New Suzuki Ciaz เหนือกว่า ในตัวตนอีโคคาร์

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 20 ก.ค. 58
  • 10,250 อ่าน

สัมผัส Suzuki Ciaz กับทริปการทดสอบที่ทาง Suzuki Motor Thailand จัดขึ้น บนเส้นทาง ตราด – กรุงเทพมหานคร

เรื่องและขับทดสอบโดย รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ (Top)

อีโคคาร์ คำนี้เป็นที่คุ้นหูกันดีในวงการถยนต์บ้านเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นชื่อเรียกกลุ่มรถยนต์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การทำอัตราการประหยัดเฉลี่ยที่ดีเยี่ยม ด้วยการกำหนดมาตรฐานต่างๆ และตัวเลขอัตราประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่ 20 กม./ลิตร โดยรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มนี้มียี่ห้ออะไรบ้างนั้นค่ายรถยนต์หลายๆ ค่ายก็ได้ส่งรถเข้ามาทำตลาดกันอย่างคึกคัก หนึ่งในนั้นคือค่ายรถญี่ปุ่นแบรนด์ Suzuki ที่ได้เข้ามาทำตลาดในกลุ่มอีโคคาร์ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ผู้บริโภคให้ความสนใจกันอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ สมรรถนะในการขับขี่ที่โดนใจใครหลายๆ คน

ล่าสุด Suzuki ได้เปิดตัวอีโคคาร์น้องใหม่ New Suzuki Ciaz ในรูปแบบรถยนต์ซีดาน ชูจุดเด่นเรื่องความสะดวกสบาย หรูหรา สมรรถนะการขับขี่ ดีไซน์ที่ทันสมัยลงตัวในทุกมิติมุมมองไม่ดูล้าสมัยหรือล้ำสมัยเกินไป ขนาดตัวถังที่ใหญ่เทียบเท่ารถยนต์นั่งขนาดกลาง ห้องโดยสารอันกว้างขวาง และอัตราการประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร ซึ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้เอง ก่อนหน้านี้ไม่นานหลังจากมีการเปิดตัว พี่บอล AutoDeft ของเรา ก็ได้ปล่อยบททดสอบ Full Review : Suzuki Ciaz GLX ให้ได้อ่านกันไป

แต่วันนี้จะขอมาเล่าความรู้สึกในมุมมองของผมเองหลังจากที่ได้สัมผัส Suzuki Ciaz กับทริปการทดสอบที่ทาง Suzuki Motor Thailand จัดขึ้น และให้ทางทีมงาน AutoDeft.com ได้เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ บนเส้นทาง ตราด – กรุงเทพมหานคร ระยะทางโดยประมาณ 350 กม.

เริ่มต้นทริปการทดสอบกันที่ โชว์รูมซูซูกิ จ.ตราด พบกับ New Suzuki Ciaz รูปลักษณ์หน้าตาภายนอกเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว เพราะทาง Suzuki ได้นำ New Suzuki Ciaz มาเผยโฉมกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ในงาน Motor Show 2015 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รูปลักษณ์ เส้นสายตลอดตัวรถถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว สมส่วนในทุกมุมมอง มองได้นานไม่มีเบื่อ มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์คุณภาพสูงพร้อมไฟตัดหมอกทรงกลม ตกแต่งเพิ่มความหรูหราด้วยชุดโครเมี่ยม ทั้งแผงกระจังหน้าแบบแนวนอน มือจับประตู คิ้วขอบประตู รวมถึงคิ้วขอบฝากระโปรงท้าย และล้ออัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/65 R15 โดยรุ่นที่เราได้ใช้ในการเดินทางครั้งนี้ คือ Suzuki Ciaz  GLX (รุ่นท็อป) สีใหม่ล่าสุด สี Dignity Brown Pearl Metallic

ฟังสรุปเส้นทางกันเรียบร้อย ก็หยิบสัมภาระเตรียมไปเก็บไว้ด้านท้ายรถพร้อมที่จะออกเดินทาง สะดวกยิ่งขึ้นกับการกดเปิดฝากระโปรงท้ายด้วยรีโมท ซึ่งกระโปรงท้ายของ New Suzuki Ciaz นั้น เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า สามารถที่จะกดปุ่มบริเวณไฟส่องป้ายทะเบียนด้านหลัง กดปุ่มเปิดจากปุ่มด้านในรถฝั่งคนขับ หรือเปิดด้วยรีโมทคอนโทรลก็ได้ตามแต่จะสะดวก และในกรณีที่ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ก็จะมีจุดเปิดกระโปรงท้ายแบบฉุกเฉินที่ไม่ต้องพึ่งระบบไฟฟ้าอยู่บริเวณเบาะหลังมาให้อีกด้วย

