Test Drive : รีวิว ทดลองขับ 2021 Nissan Navara PRO-4X ตัวตนใหม่…ปิกอัพแต่งหล่อแรงดุด้วยพลังเทอร์โบคู่ 190 แรงม้า

นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาที่ปิกอัพตัวแกร่งจากเมืองโยโกฮาม่าอย่าง Nissan Navara โลดแล่นบนท้องถนนทั่วโลกสืบทอดดีเอ็นเอความเป็นรถปิกอัพ อึดถึกทน ตะลุยได้ทุกเส้นทาง จนได้รับการตอบรับอย่างดีและต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ถึงแม้หน้าตาของมันยังไม่มีการปรับโฉมแต่อย่างใด

Nissan Navara

จนกระทั่งเมื่อปีกลายมีข่าวปล่อยออกมาให้สิงห์รถปิกอัพได้ชื่นใจกันว่าจะมีการเปิดตัว Nissan Navara รุ่นปรับปรุงโฉมครั้งใหญ่หรือเรียกกันว่า Big Minor Change ออกมาก็ทำให้ยิ้มกันทั่วหน้าเพราะจะได้เห็นหน้าตาใหม่ที่โหดเข้ม ปรับเปลี่ยนภายใน เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และส่วนประกอบอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง ผิดแผกไปจากเดิม จนได้ฤกษ์เปิดตัวให้ทั่วโลกได้เห็นในวันที่ 5 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว และเปิดขายเป็นที่แรกของโลกที่เมืองไทยในวันที่ 9 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว พร้อมกับการแนะนำรุ่นโหด PRO-4X ออกมาเป็นทางเลือกสำหรับสาวกหัวใจลุยและเป็นรุ่นเดียวกันที่นำมาทดลองขับครั้งนี้

หน้าตาใหม่ดุเผ็ดเข้มปรับเปลี่ยนภายนอกเกือบทั้งหมดในร่างเดิมรหัส D23 Double Cab เร้าใจด้วยกระโปรงหน้าออกแบบใหม่หมดผสานกับกระจังหน้าแบบใหม่สไตล์ ‘Interlock’ กับตะแกรงรังผึ้ง 3 ชั้น ขอบกระจังหน้าด้านบนปักชื่อ Navara บ่งบอกถึงความดุดัน โดยชุดกระจังหน้ามาในแบบสีดำทั้งชิ้น พร้อมโลโก้ Nissan ตัวอักษรสีแดง ไฟฟน้า LED Projectors มาแนวใหม่แบบ 4 ดวง ภายในโคมนั้นครอบด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Light รูปตัว C โดยทั้งขอบมาในแบบรมดำ ที่ว่ากันว่าเพิ่มความสว่างและความปลอดภัยขึ้นอีกขั้นเมื่อเทียบกับโคมเก่าลงตัวด้วยชุดกันชนหน้าขึ้นรูปทูโทนโดยส่วนบนมาในแบบสีเดียวกับตัวรถแผงกันกรแทกครอบทับส่วนล่างของกันชนหน้าเป็นแบบสีดำเข้มขลิบด้วยเส้นสีแดงสองเส้น ในชุดกันชนหน้าติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED ดวงเล็กๆ สองฝั่งพร้อมฝาครอบไฟตัดหมอกหน้าแบบรังผึ้งสีดำ

Nissan Navara

ด้านข้างออกแบบใหม่หมดทั้งหน้า-หลัง กลมกลืนกับตัวถังเดิม Double Cab โดยบังโคลนหน้า-หลัง แบบซ้าย-ขวา ออกแบบคิ้วขอบล้อแบบขึ้นรูป Built-In ดุดันถึงใจ แต่เมื่อมาอยู่ในร่างรุ่นโหด PRO-4X ครอบทับด้วยคิ้วขอบล้อสีดำ ขลิบแดง พร้อมล้ออัลลอยลายเดียวกับรุ่น Calibre ขนาด 17 นิ้ว แบบ 6 ก้านคู่สีดำ พร้อมยาง All-Terrain จาก YOKOHAMA GEOLANDAR AT-S G012 ขนาด 255/55R17 พร้อมออพชั่นเดิมตกแต่งใหม่ด้วยสีดำไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ที่เปิดประตู ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้างใหม่ แร็คหลังคา และเสาอากาศแบบเสาสั้น

