Ducati Scrambler สานต่อตำนานปี 70

เผยโฉม Ducati Scrambler โดย Ducati Thailand รถแห่งตำนาน แนวร่วมสมัยที่มีดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและความทันสมัย

เผยโฉมกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับ Ducati Scrambler โดย Ducati Thailand รถที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดย Scrambler รุ่นแรกถูกผลิตขึ้นในปี 1962 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปี 70 โดยเฉพาะในอเมริกา เป็นรถแนวร่วมสมัยที่มีดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและความทันสมัยได้อย่างลงตัว

คำว่า Scrambler นั้นมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “scramble” ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า การผสมผสาน การคลุกเคล้า แหล่งรวมความคิดอิสระเพื่อปลดปล่อยจินตนาการ แล้วถ่ายทอดแบ่งปันสิ่งดีๆ ไปสู่ผู้อื่น ดังนั้น Ducati Scrambler จึงไม่ใช่แค่รถจักรยานยนต์ แต่มันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงกระแสสังคม โดยเน้นหลักการแห่งอิสรภาพ ความเป็นตัวของตัวเอง ความคิดนอกกรอบ พร้อมเปิดรับปรัชญาและแนวคิดใหม่ๆ

Ducati Scrambler มีจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น Icon, รุ่น Urban Enduro, รุ่น Full Throttle และรุ่น Classic  โดยในแต่ละรุ่นมีการตกแต่งไปในสไตล์ที่หลากหลายตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละชื่อรุ่น

Ducati Scrambler Icon ถือได้ว่าเป็นรุ่นพื้นฐานของ Scrambler ก็ว่าได้ โดยมีการใช้วัสดุอลูมิเนียมในสวิงอาร์มและฝาครอบเครื่อง หรือเหล็กที่เป็นวัสดุของถังน้ำมันรูปหยดน้ำ และเฟรมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับการออกแบบเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อย่างไฟหน้า-หลัง LED และจอแสดงผล LCD โดยทีมงาน Ducati Design Center ได้ออกแบบรถที่มีความทันสมัยอย่างชัดเจน ในสไตล์ Post-Heritage โดยใช้แรงบันดาลใจที่ได้มาจากรถในยุคปี 70

มีรายละเอียดเชิงเทคนิคของรถในปัจจุบัน เช่น การใช้โช้คหน้าแบบกลับหัว โช้คหลังแบบโมโนช็อค การใช้ล้ออัลลอย ทุกรายละเอียด ถูกออกแบบมาให้สะท้อนความเป็น Ducati ให้มากที่สุด

แต่ยังคงรักษาคอนเซปต์ของรถที่เคยโด่งดังในอดีต ได้แก่ ถังน้ำมันซึ่งถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทรงหยดน้ำตามแบบฉบับของรถดั้งเดิมในปี 70 นอกจากนี้ ส่วนของถังน้ำมันยังประกอบด้วยแผงข้างอลูมิเนียมที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ เพื่อให้รถแต่ละคันสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่แบบไม่เหมือนใคร แฮนด์ที่กว้าง และเบาะนั่งที่ยาว ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระ ทำให้สามารถขับขี่ในท่านั่งที่สบายและผ่อนคลายที่สุด นอกจากนี้ ตัวรถยังมีน้ำหนักเบา จุดศูนย์ถ่วงต่ำ บวกกับยางกึ่งลุย จึงทำให้รถ Ducati Scrambler เป็นรถที่สามารถพาคุณไปสนุกได้ทุกที่

 

Ducati Scrambler Urban Enduro ด้วยบังโคลนทรงสูง กรงเหล็กติดไฟหน้า Cross-strut ติดแฮนด์ และล้อซี่ลวดอลูมิเนียม ทำให้ Urban Enduro สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะในเมืองหรือในชนบท นอกเหนือจากการเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อลุยในเมือง แต่ก็สามารถพาคุณไปยังเส้นทางสนุกๆ แบบ Unseen ได้อีกด้วย งานออกแบบสไตล์ Post-heritage เสริมภาพลักษณ์ของรถแนวออฟโรดคันนี้ได้อย่างลงตัว สำหรับสีเขียว “Wild Green” หรือสีเขียวทหาร

