ความเชื่อมั่นต่อรถไร้คนขับสั่นคลอนอีกครั้ง หลัง Zoox เรียกรถโรโบแท็กซี่คืนกว่า 300 คัน
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 24 ธ.ค. 68 20:15
- 1,050 อ่าน
หากใครยังไม่ไว้วางใจรถแท็กซี่ไร้คนขับ ข่าวนี้อาจยิ่งตอกย้ำความกังวลให้ชัดเจนขึ้นไปอีก ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี AAA เคยเผยผลสำรวจที่ระบุว่ามีเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ยอมรับการนั่งรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขณะที่คนส่วนใหญ่ยอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัว และการเรียกรถคืนครั้งล่าสุดก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยสร้างความสบายใจให้ผู้บริโภคแต่อย่างใด

Zoox บริษัทในเครือ Amazon ต้องประกาศเรียกรถโรโบแท็กซี่คืนจำนวน 332 คัน หลังพบว่ารถอาจข้ามเส้นแบ่งเลนกลางถนนสีเหลือง และเข้าไปในช่องทางสวนเลน หรือหยุดรถกีดขวางการจราจรของรถที่วิ่งสวนมา ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุอย่างชัดเจน
แม้จะยังไม่มีรายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NHTSA ระบุว่า ในบางสถานการณ์ รถของ Zoox มีพฤติกรรมข้ามเส้นเลนโดยไม่จำเป็น บริเวณทางแยกหรือใกล้จุดตัดถนน และในบางกรณี รถยังหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าช่องทางสวนเลนอีกด้วย
Zoox รับรู้ถึงปัญหานี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม หลังจากมีรถโรโบแท็กซี่คันหนึ่งเลี้ยวขวากว้างเกินไป จนข้ามเข้าไปในเลนสวนทางและหยุดอยู่ตรงนั้นชั่วคราว จากการตรวจสอบเพิ่มเติม บริษัทพบเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันรวม 62 ครั้ง ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม ถึง 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมงานกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างนั้น Zoox ได้ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เพื่อแก้ไขปัญหาบางส่วน และยังคงพัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่มเติมต่อไป โดยมีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่อีกครั้งในช่วงต้นเดือนนี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เหลืออยู่
แม้รายงานการเรียกรถคืนจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกมากนัก แต่ Zoox ระบุว่าสามารถระบุสาเหตุหลักได้หลายประเด็น ตั้งแต่การประมวลผลรถที่จอดซ้อนคันผิดพลาด การเปลี่ยนเส้นทางที่ไม่คาดคิด ไปจนถึงความพยายามหลีกเลี่ยงการกีดขวางทางแยกที่ทำได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้รถตัดสินใจข้ามเลนโดยไม่จำเป็น
เพื่อแก้ไขปัญหา รถ Zoox ทุกคันที่วิ่งบนถนนสาธารณะได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทหวังว่าการอัปเดตครั้งนี้จะช่วยยุติปัญหาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม Zoox ยืนยันว่าจะยังคงติดตามผลการใช้งานจริงอย่างใกล้ชิด และปรับปรุงระบบการขับขี่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในอนาคต
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