Nissan Navara

ด้านท้ายออกแบบใหม่ตั้งแต่ไฟท้ายแนวตั้งสีขาวแดงแบบ LED รูปตัว C พร้อมฝาท้ายดีไซน์ใหม่ซ่อนสปอยเลอร์หลังในตัวรับกับขอบกระบะท้ายพร้อมมือจับสีดำซ่อนกล้องมองหลังและกุญแจไขเปิดฝาท้ายในชุดเดียวกัน ถัดลงมาเป็นโลโก้ Nissan ขนาดใหญ่ และปั้มชื่อ Navara ขนาดใหญ่และสิ่งที่ทาง นิสสัน กล้าให้นั่นคือระบบผ่อนแรงขณะเปิด-ปิดกระบะท้ายติดตั้งเป็นออพชั่นมาตรฐานแบบไม่ต้องเสียตังค์เพิ่มและเปิดปิดเบากว่าเดิม ตัวกระบะท้ายสูงขึ้นกว่าเดิม 55 มม. มีผลในเรื่องความสวยงามและบึกบึน กันชนหลังออกแบบใหม่สีเดียวกับตัวรถกลมกลืนและสปอร์ตพร้อมลดความสูงของจุดที่เหยียบให้ต่ำลงกว่าเดิม 17 ซม.เห็นได้ว่าการขึ้นลงดีขึ้นกว่ารุ่นเก่า ภายในกระบะท้ายปรับจุดตะขอยึดใหม่ พิเศษติดตั้งตะขอยึดสัมภาระ 4 จุดพร้อมรางเลื่อน เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ชุดกล้องมองภาพติดตั้งมาแบบ 360 องศา รวมถึงกล้องมองหลัง สามารถมองรอบคันได้อย่างครบถ้วนครบครัน

มิติตัวรถนั้นโดยรวมมีความใกล้เคียงกับรุ่นเก่าพบว่าความยาวมากกว่าเดิม 5 มม. ความกว้างมากขึ้น 25 มม. ความสูงมากขึ้น 20 มม. ฐานล้อเท่าเดิม ความสูงใต้ท้องรถสูงขึ้น 5 มม. น้ำหนักมากขึ้น 90 กก. และความจุถังน้ำมันเท่าเดิม ถึงยังใข้แชสซีส์เดิมก็ตาม

Nissan Navara
Nissan Navara
Nissan Navara
Nissan Navara

ภายในโดยรวมยังคงสไตล์เดิมจากรุ่นเก่าแต่ถ้ามองกันลึกๆมีดีเทลที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นตัดหลุมบนคอนโซลหน้าออกรวมถึงตัดที่วางแก้วซ้าย-ขวาออกไป แต่ได้สิ่งใหม่ๆมาแทนนั่นคือพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่ยกชุดจาก Nissan Kicks แบบ 3 ก้าน พร้อมสวิตช์ควบคุมทั้งวิทยุและ Cruise Control หุ้มหนังแปะตราโลโก้ Nissan สีแดง มาตรวัดเรืองแสงดีไซน์ใหม่ตรงกลางมาพร้อมหน้าจอสีแสดงผลสามมิติ TFT ขนาด 7 นิ้ว บอกทั้งระบบเตือนนำทาง ระบบช่วยในการขับขี่ แจ้งการทำงานของระบบเครื่องเสียง ฯลฯ สามารถเลือกได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย คอนโซลกลางดีไซน์เดิมไม่ว่าจะช่องแอร์เครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับรถได้อย่างราบรื่น ฟังเพลงผ่าน Bluetooth, ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ Voice Recognition ระบบนำทาง Navigation system และบริการ Nissan Connect ที่แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟนไม่ว่ารถคุณจะอยู่ตรงไหนก็อุ่นใจหายห่วง ถัดลงมาเป็นเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ ซ้าย-ขวาที่เย็นทั่วถึง พร้อมสวิตช์ควบคุมการทำงานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบปุ่มบิด กับสวิตช์ที่เกียวเนื่องไม่ว่าจะเป็น ปุ่มล็อกการทำงานเฟืองท้าย Diff-Lock ปุ่มการทำงานระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และปุ่มปิดการทำงานสัญญาณกะระยะการจอดรถ รวมถึงพอร์ต USB Type C ตรงคอนโซลกลาง กับคอนโซลเกียร์ตกแต่งโครเมี่ยม หุ้มหนัง กับคอนโซลกลางหุ้มหนังสังเคราะห์พร้อมเบรกมือคันโยกและช่องแอร์ด้านหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ กุญแจรีโมท ปุ่มสตาร์ท และแผงบังแดดมีกระจกและไฟส่อง 2 ด้าน จัดว่าเอาใจหนุ่มที่อยากหล่อหรือสาวๆที่อยากแต่งหน้าเท่ๆ

