Mercedes-AMG CLA 45 EV ทุบสถิติ Nürburgring ขึ้นแท่นรถไฟฟ้าซีดานคอมแพกต์ที่เร็วที่สุดในเซกเมนต์

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 5 ส.ค. 69 16:07
  • 1,013 อ่าน

หลังจากเปิดตัวและได้รับกระแสตอบรับอย่างหลากหลาย Mercedes-AMG ก็ได้พิสูจน์ศักยภาพและความยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ ด้วยการพา Mercedes-AMG CLA 45 EV ไปสร้างสถิติตัวเลขเวลารอบสนาม Nürburgring Nordschleife ประเทศเยอรมนี ด้วยเวลาเพียง 7:32.070 นาที ประกาศศักดาเป็นรถยนต์ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในเซกเมนต์ และยังสามารถทำเวลาได้เร็วกว่ารถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปคู่แข่งอย่าง BMW M2 อีกด้วย

Mercedes-AMG CLA 45 EV

การสร้างสถิติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี Kevin Berger นักทดสอบมืออาชีพรับหน้าที่เป็นผู้ขับขี่ ภายใต้การเปิดใช้งาน Race Mode ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจออปชัน AMG Dynamic Plus ที่ช่วยปลดล็อกความเร็วสูงสุดขึ้นไปถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวรถได้รับการติดตั้งยางสมรรถนะสูงระดับสปอร์ตอย่าง Pirelli P Zero Trofeo RS เพื่อการยึดเกาะถนนสูงสุดในสนามแข่ง

หัวใจหลักของความแรงระดับพรีเมียมใน Mercedes-AMG CLA 45 EV คือขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 3 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์แบบ Axial Flux ที่เพลาหน้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ตัวที่เพลาหลัง ส่งผลให้ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ All-Wheel Drive ที่มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 671 แรงม้า (680 PS) พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 1,759 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับรถยนต์ซีดานขนาดคอมแพกต์ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.0 วินาทีเท่านั้น

นอกจากเรื่องของความเร็วและการตอบสนองแล้ว ระบบแบตเตอรี่และการชาร์จก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 94 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดมากกว่า 670 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ทั้งยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ DC สูงสุดถึง 330 kW ทำให้สามารถชาร์จพลังงานจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 22 นาที หรือหากชาร์จเพียง 10 นาทีก็นำพลังงานกลับมาใช้วิ่งได้ไกลเกินกว่า 270 กิโลเมตร

ด้านระบบการขับขี่และแชสซี Mercedes-AMG CLA 45 EV ได้รับการติดตั้งระบบกระจายแรงบิด Variable Torque Distribution และ Torque Vectoring ที่ช่วยควบคุมการส่งกำลังไปยังแต่ละล้อได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบช่วงล่างสปอร์ต AMG Ride Control ที่ใช้คอยล์สปริงทำงานร่วมกับระบบซับแรงกระแทกแบบแปรผัน 3 ระดับ เสริมด้วยระบบแอโรไดนามิกแบบเปิด-ปิดทำงานอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มแรงกดและความเสถียรในขณะทำความเร็วสูง

ภายในห้องโดยสารเน้นดีไซน์ล้ำสมัยตอบโจทย์ยุคดิจิทัลด้วยหน้าจอแสดงผลรวม 3 จอ ประกอบด้วยหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์กลางขนาด 14 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14 นิ้ว มอบความสมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์และความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