Hilux Revo Caravan Trip : Stage 3 [EP5] มุ่งสู่อาชกาบัต เมืองหลวงประเทศเติร์กเมนิสถาน บนจุดหมายดินแดนเปอร์เซีย

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 4 ก.ค. 59
  • 7,354 อ่าน

ในช่วงเส้นทางต่อไปนี้ หลังผ่านการเดินทางพิสูจน์หลากรูปแบบกันมา ถือเป็นการเริ่มต้นบทพิสูจน์ระดับโลก ของคณะเดินทางกลุ่มที่ 3 ที่ เมืองทาชเคนต์ อุซเบกิสถาน เพื่อสานต่อการเดินทางบนเส้นทางสายไหม กับ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป...บทพิสูจน์จริงระดับโลก กรุงเทพ – อิตาลี ข้ามผ่าน 2 ทวีป 17 ประเทศ ระยะทางกว่า 19,250 กิโลเมตร ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการรถยนต์ไทย ตามติดการเดินทางไปพร้อมๆ กันเลย

วันที่ 18 ของการเดินทาง (20 มิ.ย. 2559) คณะเดินทางกลุ่มที่ 3 รับไม้ต่ออย่างเป็นทางการ สื่อมวลชน และลูกค้าผู้ใช้รถไฮลักซ์ วีโก้ และไฮลักซ์ รีโว่ มาร่วมพิสูจน์สมรรถนะในครั้งนี้ไปด้วยกัน เส้นทางเริ่มต้นกันที่ เมืองทาชเคนต์ และจะต้องเดินทางไปยังเมืองซามาร์คานด์ตามแผน แต่ก็มีเหตุให้ต้องเลื่อนไป เพราะพบกับเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรคอีกครั้ง ซึ่งในช่วงที่เดินทางนี้ เมืองทาชเคนต์กำลังจะมีการประชุมระดับผู้นำประเทศ จึงทำให้ความเข้มงวดต่างๆ บนเส้นทางที่ใช้เดินทาง เป็นเส้นทางปิดห้ามผ่าน คาราวานจึงยังไม่สามารถออกเดินทางได้ ทำให้ต้องอยู่กันที่ เมืองทาชเคนต์ กันต่ออีกหนึ่งวัน ก่อนที่จะเดินทางกันต่อไป

ไม่รอช้า ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ใช้ช่วงเวลาที่มียามเย็นที่ต้องอยู่กันต่อที่เมืองนี้ ไหนๆ มาถึงแล้วก็แวะไปเยี่ยมชมความสวยงาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง กันที่ Minor Mosque มัสยิดสีขาว สัมผัสบรรยากาศพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และเวลายามค่ำคืน ความสวยงามจากแสงไฟที่สาดส่องสีขาวสวยงาม พร้อมๆ กับชมน้ำพุหลากสี เป็นอีกช่วงเวลาที่ คาราวาน ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ยากจะสัมผัสได้บ่อยนัก เรียบร้อยก็เดินทางกลับที่พัก เตรียมพร้อมนอนชาร์จแบตให้ร่างกาย เพื่อลุยเดินทางกันต่อในวันพรุ่งนี้ ไปยังเมืองซามาร์คานด์ (Samarqand) และเมืองบูคาร่า (Bukara) บนเส้นทางสายไหม กันต่อไป

 

วันที่ 19 ของการเดินทาง (21 มิ.ย. 2559) หลังพบอุปสรรคทำให้ไม่สามารถเดินทางกันเมื่อวานได้ เพื่อการเดินทางที่ต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนให้ได้มากที่สุด เพื่อบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน เปลี่ยนแผนการเดินทางในวันนี้ จากที่ต้องพักกันที่เมืองซาร์มาคานด์ (Samarqand) คาราวานก็จะเพียงแวะเที่ยวชม และเดินทางต่อยาวไปที่ เมืองบูคาร่า(Bukara) ระยะทางรวม 586 กิโลเมตร อันเป็นจุดหมายการเดินทางในวันนี้

