Hilux Revo Caravan Stage 4 [EP8] สิ้นสุดภารกิจช่วงที่ 4 สู่เมืองสองทวีป อิสตันบูล ประเทศตุรกี

  • โดย : พิสน ลีละหุต
  • 15 ก.ค. 59
  • 94,187 อ่าน

สู่บทพิสูจน์ระดับโลก ไฮลักซ์ รีโว่ ขับจริง หนึบจริง แกร่งจริง ผ่านมาแล้ว 1 เดือนเต็ม และอยู่ในช่วงการเดินทางสุดท้ายในตอนนี้ของคณะเดินทางกลุ่มที่ 4 มุ่งหน้าสู่เมืองที่หลายคนใฝ่ฝัน เมืองสองทวีป การเดินทางนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันได้เลย

 วันที่ 31 ของการเดินทาง (3 ก.ค. 2559) ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน พร้อมเดินหน้าพิชิตจุดหมายของวันนี้กันที่เมืองมรดกโลก เมืองคัปปะโดเกีย (Cappadocia) เป็นอีกหนึ่งเมืองที่คนไทยรู้จัก เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม วัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนประเทศจีน พื้นที่ที่นี่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว ส่งผลมาจนถึงปัจจุบันทำให้พื้นที่แถวนี้น่าพิศวง มีหินรูปแท่งกรวย (คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และสารพัดรูปทรงจากธรรมชาติ และสักครั้งหากมีโอกาสก็อยากที่จะมาสัมผัสด้วยตัวเอง กับระยะทางที่ต้องเดินทางกันวันนี้ ประมาณ 611 กิโลเมตร

 สภาพเส้นทางส่วนใหญ่ยังคงเป็นถนนสี่เลน คาราวานเดินทางกันด้วยความสบาย ด้วยเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ของ ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ให้อัตราเร่งและการตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการเร่งแซงและทำความเร็ว วิวทิวทัศน์สองฝั่งตลอดเส้นทางเป็นที่ราบสลับเนินเขา มีให้ได้เห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าอยู่บ้าง อีกทั้งเส้นทางยังมีทางโค้งยาวๆ ซึ่งสภาพถนนไม่ค่อยรองรับการเข้าโค้งสักเท่าไหร่ แต่ด้วยช่วงล่าง DCS ใหม่ ของ ไฮลักซ์ รีโว่ ก็ได้ให้การยึดเกาะถนน หนึบอย่างดีเยี่ยม บวกกับระบบ Sequential Shift ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการ เพื่อตอบสนองการขับขี่ได้ทันใจและปลอดภัย

 ในที่สุดท้ายคาราวานก็เดินทางมาถึงยัง เมืองคัปปะโดเกีย สังเกตได้จากแท่งหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จากการกัดเซาะของกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ เป็นเวลานับล้านปี เกิดเป็นแท่งหินรูปร่างแปลกตาที่เราได้เห็นกันเต็มทั่วทั้งบริเวณ ชาวพื้นเมืองจึงเรียกที่นี่ว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) ซึ่งได้รับการรับรอง จากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย ช่วงเวลาเพียงบ่าย 4 โมง ก็เดินทางมาถึงจุดหมาย คาราวาน ไม่รอช้าพอมีเวลาให้ได้เดินเที่ยวชมเมือง เก็บภาพความประทับใจของวิวเนินเขาต่างๆ รวมถึงช่องภายในแท่งหินปูน ที่อดีตนั้นเป็นที่อยู่อาศัย พร้อมกับโบสถ์ ไฮไลท์เด็ดสุดท้ายของการเดินทางมาที่เมืองนี้ก็คือ การขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองนั้นเอง อัตราค่าบริการต่อท่านอยู่ที่ 140 ยูโร ซึ่งคาราวานทุกท่านต้องอดใจรอในวันพรุ่งนี้ โดยคืนนี้จะพักกันที่โรงแรม Gamirasu Cave Hotel ที่ปรับปรุงจากบ้านของคนยุคก่อนที่อยู่ในช่องเขาหินตามหน้าผา ต้องขอบอกเลยว่าในบางห้องไม่มีทั้งพัดลมและเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่ดึกๆ อากาศค่อนข้างเย็นเลยทีเดียว

