Hands on: BMW X3 xDrive20d xLine ความสนุกในนิยามสไตล์ Sport Activity Vehicle

เราคงจะคุ้นเคยกับรถยนต์สไตล์ SUV (Sport Utility Vehicle) หรือรถยนต์อเนกประสงค์กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะบอกว่ามีรถยนต์รุ่นหนึ่งที่เขาบอกว่าตัวเองเป็นรถสไตล์ SAV หรือ Sport Activity Vehicle คุณจะคุ้นกันบ้างไหม รุ่นที่เขานิยามตัวเองว่าเป็นสไตล์นี้คือ BMW ตระกูล X ครับ

BMW X3 xDrive20d xLine

รถยนต์ในกลุ่มตระกูล X ของค่ายใบพัดสีฟ้า บีเอ็มดับเบิ้ลยู นั้น ถ้าเป็นภาษาสากลที่เรียกกันก็จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ SUV นั่นเอง แต่ทางค่ายมองว่า DNA ของค่ายนั้น จะต้องเป็นรถที่ขับสนุกทุกรุ่น ซึ่งถ้าเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ หลายคนอาจจะะติดภาพการเป็นรถยนต์เพื่อใช้กับครอบครัวมากกว่า แต่ในกลุ่ม X นั้น จะต้องแฝงความสนุกเข้าไปด้วย จึงได้เกิดนิยามใหม่ขึ้นมานั่นก็คือ Sport Activity Vehicle หรือ SAV นั่นเอง

BMW X3 xDrive20d xLine

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ผมเองได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมหนึ่ง ที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้เกียรติเชิญเข้าทดสอบ BMW X3 xDrive20d xLine น้องใหม่ตระกูล X ภายใต้คอนเซปต์ Mission To Mars (คืออะไรหว่า) รู้คร่าวๆแค่ว่าการทดสอบครั้งนี้จะไม่ใช่การวิ่งทดสอบทั่วไป แต่จะพาเข้าไปทดสอบแบบ Off Road กันด้วย แต่ Mission To Mars คืออะไร คงต้องไปหาคำตอบกันข้างหน้าครับ

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine รถยนต์ใหม่คันนี้ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์ Steptronic 8 สปีด ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD เลือกโหมดขับขี่ได้ทั้ง ECO PRO, COMFORT, SPORT ทำอัตราความเร่ง 0-100 ได้ใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 213 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถ้าดูตามสเปคเครื่องเทียบกับตัวรถแล้ว รถก็น่าจะพาไปลุยได้สบายๆ แต่บางทีเครื่องยนต์อย่างเดียวก็ไม่ได้บอกว่ามันจะลุยได้มากขนาดไหน มันต้องมีองค์ประกอบต่างๆ เข้ามาเสริม เพื่อให้รถไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยด้วยครับ

BMW X3 xDrive20d xLine

การออกแบบตัวรถนั้น แน่นอนครับว่าาจะต้องอิงไปเรื่องเน้นการใช้งานเป็นสำคัญ ทรงดูใหญ่บึกบึน แต่ก็มีแฝงเรื่องความสปอร์ตเข้าไปด้วย  ไฟหน้าแบบ LED หันได้ตามทิศทางการหันของพวงมาลัย มีไฟ DRL แบบ LED เป็นเส้นแนวตามกรอบของไฟหน้า ไฟตัดหมอกหน้าเป็นทรง 6 เหลี่ยม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของตระกูล X ที่ใช้ทรงนี้ ล้อเป็นอัลลอยขนาด 19 นิ้วลาย Y-spoke กระจังหน้าทรงไตคู่แบบหนา ตามเอกลักษณ์ของทางบีเอ็มดับเบิ้ลยู มีหลังคามูนรูฟแบบ Panoramic ที่จะช่วยให้รับแสงหรือลมจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

รถ BMW X3 xDrive20d xLine ออกแบบให้โดยสารได้ 5 คน มีระบบปรับอากาศแยกได้ 3 โซนคือ ด้านหน้าแยกซ้าย-ขวา และด้านหลังอีก 1 เบาะเป็นหนังแท้ Vernasca สีดำ เบาะคนขับบันทึกตำแหน่งได้ 2 ตำแหน่ง เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 มีชุดไฟเพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสาร 6 สี ม่านบังแดดด้านข้างผู้โดยสารตอนหลังแบบอัตโนมัติ

