พวงมาลัยพับหายไป เหลือเพียงความไว้วางใจเมื่อรถเข้าควบคุมเอง เทคโนโลยีใหม่เตรียมใช้จริงกับ Tensor Robocar
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 6 ม.ค. 69 21:55
- 1,058 อ่าน
Autoliv และ Tensor เปิดตัวนวัตกรรมพวงมาลัยพับเก็บได้สำหรับรถขับขี่อัตโนมัติเป็นครั้งแรกของโลก หลังจากเคยเผยแนวคิดไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยระบบนี้เตรียมใช้งานจริงกับรถรุ่น Tensor Robocar ซึ่งสามารถซ่อนพวงมาลัยเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งาน เพื่อเพิ่มพื้นที่และความสบายให้ผู้โดยสารด้านหน้า

เมื่อ Robocar เข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติระดับ Level 4 วงพวงมาลัยจะพับลงตามแนวแกนพวงมาลัย ก่อนจะเลื่อนหายเข้าไปในแผงแดชบอร์ดโดยอัตโนมัติ ช่วยเปิดพื้นที่ด้านหน้าผู้ขับให้โล่งขึ้น พร้อมกันนั้น หน้าจอกลางจะเลื่อนเข้ามาอยู่ตรงตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้โดยสารเพลิดเพลิน ขณะที่รถรับหน้าที่ขับเคลื่อนทั้งหมดแทนมนุษย์
เมื่อระบบขับขี่อัตโนมัติถูกยกเลิก กระบวนการทั้งหมดจะทำงานย้อนกลับ หน้าจอกลางเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม และพวงมาลัยจะถูกกางออกมาเพื่อให้ผู้ขับควบคุมรถได้ตามปกติ
แม้แนวคิดนี้จะดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ แต่การไม่มีพวงมาลัยแบบตายตัวก็สร้างคำถามด้านความปลอดภัยขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเรื่องถุงลมนิรภัย ซึ่งตามปกติจะติดตั้งอยู่บริเวณพวงมาลัย Autoliv และ Tensor จึงพัฒนาระบบถุงลมนิรภัยรูปแบบใหม่ที่สามารถแยกการทำงานระหว่างโหมดขับขี่ด้วยมนุษย์และโหมดอัตโนมัติได้อย่างชัดเจน
เมื่อรถอยู่ในโหมดขับขี่ปกติ ถุงลมนิรภัยที่พวงมาลัยจะทำงานตามปกติ แต่หากรถอยู่ในโหมดอัตโนมัติ ระบบจะสลับไปใช้ถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งอยู่ในแผงหน้าปัดแทน โดยทั้งสองรูปแบบได้รับการยืนยันว่ามีระดับความปลอดภัยเทียบเท่ากัน

Jay Xiao ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tensor ระบุว่า เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ แต่ในบางสถานการณ์ ผู้คนก็ยังต้องการขับรถด้วยตัวเอง แนวคิดแบบสองโหมดที่มาพร้อมพวงมาลัยพับเก็บได้จึงผสานข้อดีของทั้งสองโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกได้อย่างอิสระ พร้อมย้ำว่านวัตกรรมพวงมาลัยลักษณะนี้เคยมีอยู่แค่ในรถต้นแบบเท่านั้น แต่ครั้งนี้ถูกนำมาใช้กับรถที่เตรียมผลิตจริงเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน
Tensor Robocar มีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ และจะผลิตในประเทศเวียดนามโดย VinFast ตัวรถถูกวางตำแหน่งเป็นครอสโอเวอร์ SUV ระดับหรู มาพร้อมประตูหลังแบบ Coach Doors และระบบ SignalScreens ที่สามารถสื่อสารกับผู้ใช้ถนนรายอื่นผ่านสัญลักษณ์ CarMoji

แม้รายละเอียดยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่ Robocar คาดว่าจะใช้แบตเตอรี่ขนาด 112 kWh และติดตั้งระบบเซนเซอร์ขั้นสูงจำนวนมาก ประกอบด้วยกล้อง 37 ตัว LiDAR 5 ตัว เรดาร์ 11 ตัว ไมโครโฟน 22 ตัว เซนเซอร์อัลตราโซนิก 10 ตัว IMU 3 ตัว ระบบ GNSS ตัวตรวจจับการชน 16 จุด เซนเซอร์วัดระดับน้ำ 8 จุด เซนเซอร์แรงดันลมยาง 4 ตัว และตัวตรวจจับควันอีก 1 ตัว นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานส่วนบุคคล ไม่ได้เน้นใช้งานในรูปแบบฟลีทรถไร้คนขับ
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