วันที่ 32 ของการเดินทาง (4 ก.ค. 2559) วันนี้ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน หลังจากที่เดินทางมาถึงเมืองคัปปะโดเกีย เมื่อวานนี้ ก่อนออกเดินทางกันต่อ ก็ไม่พลาดตามที่ได้วางแผนไว้ คือการขึ้นบอลลูนชมเมืองนั่นเอง ภารกิจเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจะได้สัมผัสกับวิวเมืองสวยๆ พร้อมกับแสงแรกของวันอันสวยงาม อันน่าจดจำและไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงเมืองนี้ โดยบอลลูน 1 ลูก มีพื้นที่จุผู้โดยสารได้ 14-16 คน คณะคาราวานพร้อม และตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นบอลลูนกัน จากนั้นบอลลูนก็ค่อยๆ ลอยขึ้น เมื่อมองไปด้านล่างก็จะค่อยๆ เห็นพื้นดินไกลออกไป มุมมองวิวทิวทัศน์ค่อยๆ กว้างขึ้นอย่างชัดเจน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะออกเดินทางต่อไปกันที่ เมืองพามูคคาเล่ ด้วยระยะทางประมาณ 648 กิโลเมตร

เมืองพามูคคาเล่นั้น ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี มีลานหินปูนสีขาว กว้าง 300 เมตร ยาว 2,600 เมตร และเป็นที่ตั้งของนครโบราณชื่อว่า เฮียราโปลิส และมีบ่อน้ำแร่ในอดีตที่เคยเป็นสระน้ำร้อนถึง 35 องศาเซลเซียส ซึ่งพามูคคาเล่ สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่า ปราสาทปุยฝ้าย เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีแร่ธาตุแคลเซียม คาร์บอเนต ตกตะกอนกลายเป็นหน้าผาซ้อนกันเป็นชั้นน้ำตก มีสีขาว สูงประมาณ 100 เมตร สมัยยุคโรมันถือเป็นเมืองตากอากาศอันสวยงาม

สภาพเส้นทางไปยังเมืองพามูคคาเล่นั้น มีทั้งทางโค้งขึ้นลงเขาสลับไปมา ที่มองแล้วช่างสวยงามยิ่งนัก และด้วยการขับ ไฮลักซ์ รีโว่ บนเส้นทางนี้ก็มั่นใจได้กับสมรรถนะ และความปลอดภัย การควบคุมพวงมาลัยในทุกเส้นทางสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย ด้วยพวงมาลัยที่จับกระชับมือ และการเซ็ทน้ำหนักพวงมาลัยมาได้อย่างลงตัวในการขับขี่หลากหลายสถานการณ์ ทั้งช่วงความเร็วต่ำ ความเร็วสูง การเข้าโค้งต่างๆ ก็สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำ และมั่นใจได้ บวกกับช่วงล่างใหม่ DCS ที่มอบความหนึบเกาะถนนอย่างดี แม้ในสภาพถนนที่ไม่ดีและขุรขระ การขับขี่ก็ยังผ่านไปได้อย่างนุ่มนวล ไม่นานคาราวานก็เดินทางมาถึงยังจุดหมายการเดินทางโดยไม่ล้าจากการเดินทางไกลมากนัก แวะเที่ยวชมเมืองกัน และไม่พลาดที่จะเอาเท้าแช่น้ำแร่อุ่นๆ เพราะเชื่อกันว่าน้ำแร่นี้เอง สามารถช่วยรักษาโรคหัวใจ ไขข้ออับเสบ ความดันโลหิตสูง และอีกหลายโรคได้ ก่อนจะแยกย้ายพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางต่อยัง เมืองอิสเมียร์ (Izmir) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ถึงอันดับที่ 3 ของตุรกี

วันที่ 33 ของการเดินทาง (5 ก.ค. 2559) หลังจากที่เมื่อวาน ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ได้ไปสัมผัสกับความสวยงามมุมสูงชมเมืองอย่างเต็มที่ และเดินทางกันต่อมาถึงยังเมืองพามูคคาเล่ วันนี้คาราวานจะออกเดินทางสู่จุดหมายด้วยระยะทางไม่ไกลนัก 310 กิโลเมตร ไปที่เมืองอิซเมียร์ (Izmir) ซึ่งระหว่างเดินทางจะแวะอีกหนึ่งสถานที่สำคัญห้ามพลาดเมื่อต้องผ่านเส้นทางนี้ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองคูซาดาสี (Kusadasi) ของตุรกี สถานที่นั้นก็คือ เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณของชาวโยนก (Ionia) ที่เคยมาอาศัยอยู่ หลังจากอพยพมาจากกรีก ตั้งแต่เมื่อ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล เป็นเมืองอันรุ่งเรืองสูงสุดในยุคโรมัน สมัยจักรพรรดิออกุสตุส ซีซาร์ (Augustus Caesar) ผู้มีชัยเหนือมาร์กุส อันโตนิอุส (Marcus Antonius) หรือที่รู้จักกันในนามมาร์ก แอนโทนี (Marc Antony) ชู้รักของพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) ได้สถาปนาให้เอฟฟิซุสเป็นเมืองหลวงของโรมันในเขตการปกครองแถบเอเซีย

