Hands On : New Mazda CX-3 2.0 SP หล่อใหม่…อเนกประสงค์เล็กสายพันธุ์ Zoom-Zoom

ค่ายรถยนต์จากเมืองฮิโรชิม่ายังคงสร้างสรรค์ยนตกรรม SKYACTIV อย่างต่อเนื่องทุกรุ่นที่จำหน่ายล้วนใส่เทคโนโลยีนี้เข้าไปทำให้ Mazda กลายเป็นค่ายรถที่ครองใจสาวก มายาวนานนับตั้งแต่ Mazda CX-5 รถยนต์รุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี SKYACTIV ทั้งคัน ออกจำหน่ายในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2556

Mazda CX-3

Mazda CX-3

จนมาถึง Mazda CX-3 อเนกประสงค์น้องเล็กที่เฉิดฉายตามรอยความสำเร็จจากรุ่นพี่ ตั้งแต่ปี 2558 ล่าสุด Mazda ไม่ยอมให้คู่แข่งสัญชาติเดียวกันเปิดตัวกอบโกยยอดขาย กันอย่างสำราญ จึงเปิดรุ่นปรับโฉมหรือ Facelift อีกครั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ถึงเป็นร่างเดิมในพิกัด B-Crossover แต่ความหล่อเปลี่ยนไปพอสมควรเริ่มจากกระจังหน้า Signature Wing พร้อมกรอบโครเมี่ยมดีไซน์ภายนอกใหม่ ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟ LED Daytime ปรับอารมณ์ใหม่ให้สปอร์ตขึ้น กรอบไฟตัดหมอกปรับอารมณ์ใหม่ด้วยสีดำเงา และขอบกันชนหน้าตกแต่งด้วยคิ้วโครเมี่ยม ล้ออัลลอยสีทูโทนปัดเงาลายใหม่ ขนาด 18 นิ้วพร้อมยางขนาด 215/50R18 ที่งานนี้เปลี่ยนรุ่นยางใหม่จากค่าย Toyo เน้นเรื่องความนุ่มนวลและระยะเบรกสั้นลง คิ้วชายล่างโครเมี่ยมออกแบบใหม่ เสาประตูตกแต่งสีดำเงา แทนสีดำด้าน เพิ่มความสปอร์ตแกร่งไปอีกขั้นและไฟท้าย LED Signature ใหม่รับกับความเท่ในยามมองเห็น และใหม่หลังคาซันรูฟไฟฟ้าที่เปิดสไลด์และกระดกขึ้นด้วยระบบ Auto

Mazda CX-3

สำหรับรุ่นที่ทดสอบนั้นเป็นรุ่น 2.0 SP เครื่องยนต์เบนซินตัวท็อป มีตัวรถที่ใกล้เคียงกับรุ่นเดิมตั้งแต่ความยาว 4,275 มม. ความกว้าง 1,765 มม. ความสูง 1,535 มม. (ความสูงรุ่นเดิม 1,550 มม.) ระยะฐานล้อ 2,570 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มม. และน้ำหนักรถ 1,303 กก. (น้ำหนักรุ่นเดิม 1,271 กก.)

Mazda CX-3

ภายในยังคงเดิมแต่ด้วยรุ่นปรับโฉม อัพเกรดเติมเต็มความหรูบวกความสปอร์ตไว้ใน Crossover รุ่นนี้ไม่ว่าจะเป็น วัสดุการตกแต่งแผงคอนโซลหน้ากับแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุผ้าคล้ายหนังกลับสีเทา Grand Luxe Suede ช่องแอร์ทรงกลมเติมสีสันด้วยขอบสีแดงบนแผงคอนโซลหน้าคับคั่งด้วยฟังก์ชั่นหลากหลายทั้ง ระบบ MZD Connect พร้อมหน้าจอสัมผัสแบบสีขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางกับลำโพงรอบคัน 6 จุด ที่ให้เสียงเพลงอันไพเราะตลอดการเดินทาง เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ ดีไซน์เดิม ถึงไม่มีออพชั่นแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ก็ตามแต่ให้ความเย็นสบายเช่นกัน

