Toyota เดินหน้าซูเปอร์คาร์และอัลตร้าลักชัวรีเต็มตัว
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 2 ม.ค. 69 12:42
- 1,114 อ่าน
นับตั้งแต่ Toyota เปิดตัวแผนก Gazoo Racing หรือ GR อย่างเป็นทางการ เป้าหมายของแบรนด์ก็ไม่เคยหยุดอยู่แค่รถแฮตช์แบ็กแรงหรือคูเป้แต่งพิเศษเท่านั้น และในวันนี้ทิศทางดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เมื่อ Toyota เตรียมนำรถเรือธงด้านสมรรถนะอย่าง GR GT และ Lexus LFA รุ่นใหม่ เข้าสู่สนามเดียวกับซูเปอร์คาร์ระดับโลก พร้อมกันนั้นยังขยายบทบาทของแบรนด์ Century เพื่อบุกตลาดอัลตร้าลักชัวรีในระดับเดียวกับ Bentley และ Rolls-Royce อย่างจริงจัง

รายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia ชี้ว่า Toyota ไม่ได้เพียงแค่ทดลองตลาดหรือสร้างรถโชว์ แต่มีความมุ่งมั่นเต็มที่ในการพัฒนา GR GT และ Lexus LFA ให้เป็นสุดยอดงานวิศวกรรมสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง โดย Simon Humphries ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ของ Toyota ระบุว่ารถทั้งสองรุ่นคือจุดสูงสุดของรถสปอร์ตจากฝั่ง Lexus และ GR ทั้งในแง่การออกแบบและเทคโนโลยี
GR GT จะเป็นรถที่ใช้แพลตฟอร์มอะลูมิเนียมล้วนเป็นครั้งแรกของ Toyota จับคู่กับเครื่องยนต์ V8 ไฮบริดที่ไม่เคยใช้ในรถรุ่นอื่นของค่าย เตรียมเปิดตัวในปี 2027 พร้อมราคาที่อยู่ในระดับซูเปอร์คาร์เต็มตัว และจะมีเวอร์ชันสำหรับการแข่งขันอย่าง GR GT3 ตามมาในระยะเวลาไม่นานนัก
ขณะที่ Lexus LFA รุ่นใหม่ ถูกวางตำแหน่งเป็นทายาทโดยตรงของ LFA รุ่นดั้งเดิม แต่เลือกเดินคนละเส้นทางด้วยขุมพลังไฟฟ้าล้วน ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปเข้ามาเกี่ยวข้อง คาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายราวปี 2028 หรืออาจหลังจากนั้นเล็กน้อย
นอกจากการบุกตลาดซูเปอร์คาร์แล้ว Toyota ยังเดินหน้าสู่ตลาดใหม่อีกสองด้าน โดยเฉพาะการปรับภาพลักษณ์ของ Century ให้เป็นแบรนด์อัลตร้าลักชัวรีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อแข่งขันกับ Rolls-Royce และ Bentley โดยมีแผนพัฒนารถคูเป้ระดับไฮเอนด์ในอนาคต ซึ่งอาจถ่ายทอดดีเอ็นเอด้านการออกแบบหรือเทคโนโลยีบางส่วนจาก GR GT หรือ LFA มาใช้งาน

แม้ราคาจำหน่ายยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ Nikkei Asia ระบุว่ารถทั้งสามรุ่นจะถูกวางตำแหน่งในระดับเดียวกับ Lexus LFA รุ่นแรก ซึ่งเคยเปิดตัวด้วยราคาประมาณ 375,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2011
ในด้านภาพลักษณ์สมรรถนะ Toyota ยังคงตอกย้ำความจริงจังด้วยการนำ GR Yaris ลงแข่งขันรายการ Nürburgring 24 ชั่วโมง และคว้าชัยชนะในคลาสมาได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนว่ารถจากค่ายนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังผ่านการพิสูจน์บนสนามแข่งจริง
Akio Toyoda ประธานบอร์ดของ Toyota อธิบายเหตุผลของการผลักดันขีดจำกัดครั้งนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า หากแบรนด์ไม่มุ่งเน้นเอกลักษณ์ที่แท้จริงของตัวเอง รถยนต์ก็จะกลายเป็นเพียงสินค้าอุตสาหกรรมที่ไร้ความแตกต่าง ในโลกที่รถและแบรนด์เริ่มคล้ายกันมากขึ้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นการประกาศจุดยืนว่า Toyota ไม่ต้องการเดินไปในทิศทางนั้น
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