เส้นทางในการเดินทางช่วงแรกเป็นถนนกว้างถึงสี่เลน สองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ผ่านชุมชนเล็กๆ ก่อนจะพบกับบรรยากาศของทะเลอีเจียนแสนสวยงามตลอดเส้นทาง เส้นทางมีทั้งทางตรงยาว สลับทางโค้งในบางช่วง ด้วยช่วงล่าง DCS หนึบและเกาะถนนอย่างดี ทำให้การเดินทางราบรื่นและมั่นใจในทุกจังหวะขับเคลื่อน และคาราวานก็เดินทางมาถึงเมืองคูซาดาสี เพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่และสวยงาม ที่เมืองโบราณเอฟฟิซุส (Ephesus) ที่ได้จารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” คาราวานใช้เวลาเยี่ยมชมและสัมผัสอยู่ที่นี่กันอย่างเต็มเวลาถึง 2 ชั่วโมงเต็ม โดยในปัจจุบันเอฟฟิซุสถือเป็นเมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้อย่างดีที่สุด มีสถาปัตยกรรม เป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติกมากมาย เช่น พื้นที่บูชาเทพเจ้า โรงอาบน้ำ โรงละครโบราณที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 25,000 คน รวมถึงหอสมุดเซลซุสที่เหลือเฉพาะด้านหน้า

ก่อนออกเดินทางกันต่อโดยเส้นทางยังคงเป็นถนนสี่เลน ก็จะกลายเป็นถนนเลนสวนช่วง Local road ซึ่งนั้นเองทีมคาราวานต้องพบกับการขับขี่ของคนท้องถิ่นที่นี่ ที่ค่อนข้างใช้ความเร็วในการขับขี่เร็วเอาเรื่องทีเดียว แต่ด้วยเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ของ ไฮลักซ์ รีโว่ ก็สามารถเร่งแซงและทำความเร็วได้อย่างสบาย และในหลายๆ ช่วงก็ต้องเบรกเป็นระยะๆ จากการทำความเร็ว ระบบเบรกของไฮลักซ์ รีโว่ ก็มอบความมั่นใจในทุกครั้ง จากนั้นสองฝั่งข้างทางเริ่มสังเกตเห็นบ้านเรือนตามไหล่เขา ซึ่งแสดงว่าคาราวานได้เดินทางเข้าสู่เมืองอิซเมียร์ ตั้งอยู่ในภูมิภาคอีเจียน เมืองสุดคึกคักอันทันสมัย ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของตุรกี มีพื้นที่กว่า 12,012 ตร.กม. กับประชากร 4 ล้านคน และเป็นเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจสำคัญของตุรกี

มีสัดส่วนการส่งออกและนำเข้าเป็นอันดับ 2 รองจากอิสตันบูลเลยทีเดียว ซึ่งในอดีตยังเป็นทั้งเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าหลักของจักรวรรดิออตโตมันอีกด้วย และไม่พลาดเมื่อคาราวานเดินทางมาถึงที่เมืองนี้ ออกสำรวจเมืองกันที่ ปราสาท Kadifekale ตั้งอยู่บนยอดเขา ที่อาจจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง และแนวกำแพง แต่เมื่อขึ้นมาบนนี้ทุกคนจะได้สัมผัสกับวิวแสนสวยของเมืองอิซเมียร์ มองเห็นบ้านเรือนตั้งเรียงรายคู่กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แวะเดินเล่นกันริมอ่าว ชมจตุรัส Konak สัญลักษณ์สำคัญของเมืองที่มีหอฬิกาหินอ่อนประจำเมือง ซึ่งในช่วงนี้เองทำให้ช่วงเวลากลางวันของที่นี่ยาวนานกว่าเดิม เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน กว่าที่จะสิ้นสุดแสงสุดท้ายของวันก็เป็นเวลากว่า 3 ทุ่มแล้วก่อนจะกลับเข้าที่พักกัน เพื่อชาร์จพลังก่อนจะเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ไปยัง เมืองอิสตันบูล