Mazda CX-3

Mazda CX-3

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านทรงเดิมจากรุ่นที่แล้ว ทั้งควบคุมการทำงานเครื่องเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาควบคุมการทำงานของระบบ Cruise Control มาตรวัดเรืองแสงดีไซน์เฉพาะของค่าย มาสด้าที่อ่านง่าย ชัดเจน รวมถึงจอแสดงเหนือพวงมาลัย Active Driving Display แบบสี พร้อมปุ่ม Push Start สะดวกในการสตาร์ทรถง่าย และ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Keyles Entry

คอนโซลเกียร์ใหม่โดยปีกสองข้างของคอนโซลเกียร์หุ้มวัสดุหนัง Soft Touch ใหม่สีดำ มีปุ่ม CENTER COMMANDER ออกแบบใหม่ ใกล้มือใช้งานสะดวกพร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า(EPB) จากเดิมระบบเบรกมือแบบคันโยก สามารถยกเลิกการทำงานโดยการกดสวิตช์พร้อมเหยียบแป้นเบรก หรือยกเลิกการทำงานโดยง่ายด้วยการเหยียบคันเร่ง พร้อมระบบ Auto Hold ช่วยให้รถหยุดอยู่กับที่หลังจากผู้ขับชะลอรถจนหยุดนิ่ง จะถูกยกเลิกชั่วคราวเมื่อผู้ขับเหยียบแป้นคันเร่งอีกครั้ง พร้อมกล่องที่ท้าวแขนใหม่หลังคอนโซลเกียร์ช่วยลดความเมื่อยล้าในการเดินทางได้

Mzada CX-3

Mzada CX-3

เบาะนั่งหุ้มวัสดุกึ่งหนังแท้สีดำเดินด้ายสีใหม่ แต่ปรับระดับสูง-ต่ำ ด้วยระบบกลไลธรรมดาให้ความสบายตลอดการเดินทาง แต่ด้วยทัศนวิสัยการมองโดยเฉพาะกระจกข้างซ้าย-ขวา ที่อยู่ตำแหน่งสูงเกินไป ควรต้องปรับตำแหน่งเบาะให้สูงขึ้นนิดนึง สำหรับสุภาพสตรี ตัวเล็กๆ

ส่วนเบาะหลังอาจเสียรังวัดตรงที่ ตำแหน่งเบาะจะชันไปหน่อย ผนวกกับพื้นที่วางขาแคบทำให้อึดอัดแต่ยังมีความดีตรงที่พื้นที่เหนือศีรษะ ยังพอมีที่เหลือพอสมควรถึงตัวผมเองสูง 174 ซม. ใหม่!! ด้วยพนักวางแขนสำหรับเบาะหลังช่วยพร้อม ที่วางแก้วได้รับการออกแบบมาเพื่อวางกระป๋องน้ำอัดลมหรือแก้วน้ำที่มีขนาดหลากหลาย แถมสามารถพับเบาะได้แบบ 60/40 เช่นเคย

Mazda CX-3

Mazda CX-3

มากันที่เครื่องยนต์กลไกกันบ้างตลอดการทดสอบกรุงเทพฯ-หัวหิน ฝากชีวิตฝากความมั่นใจไว้กับขุมพลังแรง SKYACTIV-G เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส PE 4 สูบ 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 204 นิวตันเมตรที่ 2,800 รอบ/นาที ตอบโจทย์คนชอบประหยัดน้ำมันด้วย i-STOP ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราวเมื่อรถจอดหยุดนิ่ง โดยให้ค่า CO2 ถึง 145 กรัม/กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองตามข้อมูลโรงงานทำได้ 16.4 กม./ลิตร รองรับเชื้อเพลิงสูงสุด E85 จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ Activematic ในกรณีที่ต้องการเร่งแซงสามารถเลือกโหมดขับขี่ Sport ได้

