เปิดตัวรถไฟฟ้าใหม่ Honda e:N2 ร่าง SUV ก่อนเปิดราคา Motor Show 2026 นี้
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 5 มี.ค. 69 10:01
- 1,025 อ่าน
ต้อนรับปี 2026 ทาง Honda Automobile Thailand เดินหน้ารุกตลาดรถไฟฟ้าในไทย เตรียมส่งรถไฟฟ้าใหม่ Honda e:N2 ร่าง SUV ก่อนเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Motor Show 2026 นี้

รถไฟฟ้าใหม่ Honda e:N2 นี้ อยู่ในไลน์อัป e:N Series ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 จากฮอนด้าในไทย ที่ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F
ดีไซน์ภายนอกสไตล์คูเป้ท้ายลาดแบบสปอร์ต ผสานความสง่างามของรถซีดานเข้ากับตัวถังรถ SUV เสริมด้วยการใช้เส้นสายเฉียบคมที่ กับแนวคิดการออกแบบ ‘Knives Out’ โดยตัวรถมาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ Grille-less ตามเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า เสริมด้วยสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง โดยช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้างอย่างลงตัว ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน กระจกด้านหลังแบบ Privacy และกระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง มีหลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด

มิติตัวถัง (ยาว x กว้าง x สูง) 4,788 x 1,838 x 1,570 มม. และฐานล้อกว้าง 2,733 มม.
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลายในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง สีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม มอบความรู้สึกเร้าใจ เปี่ยมด้วยพลัง และสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน เติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวัน

มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย รวมถึงระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย

มีระบบน้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ออกแบบมาเพื่อยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ในทุกเส้นทาง รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว
กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ ถุงลมกลางด้านหน้า รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง กับความจุแบตเตอรี่ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง อีกทั้งมาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด

รองรับหัวชาร์จ 2 แบบ ชาร์จแบบ AC (กระแสสลับ) Type 2 ชาร์จแบบ DC (กระแสตรง) CCS 2 โดย• ช่องชาร์จแบตเตอรี่ด้านข้าง มากับไฟแสดงสถานะ
- ไฟกะพริบสีขาว (Blinking White): กำลังเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่
- ไฟวิ่งเป็นจังหวะ สีน้ำเงิน (Sweep Blue): อยู่ระหว่างการชาร์จ
- ไฟติดค้างสีน้ำเงิน (Lit Blue): ชาร์จเต็มแล้ว หรือถึงระดับที่ตั้งไว้
- ไฟกะพริบสีแดง (Blinking Red): ระบบหยุดการชาร์จเพื่อความปลอดภัย
- ไฟติดค้างสีแดง (Lit Red): หยุดการชาร์จเนื่องจากระบบขัดข้อง
- ไฟติดค้างสีขาว (Lit White): หยุดการชาร์จจากเงื่อนไขอื่น ๆ (เช่น กดปุ่มหยุด / ตั้งเวลาหยุด)

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยรอบคัน อาทิ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information :BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด และครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย กับถุงลมกลางด้านหน้า ยกระดับความปลอดภัยอีกขั้นในทุกเส้นทาง
สีตัวถังภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวไดมอนด์ดัสต์(มุก) สีเทาเออร์เบิน (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
ราคาจำหน่าย Honda e:N2 (เปิดราคา Motor Show 2026 นี้)
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




