ค่ายรถจีนเร่งส่งออกรถทั่วโลก ยอดขายต่างประเทศเริ่มแซงตลาดในประเทศ

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 9 มี.ค. 69 20:27
  • 1,004 อ่าน

อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนกำลังหันไปให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น หลังการเติบโตในตลาดภายในประเทศเริ่มชะลอตัวลง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา BYD ได้สร้างสถิติสำคัญ เมื่อบริษัทส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศประมาณ 100,600 คัน คิดเป็นราว 53 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดในเดือนนั้น นับเป็นครั้งแรกที่ยอดส่งออกสูงกว่ายอดขายในประเทศ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะตลาดรถยนต์ในจีนกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งสงครามราคา กำไรที่ลดลง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องมองหาตลาดใหม่สำหรับการเติบโตในระยะต่อไป

Great Wall Motor ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน โดยจากยอดขายรวมประมาณ 72,600 คันในเดือนกุมภาพันธ์ มีรถมากกว่า 42,600 คันที่ถูกส่งออกไปต่างประเทศ ในอดีตตลาดภายในจีนที่มีขนาดใหญ่มหาศาลสามารถรองรับการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ได้เกือบทั้งหมด แต่ปัจจุบันสมดุลกำลังเปลี่ยนไป ผู้ผลิตที่เคยพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลักกำลังสร้างอนาคตของตนเองในตลาดต่างประเทศมากขึ้น

การส่งออกจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเสริมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรม โดยข้อมูลในอุตสาหกรรมระบุว่าปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์จีนส่งออกรถไปต่างประเทศมากกว่า 2.6 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า

การขยายตัวดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน ระบบซัพพลายเชนแบตเตอรี่ที่มีความพร้อม และศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนยังมีข้อได้เปรียบด้านราคาในหลายตลาดเกิดใหม่ ทำให้สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่จากประเทศอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในทางกลับกัน สภาพตลาดภายในประเทศจีนเริ่มมีความท้าทายมากขึ้น ทั้งการลดลงของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และผู้บริโภคที่ใช้เวลาตัดสินใจซื้อรถยนต์มากขึ้น เมื่อราคาตลาดเริ่มนิ่งและช่วงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรถพลังงานใหม่ผ่านพ้นไป อัตราการเติบโตของยอดขายในประเทศก็เริ่มชะลอลง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่เคยพึ่งพาความต้องการมหาศาลในจีน จำเป็นต้องมองหาแหล่งความต้องการใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยภูมิภาคอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ

ในบางประเทศ เช่น ไทย แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสามารถเปลี่ยนสถานะจากผู้เล่นรายเล็กให้กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของตลาดได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ตลาดเหล่านี้มักมีอุปสรรคทางการค้าต่ำ และผู้บริโภคให้ความสนใจรถยนต์ราคาประหยัดที่ปล่อยมลพิษต่ำมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดต่างประเทศก็ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะความตึงเครียดทางการค้ากับยุโรปและอเมริกาเหนือที่นำไปสู่การตั้งกำแพงภาษีและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรและทำให้การวางแผนระยะยาวยากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์จีนจึงเริ่มลงทุนในโรงงานต่างประเทศ เครือข่ายการจัดจำหน่าย และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว แทนที่จะพึ่งพาเพียงยอดขายระยะสั้น

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