Mazda CX-3

ระยะทางการทดสอบรวมขาไปและกลับ ประมาณ 500 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯเข้าถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปสมุทรสาคร กับ สมุทรสงคราม จนถึงหัวหิน เครื่องยนต์เบนซินที่มีกำลังอัดสูง 14.0:1 ตอบสนองได้ฉับไว ทั้งช่วงความเร็วกลางๆตั้งแต่ 60 กม./ชม. แม้ช่วงกดคันเร่งคิกดาวน์เร่งแซงอาจออกอาการหน่วงๆบ้างในช่วงต้น (ไม่ได้ใช้ปุ่ม Sport) แต่พอเข้าช่วงความเร็วสูงๆ 100 กม./ชม. เป็นต้นไป กระฉับกระเฉงกันเลยทีเดียว ส่วนความประหยัดนอกเมืองที่วัดได้จากหน้าจอทำได้ 13.8 กม./ลิตร ในความเร็ว 100 กม./ชม. (ส่วนความประหยัดในเมือง และสูตร Save Mode ไว้มีโอกาสจะยืมมาขับอีกครั้ง)

การเก็บเสียง มาสด้า พัฒนาวัสดุดูดซับเสียงให้หนาขึ้นเงียบขึ้นกว่ารุ่นเดิม 4 จุด ทั้งแผงประตูหน้า-หลัง กระจกประตูหลัง ยางขอบประตู และที่หุ้มหลังคาภายในรถ ส่วนการเก็บเสียงทำงานผลงานระดับดีเยี่ยมแต่ช่วงความเร็วสูงอาจได้ยินเสียงเล็ดลอดบ้างก็ตามแต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟังเพลงและพูดคุยสนทนา

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive แม้จะเป็นแบบ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ แต่การตอบสนองในแต่ละช่วงเกียร์ ตัดต่อกำลังอย่างรวดเร็วไม่ขาดตอน นุ่มนวลไม่กระตุก พร้อม Manual Mode +/- ไว้ใช้สำหรับขึ้น-ลงทางลาดชัน หรือ เร่งแซงในบางจังหวะก็ยิ่งมีโหมด Sport ในปุ่ม Drive Selection การเร่งแซงคล่องตัวไวกว่าเดิม แถมเอาใจสาวกด้วย paddle Shift หลังพวงมาลัย เพิ่มอรรถรสในการขับขี่อย่างเร้าใจ

Mazda CX-3

Mazda CX-3

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีมสำหรับด้านหลัง แม้ช่วงล่างยังคงเดิม ให้ความนุ่มนวล ไม่แข็งกระด้างเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม แม้บางจังหวะจะมีอาการโยนบ้างๆเมื่อต้องมานั่งเบาะหลัง ระบบพวงมาลัยเป็นแบบพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPAS) ให้น้ำหนักเท่าๆกันไม่แบ่งชั้นวรรณะ ว่าช่วงในเมืองกับทางไกลให้น้ำหนักคนละอย่าง และเป็นรถยนต์ B-Crossover อันดับต้นๆ ที่การทำงานพวงมาลัยให้ความมั่นใจ คมทุกโค้งกันเลยทีเดียว

Mazda CX-3

เจ้าเดียวในตลาดกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control (GVC) ช่วยให้ควบคุมแรงบิดเครื่องยนต์ ช่วงลัดเส้นทางเข้าคลองโคน เพื่อไปถึงที่พักที่หัวหิน ถึงจะเจอทางโค้งหลายจุด แม้จะอยู่ในความเร็วสูง ก็ช่วยให้การควบคุมอยู่ในมือของเราอย่างง่ายดาย ลดอาการหน้าลื่นท้ายปัดได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้การขับขี่ราบรื่น สมอารมณ์หมายอย่างแน่นอน ส่วนระบบห้ามล้อตามสมัยนิยมด้วย ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ด้วยระยะการเหยียบเบรก ที่ 30 % ทันใจหยุดฉับไว

