Hyundai i20 เจเนอเรชันใหม่ แปลงร่างเป็นเบบี้ครอสโอเวอร์สุดล้ำ พร้อมหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ ท้าชนตลาดซับคอมแพกต์

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 16 มิ.ย. 69 13:32
  • 1,002 อ่าน

หลังจากที่โลดแล่นในตลาดมานาน ล่าสุด Hyundai ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนๆ ทั่วโลกด้วยการเผยโฉม All-New Hyundai i20 เจเนอเรชันที่สี่อย่างเป็นทางการ โดยการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นการฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของรถยนต์ซับคอมแพกต์แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ด้วยการยกระดับมิติตัวถังและงานดีไซน์ให้กลายร่างเป็น รถเบบี้ครอสโอเวอร์ ขนาดกะทัดรัดอย่างเต็มตัว เพื่อตอบรับกับกระแสความนิยมรถยนต์สไตล์เอสยูวีที่กำลังมาแรงทั่วโลกในปัจจุบัน

Hyundai i20

รูปลักษณ์ภายนอกของ Hyundai i20 โฉมใหม่ ได้รับการออกแบบโดยหยิบยืมดีไซน์บางส่วนมาจากรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Ioniq 3 แต่ถูกปรับทอนให้ดูลงตัวและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ตัวรถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าแอลอีดีดีไซน์เฉียบคมพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน หรือดีอาร์แอล ชวนให้นึกถึงซูเปอร์คาร์ เส้นสายตัวถังเน้นความบึกบึนด้วยแนวหลังคาที่ตัดตรงและเสาหลังคาสีดำ เพิ่มความลุยด้วยการติดตั้งโป่งซุ้มล้อและชายล่างรอบคันด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำ มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,130 มิลลิเมตร และสูงขึ้นเป็น 1,505 มิลลิเมตร ขณะที่ระยะฐานล้อยังคงเท่าเดิมที่ 2,580 มิลลิเมตร ส่งผลให้ตัวรถดูหนาและมีตำแหน่งเบาะนั่งที่สูงขึ้นคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง Hyundai Creta ย่อส่วน

ห้องโดยสารยกระดับความหรูหราล้ำสมัยและอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การติดตั้งหน้าจอคู่ลอยตัวขนาด 12.3 นิ้ว สองจอเชื่อมต่อกัน โดยแบ่งเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลและหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์ตรงกลาง ควบคุมผ่านพวงมาลัยดีไซน์สามก้านสไตล์โมเดิร์น อย่างไรก็ตาม ดีไซเนอร์ของ Hyundai ยังคงคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง โดยเลือกที่จะเก็บปุ่มกดแบบคลาสสิกและลูกบิดควบคุมระบบปรับอากาศแยกส่วนเอาไว้บริเวณคอนโซลกลาง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน ในรุ่นท็อปสุดอย่าง Ultimate จะเพิ่มความพรีเมียมด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ทูโทน

Hyundai i20

ทางด้านขุมพลังสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในตลาดอเมริกาใต้ จะยังคงเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนที่รองรับทั้งน้ำมันเบนซินและเอทานอล โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร พละกำลัง 79 แรงม้า และเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ พละกำลัง 113 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติไปยังระบบขับเคลื่อนล้อหน้า อย่างไรก็ตาม ทาง Hyundai ได้ระบุว่า สำหรับเวอร์ชันตลาดโลกและตลาดยุโรปที่มีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้หรือปีหน้า จะใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมร่วมกัน แต่จะมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องของงานดีไซน์รายละเอียดบางจุด การปรับเซตระบบช่วงล่าง รวมถึงระบบขุมพลังที่จะหันไปใช้งานเครื่องยนต์ระบบไฮบริดและไมลด์ไฮบริดเพื่อประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและผ่านเกณฑ์มาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดของยุโรป

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