ตลาดรถยนต์เสียบปลั๊กในจีนโต ตอนนี้มีส่วนแบ่งการตลาดรวม 6.3% ในเดือนพฤศจิกายน

ประเทศจีน ถือเป็นประเทศที่มีรัฐบาลส่งเสริมให้ใช้งานรถยนต์ประเภทเสียบปลั๊กอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) หรือแบบรถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicle (EV) ก็ตาม จนทำให้รายงานล่าสุดบอกว่า รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 แบบรวมกัน มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 6.3% จากยอดรวมรถยนต์ทั้งหมดไปแล้ว

BYD

จากที่เคยทำสถิติยอดขายมากที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก ตั้งแต่เดือนกันยายนที่จำนวน 105,000 คัน และเดือนตุลาคม 120,000 คัน ไปแล้ว ล่าสุดกับยอดขายเดือนพฤศจิกายน ก็สูงเพิ่มขึ้นอีกเป็น 140,000 คัน มากขึ้น 59% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว คิดเป็น 6.3% ของจำนวนยอดขายทั้งหมดในเดือนที่แล้ว และคิดเป็น 3.8% เมื่อรวมยอดขายทั้งหมดตลอดปี 2018 สูงขึ้นจากปี 2017 ที่มีเพียง 2.1% เท่านั้น โดย 5 อันดับแรกที่มียอดจำหน่ายสูงสุด มีดังนี้

1. BAIC EC-Series จำนวน 14,205 คัน

2. BYD Tang PHEV จำนวน 6,405 คัน

3. BYD Yuan EV จำนวน 6,188 คัน

4. BYD e5 จำนวน 5,573 คัน

5. SAIC Baojun E100 จำนวน 5,155 คัน

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าเสียบปลั๊กจากต่างชาติ ที่มีส่วนแบ่งมากที่สุดในภาพรวมของรถยนต์ไฟฟ้า จะมีของ BMW และ Tesla ที่ต่างมีค่ายละประมาณ 2% ส่วนค่ายอื่น ๆ รวมกันอีกราว 2%

BAIC

ส่วนยอดขายมากที่สุดของทั้งปี 2018 5 อันดับแรก มีดังนี้

1. BAIC EC-Series จำนวน 82,230 คัน

2. BYD Qin PHEV จำนวน 42,271 คัน

3. JAC iEV S/E จำนวน 39,768 คัน

4. BYD e5 จำนวน 39,768 คัน

5. Chery eQ จำนวน 35,002 คัน

ข้อมูลจาก Cleantechnica

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