และใครที่อาจจะเป็นคนขี้ลืมไปบ้าง หากเราลืมกุญแจรีโมทไว้ด้านในกระโปรงท้ายแล้ว เผลอปิดฝากระโปรงแล้วละก็ ระบบก็จะเปิดฝากระโปรงท้ายให้อัตโนมัติทันที เมื่อเปิดฝากระโปรงท้ายขึ้นมาแล้วก็จะพบกับพื้นที่บรรจุสัมภาระขนาดใหญ่โต ที่มีความจุถึง 565 ลิตร บรรทุกสัมภาระกันได้แบบสบายๆ กันเลย โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่เป็นคนรักกิจกรรม หรือคุณผู้หญิงที่ชอบเก็บของไว้ในรถไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าต่างๆ เป็นต้น รับรองได้ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เก็บของกันจุใจเลยทีเดียว

เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็พร้อมออกเดินทาง โดยจุดนัดพบแรกเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี ระยะทางโดยประมาณ 90 กม. ทาง Suzuki ได้จัดให้ผู้ร่วมทดสอบ 3 ท่าน ต่อ รถ 1 คัน เพื่อที่จะให้ผู้ทดสอบในครั้งนี้ได้มีโอกาสสัมผัสกับที่นั่งด้านหลังที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ New Suzuki Ciaz ซึ่งผมเองได้ลองสัมผัสกับที่นั่งด้านหลังกันก่อน ตั้งแต่เปิดประตูด้านหลังเข้าไปนั่ง ก็รู้สึกได้ถึงความกว้างขวางภายในของพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลัง พื้นที่วางขาที่มีอย่างเหลือเฟือ สำหรับผมสูง 178 ซม. สามารถนั่งได้แบบสบายๆ แต่พื้นที่เหนือศีรษะอาจจะเหลือไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อนั่งในท่าหลังพิงพนักแบบเต็มๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอึดอัดแต่อย่างใด

Suzuki ยังได้ให้ที่พักแขนตรงกลางพร้อมที่วางขวดน้ำ ที่สามารถพับเก็บได้มาให้ หลังจากที่ได้ลองใช้งานแล้ว ระดับของที่พักแขนตรงกลาง และที่พักแขนด้านข้างประตูก็อยู่ในระดับที่วางแขนแล้วพอดีกันมากๆ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้รู้สึกสบายมากยิ่งขึ้นจนแอบเผลอหลับไปหลายครั้งกันเลย ในส่วนของพนักพิงศีรษะด้านหลังที่เป็นชิ้นเดียวกับตัวเบาะส่วนตัวรู้สึกว่าดันหัวมากไปหน่อย ในกรณีที่ผู้โดยสารต้องการพิงศีรษะเพื่อนอนหลับ แต่หากเพียงต้องการพิงศีรษะเฉยๆ พร้อมกับมองทางข้างหน้าแล้วถือว่าพอดีเลย

เมื่อมาถึงจุดนัดพบแรกที่ร้านอาหาร ก็แวะเติมพลังกันสักหน่อยก่อน เรียบร้อยแล้วก็สลับพลขับกันเป็นผมเอง พร้อมแล้วออกเดินทางกันต่อ จากร้านอาหารใน จ.จันทบุรี มุ่งหน้าสู่ บ้านบึง ระยะทางโดยประมาณ 90 กม. โดยเส้นทางในช่วงนี้เริ่มตนอยู่ในตัวเมือง ผมสามารถพา Suzuki Ciaz ซอกแซก ไปตามถนนเล็กๆ ในเมือง ที่มีทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ คนเดินถนน ไปได้อย่างคล่องแคล่ว ผ่านช่วงถนนในหมู่บ้านสายใน เป็นถนนเลนสวนสองข้างทางเป็นป่าสลับกับบ้านคน มีโค้งซ้ายขวาไปมาหลายโค้ง บางช่วงเป็นเนินสลับขึ้นลงพร้อมโค้ง การควบคุม Suzuki Ciaz ผ่านเส้นทางนี้คล่องตัวทีเดียว ทัศนวิสัยต่างๆ จากภายในรถมองเห็นได้อย่างชัดเจน พวงมาลัยถูกเซ็ทมาให้ใช้ในเมืองได้ดี น้ำหนักเบา ช่วงล่างนุ่มกำลังดี ไม่มีอาการยวบยาบ ทำให้การเข้าโค้งในมุมแคบๆ ถนนเล็กๆ ทำได้อย่างมั่นใจ น้ำหนักของแป้นเบรกถือว่ากำลังดี ไม่เบาหรือรู้สึกแข็งจนเกินไป ทำให้กะระยะการหยุดรถได้อย่างแม่นยำและมั่นใจ