การขับขี่ ไฮลักซ์ รีโว่ ตลอดช่วงของเส้นทางในวันนี้ค่อนข้างจะต้องทำเวลากันสักหน่อย แต่ก็ไร้ปัญหาใดๆ ด้วย เครื่องยนต์ GD Efficient Boost ใน ไฮลักซ์ รีโว่ มอบพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ ไปบนเส้นทางถนนสี่เลนในช่วงของการเดินทางนี้ได้อย่างล้นเหลือ ครั้งจะเร่งแซงก็สามารถทำได้ดั่งใจ ช่วงบ่าย คาราวาน ก็มาถึงยัง เมืองซาร์มาคานด์ พร้อมรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมืองภายในห้องอาหารสุดหรู ก่อนเดินทางกันต่อสู่จุดหมาย

โดยสำหรับเมืองซาร์มาคานด์ (Samarqand) หรือเรียกกันง่ายๆ ได้ว่าเมืองสมารขัณฑ์ เมืองใหญ่รองจากทาชเคนต์ อยู่บนเส้นทางสายไหมมายาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นชุมการค้าอันสำคัญยิ่ง อีกแคว้นเมืองหน้าประวัติศาสตร์ของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ จากประวัติพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเคยนำกองทัพกรีกมายึดครอง และแต่งงานกับสาวพื้นเมืองนามว่า โรซานา (Roxana) ก่อนอยู่ใต้การปกครองของกองทัพเติร์ก อาหรับ และมองโกล และเป็นเมืองที่ถูกเผาทำลายหลายต่อหลายครั้ง และสร้างขึ้นใหม่โดยผู้ปกครองใหม่ ซึ่งปัจจุบันเมืองถูกสร้างโดย ยอดขุนพล อมิร์ ติมูร์ ที่เลือกซามาร์คานด์ เป็นศูนย์กลางของ จักรวรรดิติมูริด (Temurid) ดั่งมหานครโรมแห่งเอเชียกลาง

และสถานที่ ที่ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ได้แวะเยี่ยมชมกันก็คือ จตุรัสรีจีสตาน (Registan Square) หนึ่งในสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวอุซเบกิสถาน ที่เดิมนั้นเป็นตลาดการค้าที่ถนนหกสายภายในเมืองตัดมาบรรจบกันก่อนเปลี่ยนเป็นลานสวนสนามของกองทัพและลานประหารนักโทษ ล้อมรอบด้วยมาดราซาขนาดใหญ่ มีความสวยงามยิ่งจากงานประดับแผ่นกระเบื้องสีสด และโดมสีเทอร์ควอยส์ (Blue Domes) ถูกสร้างโดย ข้าหลวงชาวอุซเบกนามว่า ยาลังตุช บาคาดูร์

พร้อมออกเดินทางกันต่อไปยังเมืองบูคาร่า  เส้นทางช่วงนี้ค่อนข้างชำรุด เป็นหลุมบ่อและขรุขระ แต่ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ก็ไร้กังวล เดินทางกันต่ออย่างรวดเร็ว และแวะกันที่จุดพักระหว่างทางบนเส้นทางสายไหมของคาราวานพ่อค้าในอดีต ถ่ายภาพเขตกำแพงเมืองเก่ากันเล็กน้อย และด้วยความที่ต้องเร่งทำเวลากันด้วย บวกกับความสามารถของระบบช่วงล่าง DCS ที่ออกแบบระบบการสั่นสะเทือนใหม่ให้แหนบยาวขึ้น โช๊คอัพใหญ่ขึ้น หนึบ และซับแรงสั่นสะเทือนต่างๆ พร้อมควบคุมเสถียรภาพของห้องโดยสารได้อย่างดี ทำให้ตลอดการเดินทางของทั้งผู้ขับ และผู้โดยสาร เป็นไปอย่างสบาย และด้วยโครงสร้างแชสซีส์ FIRM ผนวกกับช่วงล่าง DCS นี่เอง การเดินทางนี้จึงราบรื่น รวดเร็ว และถึงยังที่หมาย เมืองบูคาร่า ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน มีเวลาให้คณะเดินทางได้เดินซึมซับบรรยากาศ พร้อมกับเก็บภาพความประทับใจไม่รู้ลืม กันที่จัตุรัสสำคัญที่สุดในเมือง ประกอบไปด้วยมัสยิด และ เสามินาเรต ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของบูคาร่า ที่มีความหมายว่าสถานที่แห่งความสุขความโชคดี จนพระอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับตา สาดส่องแสงสวยงามยามพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไป สิ้นสุดภารกิจในวันนี้อย่างสวยงาม