Nissan Navara
Nissan Navara
Nissan Navara

เบาะนั่งคู่หน้าเปลี่ยนโครงสร้างตัวเบาะใหม่แบบ Zero Gravity โอบกระชับนั่งสบายมากกว่าเดิม ลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ทางไกลหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้สีดำมีลายเฉพาะเดินด้ายขาวสลับแดง ปักโลโก้ PRO-4X หมอนรองศรีษะออกแบบให้ใหญ่กว่าแต่การเดินทางไกลก็อาจทำให้อึดอัดไปบ้างเพราะหมอนดันหัวนั่นเอง การปรับสูง-ต่ำปรับแบบก้านธรรมดาไร้ไฟฟ้าโดยปรับได้ 6 ทิศทางสำหรับคนขับและ 4 ทิศทางสำหรับคนนั่ง ส่วนด้านหลังออกแบบใหม่หมดตั้งแต่โครงสร้างตัวเบาะหมองรองศีรษะขนาดใหญ่ และมีตรงกลางอีก 1 จุด พร้อมที่พักแขนกับที่วางแก้วน้ำในตัวที่สบายกว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน

Nissan Navara
Nissan Navara

ไฮไลต์เด็ดที่เรียกว่าสร้างความสนใจให้กับสิงห์รถปิกอัพชาวไทยนั่นคือการตัดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันเก่า 2.5 ลิตร190 แรงม้าออกจากสารระบบด้วยการยกชุดขุมพลังจาก Nissan Terra มาประจำการในร่างปิกอัพหน้าโหดขนาด 2.3 ลิตร YS23DDTT ดีเซลเทอร์โบคู่ ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,298 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัดเครื่องยนต์เป็น 15.4:1 ระยะชัก/ขนาดกระบอกสูบ 85.0/101.3 มม. ให้กำลังเท่าเดิม 190 แรงม้าที่ 3,750 รอบนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที ปล่อย CO2 ที่ 205 กรัมต่อกิโลเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดพร้อมโหมด Manual +/- และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4X4 Part-Time shift-on-the-fly ทั้ง 2H, 4H และ 4L (เปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H ในความเร็วไม่เกิน 100กม./ชม.)

Nissan Navara
Nissan Navara

ครั้งนี้ Nissan จัดเส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ขับแบบไป-กลับวันเดียวรวม ระยะทาง 414 กม. พร้อมไปกินอาหารกลางวันแบบชิวๆในบรรยากาศสบายๆที่ไรย่าแย้ม เริ่มต้นจากโรงแรมชื่อดังแถวสาทร ผ่านถนนราชพฤกษ์ ถนนบรมราชชนี เข้าถนนเพชรเกษม จ. นครปฐม กำลังของเครื่องสร้างความประหลาดใจในการขับขี่เป็นอย่างมาก การตอบสนองในทางยาวๆสองเลนสวน กดเป็นมาๆ Kick Down ตอบสนองฉับไวในยามเร่งแซง แม้เส้นทางจะมีทางเขาสูงชันและคดเคี้ยว กำลังเครื่องให้ความต่อเนื่องไม่ขาดตอนให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ความดีครั้งนี้ต้องยกให้กับเทอร์โบคู่ที่มีหลักการทำงานคล้ายกับคู่แข่งจากแดนมะกันก็คือ ระบบเทอร์โบคู่แบ่งการทำงานโดย เทอร์โบ 1 ลูกจะเป็นแบบ High Pressure ทำงานที่รอบต่ำ อีกลูกเป็น Low Pressure จะทำงานที่รอบสูง โดยเมื่อเครื่องยนต์อยู่ในรอบต่ำ ทั้ง 2 ลูกจะเริ่มทำงานพร้อม ๆ กัน โดยที่ตัวเล็กจะหมุนเยอะหน่อย แต่เมื่อถึงรอบสูง ตัวเล็กจะถูก Bypass ออกให้หยุดทำงาน แล้วใช้แรงอัดอากาศจากลูกใหญ่เข้าไปที่เครื่องยนต์เท่านั้น ด้านการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ในช่วงความเร็ว 90-120 กม./ชม.ทำผลงานมีเกิน 2,000 รอบ/นาที แต่ละช่วงของความเร็วมาแบบสุขุมแอบซ่อนความปราดเปรียวบ้าง ด้วยรอบตั้งแต่ 1,600, 1,800 1,950 และ 2,100 รอบ/นาที ตามลำดับ (ซึ่งรอบเครื่องคล้ายกับตอนที่อยู่ใน Nissan Terra)

เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ด้วยอัตราทดดังนี้ เกียร์ 1 = 4.887 เกียร์ 2 = 3.170 เกียร์ 3 = 2.027 เกียร์ 4 = 1.412 เกียร์ 5 = 1.000 เกียร์ 6 = 0.864 เกียร์ 7 = 0.775 เกียร์ถอยหลัง = 4.041 อัตราทดเฟืองท้าย = 3.357 ถึงจะเป็นลูกเก่าจากเครื่องเดิมแต่ยังสร้างความประทับใจในการเรียกกำลังสำหรับขึ้น-ลงทางลาดชัน เร่งแซงดีไม่กระตุก ไม่ว่าจะอยู่ในในโหมดเกียร์ D หรือ Manual Mode +/- ให้ความสนุกไม่แพ้กัน

์Nissan Navara
Nissan Navara

อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องชื่นชมจริงๆ นั่นคือระบบบังคับเลี้ยวถึงยังใช้พาวเวอร์แบบน้ำมัน แต่ปรับปรุงใหม่โดยมีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิม 15 % คมขึ้นไม่ว่าจะขับเข้าโค้งทุกโค้งก็มั่นใจแม้กระทั่งทางออฟโรดโหดๆก็คุมง่ายด้วยการปรับระยะการหมุนลดลงเหลือ 3.4 รอบ (เดิม 4.1 รอบ) ลดการขยับของพวงมาลัยได้ลดลง ระบบช่วงล่างเอาใจคนไทยอย่างแท้จริงด้วยการปรับจูนช่วงล่างหน้า-หลังที่มีเอกลักษณ์ในความหนึบ แต่ครั้งนี้ไม่ย้วยแล้วแถมมีความนุ่มนวลเข้ามาดุจรถเก๋งชั้นดี ด้วยการปรับปรุงช็อกอัพผลที่ได้ลดการสั่นสะเทือนในห้องโดยสารและยังปรับในส่วนยางรองหัวเก๋งเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นทำให้การปรับปรุงสองสิ่งที่กล่าวมานั้นนส่งผลให้ความนุ่มนวลมีมากขึ้นลดแรงกระแทกบนถนนขุรขระได้ดียิ่งขึ้นถึงใช้ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นซ้อนแบบใต้เพลาซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำยิ่งมั่นใจในการทรงตัวที่ดีขึ้นไม่ออกอาการท้ายปัดหน้าลื่นแต่อย่างใดบนความแข็งแกร่งของโมโนเฟรมแชสซีที่ทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคันแบบ Fully-Boxed Frame เอกลักษณ์เด่นของ Nissan Navara PRO-4X คันนี้

การปรับปรุงระยะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ ช่วยให้ขับขี่ลุยผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งทัศนวิสัยในการมองเห็นโดยเฉพาะด้านหน้ากระจกจากผลพวงของการปรับปรุงดีไซน์ฝากระโปรงที่ขอบฝากระโปรงออกแบบมาให้อยู่ในระดับสายตาที่มองได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นๆรวมถึงการเก็บเสียงที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเก่าและระบบเบรกอาจด้อยกว่าคู่แข่งในเรื่องระยะการเบรกที่ยาวนิดหน่อย