ระบบความปลอดภัย i-Activsense ติดตั้งเป็นออพชั่นมาตรฐาน ยกชุดจากรุ่นเดิมทั้ง

- Advanced Blind Spot Monitoring (ABSM) & Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ตรวจจับรถจากด้านข้างและด้านหลังที่กำลังใกล้เข้ามาบริเวณจุดบอด พร้อมทั้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่จะทำการเปลี่ยนเลน หรือขณะถอยหลัง

- Lane Departure Warning System (LDWS) คาดการณ์การเบี่ยงออกนอกเลน และเตือนผู้ขับขี่ถึงอันตรายผ่านทางเสียง

- Adaptive LED Headlamps (ALH) ปรับการทำงานของไฟหน้าที่ส่องไปยังพื้นถนนเพื่อช่วยในเรื่องการขับขี่ที่ปลอดภัย

- Driver Attention Alert (DAA) ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยการแนะนำให้หยุดพัก เมื่อตรวจพบพฤติกรรมความเหนื่อยล้าและการสูญเสียสมาธิของผู้ขับขี่

- Mazda Radar Cruise Control (MRCC) ช่วยปรับและรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่

- Smart City Brake Support (SCBS) & Smart City Brake Support – Reverse (SCBS-R) ระบบที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนโดยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถ

- Smart Brake Support (SBS) ระบบที่ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากการชนในความเร็วกลางไปจนถึงความเร็วสูง

Mazda CX-3

ใหม่!!! เอาใจหนุ่มสาวที่ซุกซ่ามในการจอดรถเข้าซอง ถอยหลังพลาดโดนรถชาวบ้าน หรือขับรถในซอยแคบๆ ด้วยระบบกล้องรอบคัน 360 องศา 360o View Monitor พร้อมมุมกล้องในแบบ Top View รอบทิศทาง พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด

Mazda CX-3

โดยตลอดการทดสอบทั้งไปและกลับได้ใช้งานแค่บางระบบ เช่น ระบบระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS) ส่งสัญญาณเตือนเมื่อรถอาจเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ

ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) ระบบจะมีสัญลักษณ์บนกระจกมองข้าง เพื่อเตือนว่ามีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน หรือกำลังแซงขึ้นมาจากทางด้านหลังและอยู่ในจุดที่ผู้ขับอาจมองไม่เห็น และจำเป็นมากสำหรับคนขับรถทางไกลที่ขับติดต่อกัน ขับยาวนานจนเกิดอาการง่วง เมื่อยล้า จะมีระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA) มาเป็นของแถม เตือนให้คนขับสามารถพักผ่อนหรือปลี่ยนคนขับได้

Mazda CX-3

ด้วยยอดขายที่พอไปได้ แต่เมื่อมาเจอคู่แข่งร่วมชาติที่ดาหน้ากันเข้ามาโจมตีพ่วงความสดใหม่ เทคโนโลยีสูงส่ง จึงต้องแก้เกมด้วยการปรับหน้าตาให้ทันสมัย สำหรับรถยนต์ใหม่ 2018 Mazda CX-3 การปรับโฉมครั้งนี้สามารถต่อกรได้ด้วยออพชั่นเด่น ทั้งหลังคาซันรูฟ เบรกมือไฟฟ้า กล้องรอบคัน 360องศา และระบบความปลอดภัยที่ให้มาเต็มคัน

รวมถึงการตกแต่งภายในลุคสใหม่เทียบชั้นรถยุโรป ถึงแม้คนโดยสารมาด้วยอาจไม่สบอารมณ์โดยเฉพาะเบาะหลังที่แคบก็ตาม ตอบโจทย์การใช้งานกับกำลังเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร SKYACTIV-G ให้พละกำลังทันใจ ช่วงล่างที่ปรับให้นุ่มขึ้นกว่าเดิม พวงมาลัยน้ำหนักเสมอต้นเสมอปลาย  ในราคาเดิม 1,083,000 บาท  น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับ Mazda CX-3 2.0 SP คันนี้

Mazda CX-3

Mazda CX-3

Mazda CX-3

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญทีมงาน Autodeft.com เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์ New Mazda CX-3 2.0 SP

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com