 

วันที่ 20 ของการเดินทาง (22 มิ.ย. 2559) วันนี้ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน มีได้ลุ้นกันอีกกับการเดินทางข้ามแดน สู่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งเป็นอีกประเทศที่แทบไม่เคยมีใครไปมาก่อน และไม่รู้ว่า คาราวาน จะต้องพบเจอกับสิ่งใด แต่ในเมื่อรถพร้อม คนพร้อม ใจพร้อม ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ออกเดินคันเร่งตั้งแต่เช้าลุยกันต่อ โดยตั้งเป้าหมายภารกิจในวันนี้ เดินทางไปยัง เมืองแมรี่ (Mary) เมืองใหญ่อันดับสองของเติร์กเมนิสถาน กับ ระยะทางรวม 400 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ชายแดน บรรยากาศ 2 ข้างทางพบเห็นเมืองเก่า และป้อมปราการ Ark ป้อมปราการหลักของเมือง ก่อนจะมาถึงยังชายแดนที่ต้องใช้เวลาพอสมควรในการตรวจและออกจากอุซเบกิสถาน ผ่านเขต No Man’s Land และเข้าสู่ชายแดน ประเทศเติร์กเมนิสถาน กัน

สำหรับประเทศเติร์กเมนิสถาน พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งและเป็นทะเลทราย ทิศใต้ติดประเทศอิหร่านมีเทือกเขาคั่นกลาง ทิศตะวันตกติดทะเลแคสเปียน เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ ทิศเหนือและทิศตะวันออกติดอุซเบกิสถานและอัฟกานิสถาน ทำให้ประเทศนี้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นั้นเอง

สภาพเส้นทางขาเข้านี้ค่อนข้างขรุขระ บวกกับทางโค้งต่างๆ แต่ ไฮลักซ์ รีโว่ ก็สามารถพาคณะเดินทางทั้ง 9 คัน ผ่านไปได้แบบฉลุย ต้องขอบคุณความดีงามของช่วงล่าง DCS ที่ให้ประสิทธิภาพการเกาะถนนในสภาพเส้นทางที่ยากต่อการขับขี่ และระบบควบคุมการทรงตัว VSC ที่ให้ความมั่นใจบนเส้นทาง ตลอดการเดินทาง ขับมาถึงกันยังเมืองเมิร์ฟ (Merv) ที่ซึ่งเคยเป็นจุดแวะพักของกองคาราวานสินค้าในอดีต ก่อนที่จะถูกชาวมองโกลยกทัพมาตี เหลือไว้เพียงร่องรอยของซากกำแพงและซากปรักหักพัง โดยจุดที่ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน แวะชม คือ Mausoleum of Sultan Sanjar สุสานของ Ahmad Sanjar บุคคลสำคัญในอดีตของเติร์กเมนิสถาน และไม่นานก็มาถึงยังเมืองแมรี่ในช่วงดึก แต่ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ก็ไม่พลาดที่จะเดินชมมัสยิด อันโดดเด่นสวยงามสว่างไสวกลางเมือง ก่อนกลับมาพักผ่อนเพื่อพร้อมต้อนรับการเดินทางกันต่อในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 21 ของการเดินทาง (23 มิ.ย. 2559) จุดหมายปลายทาง เมืองอาชกาบัต (Ashgabad) เมืองหลวงของประเทศเติร์กเมนิสถาน กับระยะทางเพียง 376 กิโลเมตร แต่สภาพเส้นทางไม่ดีเท่าไหร่นัก เป็นเส้นทางตรงยาว ขรุขระและมีฝุ่น สภาพอากาศภายนอกร้อนจัด สูงสุดถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่ง ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทั้ง 9 คัน ก็สามารถเดินทางกันได้สบายๆ เพราะด้วยระบบปรับอากาศภายใน ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ให้ความเย็นสบายได้ตามต้องการตลอดเส้นทาง อีกทั้งคณะเดินทางยังได้ดื่มเครื่องดื่มเติมความสดชื่นเย็นๆ ที่ถูกแช่ไว้ในช่องเก็บของรักษาความเย็น (Cool Box) ของ ไฮลักซ์ รีโว่ ระหว่างทางได้พบเห็นสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเติร์ก และวัฒนธรรมอันน่าสนใจที่จะมีผู้คนมายืนโบกรถตลอดเส้นทาง เพื่อขอโดยสารกับรถที่ผ่านมา ซึ่งหากจอดรับก็จะมีการหารค่าโดยสารกันด้วยความสมัครใจและเชื่อใจกัน เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นที่นี่ ที่คาราวานได้สัมผัส เพลินๆ กันตลอดเส้นทาง และสองฝั่งข้างทาง ไม่นานก็มาถึงยัง เมืองอาชกาบัต อันเป็นจุดหมายการเดินทางในวันนี้

ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน คณะผู้ร่วมเดินทาง ก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับความอลังการสวยงามของเมืองอาชกาบัต ที่สถาปัตยกรรมหลักๆ ของเมือง ทั้งอาคารบ้านเรือน สำนักงาน และสถานที่ราชการ ถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวนำเข้าจากอิตาลี เป็นภาพของเมืองที่ชวนให้หลงใหล ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดก็จะเห็นแต่สีขาวสวยงามเต็มไปหมด ซึ่งทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเติร์กเมนิสถานจนถึงปัจจุบัน ก็คือ แหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่พบใต้ผืนดิน

และแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านท้องถิ่น เสิร์ฟเมนู ข้าวผัดกับเนื้อแกะรสดี อิ่มท้องกันแล้ว ก็มุ่งสู่โรงแรมที่พัก และออกมาชมเมืองในช่วงเย็น ชมตลาดหลักประจำเมือง ศูนย์รวมสินค้าทุกชนิดมากมายหลากหลาย

ขึ้นรถบัสชมเมือง ผ่านอนุสาวรีย์รูปม้า สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเติร์กเมนิสถาน ผ่านอาคารสำคัญมากมาย และสนามกีฬาที่สร้างขึ้นมาอย่างสวยงาม เพื่อเตรียมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ในปีหน้านั้นเอง และต่อกันที่อนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถานประจำเมือง ก่อนที่ไกด์ท้องถิ่นจะพาชมชิงช้าสวรรค์หินอ่อน และอาคารของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ถูกออกแบบเป็นรูปหนังสือที่กำลังเปิด มีอาคารของกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีลูกโลกเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคาร ถือเป็นเมืองที่มีการออกแบบที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ดีจริงๆ ก่อนปิดท้ายวันนี้กับดินเนอร์ ในร้านที่อยู่บนอาคารสูง ให้ได้สัมผัสความสวยงาม ชมวิวมุมสูงของเมืองยามค่ำคืน ที่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป

เส้นทางต่อไปของ Hilux Revo Caravan จะเป็นอย่างไร แล้วชาวคณะจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ติดตามกันได้ต่อไปเร็วๆ นี้ที่นี่ หรือที่ www.toyota.co.th/hiluxrevocaravantrip   พร้อมร่วมสนุก “อ่านแล้วแชร์” ง่าย ๆ เพียงแค่คลิก พิมพ์ #hiluxrevocaravantrip รับกล้อง GoPro Hero4 และของที่ระลึกอื่น ๆ อีกมากมาย หรือ https://web.facebook.com/ToyotaHiluxThailand

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ขับจริง หนึบจริง แกร่งจริง
 

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