เว็บไซต์ในอังกฤษเปิดโผ 10 อันดับประเทศที่ราคารถยนต์ใหม่มีดัชนีถูกที่สุด-แพงที่สุดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

รถยนต์ เป็นสินค้าที่มีวางจำหน่ายไปทั่วทุกมุมโลก และแน่นอนว่าในแต่ละประเทศก็จะมีการตั้งราคาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับต้นทุนและภาษีที่เรียกเก็บรวมถึงกำไรของผู้จำหน่าย รวมไปถึงค่าครองชีพของแต่ละประเทศด้วย เลยมีผู้เก็บข้อมูลแห่งหนึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลออกมาว่า ราคาค่ารถยนต์ใหม่ของแต่ละประเทศ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพแล้ว ประเทศไหนราคารถถูกสุด-แพงสุด 10 อันดับแรก เราลองมาดูกัน

ราคารถ

การเปรียบเทียบครั้งนี้ จะใช้ราคาของ Toyota Corolla รุ่นเริ่มต้นเป็นตัวกำหนดค่าราคารถ รวมกับค่าภาษี, ค่าประกัน และค่าอื่น ๆ จนสามารถนำรถออกมาขับบนท้องถนนได้อย่างถูกต้อง แล้วเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อคนของประเทศนั้น ๆ ได้อัตราราคารถที่ถูกที่สุดออกมา 10 ประเทศแรกดังนี้

1. ออสเตรเลีย ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 49.48%

2.สหรัฐอเมริกา ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 54.87%

3. เดนมาร์ก ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 60.34%

4. แคนาดา ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 64.40%

5. สวีเดน ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 75.84%

6. เยอรมนี ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 78.44%

7. เนเธอแลนด์ ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 84.65%

8. ฝรังเศส ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 87.00%

9. สหราชอาณาจักร ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 89.36%

10. ฟินแลนด์ ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 91.58%

ส่วน 10 อันดับแรกที่ราคารถยนต์ใหม่มีราคาแพงมากที่สุดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ มีดังนี้

1. ตุรกี ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 652.29%

2. อาร์เจนตินา ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 515.77%

3. โคลัมเบีย ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 508.93%

4. อุรุกวัย ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 443.68%

5. บราซิล ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 441.89%

6. ยูเครน ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 413.78%

7. กัวเตมาลา ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 355.94%

8. รัสเซีย ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 290.04%

9. เม็กซิโก ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 285.20%

10. คอสตาริกา ราคารถยนต์ใหม่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ 269.83%

เนื่องจากข้อมูลนี้ เป็นการรวบรวมจากข้อมูลที่ครบถ้วน ทั้งราคารถ, ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมัน, ค่าประกันภัย, ค่าซ่อมบำรุง, รายได้ต่อคนรายปี ถ้ามีข้อมูลไม่ครบ ผู้จัดทำจะตัดรายชื่อประเทศนั้นออกไป จึงทำให้ผลสำรวจครั้งนี้เหลือเพียงแค่ 40 ประเทศเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงมากที่ข้อมูลนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริงถ้าข้อมูลมีครบถ้วนทุกประเทศ ดังนั้นจึงไม่สามารถนำข้อมูลนี้ไปอ้างอิงได้ในเชิงวิชาการ

ข้อมูลจาก Drive , Scrap Car Comparison UK

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