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

สิ่งที่ผมชอบที่สุดของภายใน นั่นก็คือหน้าจอที่อยู่ตรงกลางขนาด 10.25 นิ้ว ที่ใช้บอกข้อมูลต่างๆทั้งเป็นเครื่องเสียง, ระบบนำทาง, ข้อมูลตัวรถ เป็นต้น ใช้งานได้ทั้งผ่านปุ่ม iDrive ตรงกลางรถ หรือจะสัมผัสที่หน้าจอ หรือจะสั่งการด้วยเสียง หรือจะใช้งานแบบ Air Gesture ที่ทางค่ายเรียกว่า BMW gesture control หรือโบกมือเพื่อสั่งการก็ได้ (ใช้นิ้วชี้หมุนเป็นวงกลม จะเพิ่ม-ลดเสียงของลำโพง เป็นต้น) เล่นเอาผมสนุกกับการใช้งานไปตลอดทางเลย

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

การเดินทางทดสอบครั้งนี้ จุดหมายปลายทางอยู่ที่โรงโม่หินแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ตอนขับเข้าไปถึงนั้นก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเรียกว่า Mission To Mars เพราะที่นี่ยังคงเป็นแหล่งระเบิดภูเขาเพื่อนำหินไปโม่เพื่อทำปูนซีเมนต์อยู่ สภาพพื้นที่จึงเต็มไปด้วยก้อนกรวดเล็กๆตลอดเส้นทาง มีทางขึ้นและลงเขาทั้งชันและไม่ชันอยู่หลายช่วง ซึ่งการเดินทางเข้าไปนั้น เราได้ลองระบบหลายอย่าง ทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ Dynamic Stability Control และ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน Dynamic Traction Control เพราะถึงแม้จะเป็นเส้นทางหิน ขึ้นลงเขา เข้าโค้งก็หลายครั้ง แต่ผู้นำทางก็ไม่ได้ลดความเร็วลงซักเท่าไหร่ พาห้อตะบึงไปในทางที่ค่อนข้างลื่นจากก้อนกรวด แต่ระบบการควบคุมของรถก็สามารถปรับการหมุนของล้อให้เข้ากับเส้นทางได้อิสระทั้ง 4 ล้อ ผ่านมาได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งยังได้ลองระบบ ควบคุมความเร็วบนทางลาดชัน Hill Descent Control ที่เมื่อใช้งานตอนลงเขา เราไม่ต้องแตะเบรกเอง ตัวรถจะคอยควบคุมความเร็วไม่ให้เกินตามที่เรากำหนดไว้ (ปรับเปลี่ยนได้ด้วยปุ่ม Multi-Function บนพวงมาลัย)

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

เมื่อเข้ามาถึงจุดทดสอบสมรรถนะของ BMW X3 xDrive20d xLine ตอนนี้กลุ่มผู้สื่อข่าวจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยผมเองเริ่มทดสอบสมรรถนะรถของการขับขี่ Off Road ก่อน ด้วยการขับขี่ผ่าน 3 ด่านนั่นคือ ด่านหลุ่มบ่อจำลอง, ด่านขึ้นและลงเขาสูงชัน และสุดท้ายด้วยการขับขี่ผ่านถนนเอียงข้าง 25 องศา โดยด่านแรกนั้น เพื่อต้องการให้เห็นระบบการหมุนของล้อว่าสามารถทำงานได้ฉลาดมากขนาดไหน เพราะบ่อนี้บางจังหวะตัวล้ออาจมีการยกตัวขึ้นลอยในอากาศถึง 2 ล้อ แต่ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อแบบ xDrive สามารถนำกำลังจากล้อที่ลอยตัวอยู่ ไปหมุนล้อที่แตะพื้นอยู่ได้ ทำให้การลุยแบบนี้สามารถทำได้อย่างสบาย ด่านต่อมากับการขึ้นและลงเขาลาดชัน เพื่อโชว์ระบบ Auto Hold นั่นคือการล็อคล้ออัตโนมัตเมื่อรถหยุดสนิท ทำให้รถไม่ไหลถอยหลังเมื่อเราย้ายเท้าจากแป้นเบรกไปที่คันเร่ง และระบบ Hill Descent Control ที่ใช้งานเมื่อลงจากเขา สุดท้ายกับด่านขับขี่ผ่านถนนเอียงข้าง 25 องศา เพื่อให้เห็นว่า ตัวรถสามารถควบคุมได้ ถึงแม้ถนนเอียงมากก็ตาม โดยมุมสูงสุดที่สามารถไปได้คือ 45 องศา (ขนาดแค่ 25 องศายังนั่งแล้วเอียงกระเท่เร่เลย)

