตโฟน Oppo นอกจากนี้ยังอาจมีปุ่มควบคุมแบบกายภาพบางส่วนบนพวงมาลัยและคอนโซลกลาง เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น และไม่เน้นความมินิมอลจนเกินไป

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