Nissan Navara
Nisaan Navara

ด้านฟังก์ชั่นความปลอดภัยให้มาครบครันทั้งเทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning - IFCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ระบบเตือนคนขับอัจฉริยะ (Intelligent Driver Alertness) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง (Lane Departure Warning) เทคโนโลยีควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning จอมอนิเตอร์ระบบ Off-Road Meter ที่ช่วยให้เห็นอุปสรรครอบคันขณะขับขี่ลุยไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ระบบป้องกันการลื่นไถล (Active Brake Limited Slip Differential System) ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (Trailer Sway Assist) พ่วงด้วยระบบความปลอดภัยพิ้นฐานทั้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VDC) พร้อมเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 จุด และครั้งนี้ระบบที่ต้องชื่นชมนั่นคือระบบกล้องรอบคัน (Intelligent Around View Monitor – IAVM) ที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ที่ย้ายจากกระจกมองหลังอัตโนมัติ มาลงในจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว เรียกว่าสบายไม่ต้องแหงนไปดูกระจกมองหลังอีกแล้วไม่ว่าจะยามขับไปข้างหน้าหรือถอยหลัง

Nissan Navara

กลับมาอย่างสมศีกดิ์ศรีสำหรับปิกอัพค่ายเพื่อนที่แสนดีที่ยังคงมีเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องความทนทาน บรรทุกของถึงใจเท่าไหร่เท่ากัน สมบุกสมบันไม่แพ้ใคร โดยทั้งหมดได้ผ่านมาหลายเจนตั้งแต่ Nissan BIGM D21, Nissan Frontier D22 และNissan Navara D40 จนถึงปัจจุบัน การปรับโฉมครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่ไม่ใช่ปรับแค่หน้าตาแต่เรียกว่าปรับทั้งคัน จนเป็นที่ถูกใจของเหล่าสาวก ขุมพลังที่ลดไซส์จากเดิม 2.5 มาเป็น 2.3 ลิตรพ่วงด้วยเทอร์โบคู่ สร้างความอัศจรรย์ทั้งในเรื่องกำลังการตอบสนอง การเร่งแซง เรียกว่าทันใจเซียนเท้าขวาเป็นอย่างยิ่งในการใช้งานไม่ว่าจะทางเรียบ ไฮเวย์ ในเมืองแม้กระทั่งทางออฟโรด แบบไม่ขาดตอน ระบบพวงมาลัยที่คมกว่าเดิมน้ำหนักเบาดี ช่วงล่างไม่เด้งไม่ย้วย แม้กระทั่งการปรับทัศนวิสัยที่มองเห็นรอบคันได้ดีกว่าด้วยเบาะนั่งที่สบาย ระบบกล้องมองภาพรอบคันที่ทำงานผ่านจอสัมผัสเรียกว่าสบายสบาย

ถึงค่าตัวจะอยู่ที่ 1,149,000 บาท กับปิกอัพแต่งหล่อจากโรงงานที่ไม่ต้องไปเติมเพิ่มอีก ถ้าไม่ขัดว่าไม่มีเบาะไฟฟ้าคนขับ 8 ทิศทางและล้อขนาด 17 นิ้ว ก็ถือว่าน่าสนใจอีกรุ่นสำหรับ Nissan Navara PRO-4X

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญทีมงาน Autodeft.com เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบรถปิกอัพ New Nissan Navara

Nissan Navara
Nissan Navara

สิ่งที่ชอบ >>> ปรับหล่อครั้งแรกทำการบ้านได้ดีไม่วาจะเครื่องยนต์ ช่วงล่าง เกียร์ พวงมาลัย หน้าตาดุขึ้นคล้ายพี่ใหญ่ Nissan Titan กระจังหน้า สไตล์ Interlock สีสันใหม่น่าเกรงขามมากขึ้น เบาะนั่งดีขึ้นถึงแม้จะดันหัวก็ตาม ช่วงล่าง ระบบพวงมาลัยปรับถูกจริตคนไทยอย่างมาก เครื่องยนต์ 2.3 กำลังวังชารวดเร็วกว่าชูทยาวๆไวกว่าเครื่องเดิม ยาง AT เงียบขึ้น

สิ่งที่ไม่ชอบ >>> ลายล้ออัลลอยลายเดียวกับรุ่น Calibre ถึงจะมาพ่นเป็นสีดำแต่ดูๆไปก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง แผงคอนโซลหน้าดีไซน์โบราณไปหน่อย ระบบ Cruise Control ควรให้แบบ Adaptive ปรับแปรผันตามความเร็ว และควรให้เบาะไฟฟ้ามาด้วยก็จะยิ่งดี ควรเพิ่มช่องชาร์จไฟฟ้าแบบ 220V สำหรับการใช้โน็ตบุ๊ค

ชม Gallery Test Drive Nissan Navara PRO-4X ได้ที่นี่ !!

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