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

จบจากจุดแรกแล้ว เราก็ไปต่อกับจุดที่ 2 นั่นคือการขับ Gymkhana บนทางกรวด เพื่อแสงให้เห็นว่า ถึงแม้จะเป็นรถแบบ SUV ก็สามารถขับให้มันสนุกได้ตามคำนิยาม Sport Activity Vehicle ของ บีเอ็มดับเบิ้ลยู โดยการทดสอบนี้มีการท้าทายหน่อย ด้วยการจับเวลาแข่งขันกันเองระหว่างเพื่อนๆสื่อมวลชน กติกาคือ มีโอกาสให้ลอง 3 รอบ โดย 2 รอบแรกเป็นการทดสอบ รอบที่ 3 คือเอาจริง จะเปิดหรือปิดระบบตัวช่วยก็ได้ แล้วแต่ใครถนัด ผมเองเริ่มต้นด้วยการเปิดระบบการทรงตัวทั้งหมดเอาไว้ก่อน เมื่อขับเข้า Track ไปแล้ว ทำให้รู้ว่าตัวระบบความปลอดภัย ทั้ง Dynamic Stability Control, Dynamic Traction Control หรือระบบควบคุมขับขี่ขณะเข้าโค้ง จะช่วยลดอาการไถลของตัวรถได้มากเลย เพราะเมื่อเราเข้าโค้งแบบแรงๆแล้วมีการไถล ตัวรถจะมีการตัดกำลังเครื่องเพื่อไม่ให้เราส่งกำลังไปที่ล้ออีก แต่มันจะไม่มากเท่าของยี่ห้ออื่นที่ตัดกำลังอย่างฮวบฮาบ เพราะทาง BMW ต้องการให้รถยังคงขับสนุกอยู่ จึงยอมให้รถมีการไถลไปเล็กน้อย แต่ไม่หลุดออกนอกเส้นทาง จากนั้นก็จัดการหมุนล้อให้เมาะกับการเข้าโค้ง (4 ล้อหมุนรอบไม่เท่ากัน) จนทำให้รถเข้าโค้งได้แบบไม่เสียหลัก เข้าเส้นไปจอดในช่องได้อย่างดี รอบที่ 2 ผมจัดการปิดระบบตัวช่วยทั้งหมด จากนั้นก็จัดการกดคันเร่งเหมือนเดิม สิ่งที่ต่างไปคือ ตัวรถควบคุมยากขึ้น ท้ายเริ่มปัดตั้งแต่กดคันเร่งลงไปแรงๆ เข้าโค้งมีอาการท้ายปัดและไถลออกนอกโค้งไปมากกว่ารอบแรกอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังอยู่ในไลน์ของเส้นทางได้ ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยไปอย่างทุลักทุเล สรุปแล้วการเปิดระบบ ผมเองทำเวลาได้ดีกว่าปิดระบบซะอีก

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

แน่นอนครับว่าหลังจบการทดสอบไปแล้ว ผมก็ชวดรางวัลไปเช่นเคย (ห่างคนชนะประมาณ 2 วินาที) แต่สิ่งที่ประทับใจคือรถยนต์แบบ SAV อย่าง  BMW X3 xDrive20d xLine ก็ขับสนุกไม่ใช่น้อย เส้นทางออฟโรด ที่ทำการทดสอบสามารถทำได้ดี เอาไปลุยได้หลายเส้นทาง อาจจะมีบางเส้นที่ลุยไม่ได้จากความสูงของตัวรถที่เป็นข้อจำกัด แต่ถ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบครอบครัวล่ะก็ ไปได้หมดแน่ ส่วนทาง On Road ก็ไม่ต้องห่วง อัตราเร่งของเครื่องยนต์พาทะยานไปความเร็วสูงได้อย่างไม่ยากเย็น การทรงตัวดีเยี่ยม ให้ความนุ่มนวลตลอดการเดินทาง ระบบอำนวยความสะดวกภายในก็มีพร้อม ราคาที่ขายอยู่ที่ 3,699,000 บาท พร้อม Standard BSI (Maintenance 3 ปี 60,000 กม., รับประกันตัวรถ 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง) หรือจะเพิ่มเป็น BSI Ultimate (Maintenance 5 ปี 100,000 กม., รับประกันตัวรถ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง) ในราคา 3,769,000 บาทก็ได้ ผมว่าถ้าคุณกำลังหารถที่เป็นสไตล์ครอบครัว แต่ยังมีไฟในการขับซิ่งอยู่ และมีเงินมากพอ ผมว่า BMW X3 xDrive20d xLine เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คุณได้แน่นอนครับ

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

BMW X3 xDrive20d xLine

ทดสอบและเรียบเรียงโดย Earthpark02

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com