บ่งบอกถึงคาแรคเตอร์ของรถที่พร้อมจะพาคุณลุยไปในสมรภูมิในเมือง และเบาะที่เย็บพิเศษด้วยลายด้ายแนวขวางสีน้ำตาล ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายมีความสบายอย่างสูงสุด ทั้งนี้ แผงการด์ติดโช๊คหน้า การ์ดใต้เครื่องยนต์ และกรงเหล็กติดไฟหน้า ทำหน้าที่ในการปกป้องชิ้นส่วนสำคัญเมื่อจำเป็นต้องขี่แบบออฟโรด ในขณะที่แฮนด์แบบ cross-brace จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแฮนด์ และล้อซี่ลวดอลูมิเนียม ด้านหน้าขนาด 3 x 18 นิ้ว ส่วนด้านหลัง 5.5 x 17 นิ้ว รวมถึงโลโก้ที่ข้างถังน้ำมันของ Scrambler Urban Enduro ทุกคัน จะมีความโดดเด่นด้วยเครื่องหมาย “X” ทั้งหมดนี้ บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของรถแนวออฟโรดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Ducati Scrambler Classic ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวการออกแบบของรถในยุคปี 70 แต่ต้องการความสะดวกสบายของเทคโนโลยีการขับขี่แบบรถในปัจจุบัน ด้วยการมีบังโคลนที่ทำจากเหล็กที่ยึดป้ายทะเบียนแบบดั้งเดิม และล้อซี่ลวดอลูมิเนียม จึงทำให้รถ Scrambler Classic เป็นรถที่สามารถสะท้อนแก่นแท้ของรถจักรยานยนต์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งรถรุ่น Classic ใช้โลโก้ที่คล้ายคลึงกับโลโก้ดั้งเดิมมากที่สุด โดยเสริมเข้ากับสีที่ใช้ในรถคันดั้งเดิม คือ สีส้ม “Orange Sunshine” และแถบคาดกลางถังสีดำ จึงทำให้ Scrambler Classic มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นตามแบบฉบับเดียวกับรถในยุคปี 70 นอกจากนี้ เบาะนั่งสีน้ำตาลยังถูกทำขึ้นใหม่ด้วยการเย็บด้ายเป็นทรงเพชร

Ducati Scrambler Full Throttle ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากโลกของการแข่งขัน โดยเฉพาะการแข่งขันสุดโหดแบบ Flat Track ด้วยสไตล์การออกแบบถังน้ำมันด้วยสีดำสนิทแบบ “Deep Black” กับโลโก้เฉพาะแนวสปอร์ตบนพื้นหลังสีเหลือง-ดำ แสดงให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเร็ว เช่นเดียวกับเบาะที่มีแถบสีเหลือง ท้ายสั้นตามแบบฉบับของรถแข่ง Flat Track ทำให้รถ Scrambler Full Throttle มีลุคสปอร์ตอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ยังเป็นรถที่ให้ความสบายอย่างสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ ที่สำคัญ รถ Full Throttle มาพร้อมกับท่อ Slip-on จาก Termignoni และแฮนด์ในตำแหน่งต่ำ เพื่อให้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของรถสปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบทั้งบนถนนและในสนามแข่ง

สำหรับราคาจัดจำหน่ายที่ใครๆ หลายคนกำลังรออยู่ ซึ่งในงานเปิดตัวที่ผ่านมาทาง Ducati Thailand ยังไม่ได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่ทางผู้บริหารก็ได้แอบบอกแล้วว่าราคาในรุ่นของ Icon นั้น จะมีราคาไม่เกิน 4 แสนบาท คงต้องมาลุ้นและติดตามกันว่าราคาอย่างเป็นทางการที่ทาง Ducati Thailand จะประกาศนั้นคือเท่าไหร่ โดยจะมีการเปิดเผย พร้อมเปิดรับจองกันในงาน Motor Expo 2014 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2557 และส่งมอบรถกันในเดือนเมษายน 2558

5 เรื่องน่าสนใจ