วันที่ 34 ของการเดินทาง (6 ก.ค. 2559) วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของภารกิจการเดินทางในทวีปเอเชีย ที่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เมืองสองทวีปที่ใครต่อใครต่างอยากเดินทางมาที่นี่ เมืองท่องเที่ยวสำคัญของตุรกี ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน พร้อมออกเดินทางแต่เช้า ด้วยระยะทางการเดินทางในวันนี้ค่อนข้างไกลถึง 670 กิโลเมตร

เส้นทางช่วงนี้ยังเป็นถนนสี่เลน คาราวานสามารถเดินทางช่วงนี้ได้อย่างสบาย และสามารถทำความเร็วกันได้ และด้วย Power Mode ใน ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวานทั้ง 9 คัน ก็เดินทางได้อย่างรวดเร็ว เร่งได้อย่างใจต้องการ วิวสองข้างทางภายนอกสัมผัสได้กับทะเลสวยๆ สลับที่ราบหุบเขา ไม่นานคาราวานก็เดินทางมาถึงยังสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่จะแวะชมกันนั้นก็คือ “กรุงทรอย” (Troy หรือ City of Troia) เป็นชื่อที่ใครต่อใครต้องคุ้นหูกันแน่นอน และหลายๆ คนต้องเคยได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Troy (2004) ที่อาจจะมีคนสงสัยว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งวันนี้ ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ได้เดินทางมาถึง ณ ที่แห่งนี้แล้ว กับเมืองโบราณที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ 4,000 ปีก่อน ในอดีตมีชื่อเสียงอันโด่งดัง ซึ่งส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพียงเมืองในนิยาย จนศตวรรษที่19 มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีต ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมือง Canakkale บนฝั่งทะเลใกล้ช่องแคบดาร์ดะเนลส์ แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน เหมือนกับช่องแคบบอสฟอรัส โดยตุรกีได้สร้างม้าไม้จำลอง (Wooden Horse of Troy) ที่นี่ เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดนั้นเอง

หลังเก็บภาพบรรยากาศกันที่ กรุงทรอย เรียบร้อย คาราวาน ก็พร้อมออกเดินทางต่อ เส้นทางวิ่งเรียบชายทะเล ไปยังท่าเรือเพื่อนำรถข้ามมามาร์ลา และมุ่งสู่อิสตันบูล โดยใช้เวลาบนเรือข้ามฟากไม่นานนักประมาณ 20 นาทีเท่านั้น หลังข้ามฟากกันแล้ว เส้นทางเผยให้ได้สัมผัสกับความสวยงามของวิวสองข้างทาง ทุ่งดอกทานตะวัน ให้ได้เพลิดเพลินกันตลอดทาง แต่ไม่นานนัก คาราวาน ก็ต้องพบกับการจราจรอันติดขัด เป็นแถวยาวเลยทีเดียว คาราวาน ทั้ง 9 คัน จึงเปลี่ยนมาใช้ Eco Mode เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน การเดินทางในช่วงนี้กินเวลาไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว แต่ด้วยห้องโดยสารที่ออกแบบมาอย่างกว้างขวางและสะดวกสบายของ ไฮลักซ์ รีโว่ ก็มอบความสบายให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทุกคน ในช่วงค่ำ คาราวาน ก็เดินทางมาถึงอิสตันบูล และเดินทางอย่างปลอดภัยและชัดเจนด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ของ ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ส่องสว่างอย่างดีเยี่ยมตลอดเส้นทางจนมาถึงยังที่พักอย่างปลอดภัยทุกคัน และในวันพรุ่งนี้จะออกสำรวจเมืองอิสตันบูล พร้อมต้อนรับคณะเดินทางกลุ่มที่ 5 ส่งไม้ต่อเดินทางสู่ยุโรปต่อไป

เส้นทางสู่ยุโรปต่อไปของ Hilux Revo Caravan จะเป็นอย่างไร แล้วชาวคณะจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ติดตามกันได้ต่อไปเร็วๆ นี้ที่นี่ หรือที่ www.toyota.co.th/hiluxrevocaravantrip  และ https://web.facebook.com/ToyotaHiluxThailand พร้อมร่วมสนุก “อ่านแล้วแชร์” ง่ายๆ เพียงแค่คลิก พิมพ์ #hiluxrevocaravantrip รับกล้อง GoPro Hero4 และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ขับจริง หนึบจริง แกร่งจริง

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