หลังจากผ่านเส้นทางในเมืองก็มุ่งหน้าสู่ถนนหลักเลี้ยวซ้ายวิ่งบนถนนสายสุขุมวิท เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ 2 เส้นทางตรงยาว เป็นช่วงที่ถนนไม่ค่อยดีนัก แต่สามารถทำความเร็วได้บ้าง สลับกับปริมาณรถที่ค่อนข้างมากในบางช่วง ทำให้มีโอกาสได้ทดสอบการเปลี่ยนเลนในแต่ละช่วงความเร็วในการขับขี่ ซึ่งผลที่ได้ก็เป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง สำหรับความเร็วในการเดินทางโดยปกติที่ 110-120 กม./ชม. Suzuki Ciaz สามารถทำได้แบบสบายๆ การไต่ความเร็วขึ้นไป หรือแม้กระทั่งจังหวะที่เราต้องการเร่งแซงก็สามารถทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ Suzuki Ciaz  นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาว์ลแปรผัน VVT ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับระบบเกียร์ ที่มีให้เลือกทั้งเกียร์ออโต้ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ใครหลายคนอาจจะคิดว่าเครื่องแค่นี้ รถคันใหญ่ขนาดนี้ จะอืดไหม รับรองว่าไม่อืดอย่างที่คิดๆ กันแน่นอน กลับกัน Suzuki Ciaz นั้นสามารถทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการขับขี่ได้ไม่น้อยเลย

การควบคุมพวงมาลัยในช่วงของความเร็วในการเดินทาง น้ำหนักพวงมาลัยดีแต่ส่วนตัวรู้สึกว่าเบาไปนิด หากแต่เคยชินแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ช่วงล่างเมื่อใช้ความเร็วและต้องขับผ่านถนนที่มีหลุม และรอยปะบนถนน การซับแรงกระแทกทำได้ดี ไม่มีอาการเด้งซ้อนมาให้รู้สึก ส่งผลให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ และอีกหนึ่งความประทับใจคือการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร กับความเร็วเดินทางช่วง 120 กม./ชม. ทำได้ดีมากๆ

มาถึงจุดนัดพบที่ 2 ก่อนจะสลับตำแหน่งที่นั่งกันอีกครั้ง คราวนี้ก็ได้เวลาสำรวจอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถกันบ้าง เริ่มจากบริเวณพวงมาลัย ในรุ่น GLX นี้ จะมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยมาให้ เป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ควบคุมทั้งสวิตช์เครื่องเสียงและปุ่มควบคุมรับ-วางสายโทรศัพท์ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เครื่องเสียงวิทยุ CD MP3 พร้อมช่องต่อ USB และ AUX สะดวกกับการเชื่อมต่อทั้งระบบ iOS และ Android เย็นสบายด้วยระบบแอร์อัตโนมัติใช้งานง่าย การตกแต่งภายในเน้นสีดำ ตัดกับสีเงินเมทัลลิกที่ดูหรูหราลงตัว เรียบๆ แต่สวยนาน ทั้งยังไม่รบกวนสายตาในขณะขับขี่อีกด้วย

ถึงที่หมายเป็นอันจบทริปการทดสอบในครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาไม่นานที่ได้อยู่กับเจ้า Suzuki Ciaz แต่มันก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความใส่ใจในหลายๆ อย่างที่ได้ถูกใส่เข้ามา การคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกท่าน และผู้ขับขี่เอง การออกแบบเบาะนั่ง พื้นที่วางขา ความกว้างขวางของห้องโดยสารที่น่าประทับใจอย่างมาก การตกแต่งในส่วนต่างๆ วัสดุที่เลือกใช้ในแต่ละจุด มีความลงตัวในแบบที่มันเป็น

สุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด ถึงแม้ว่าการทดสอบในครั้งนี้อาจจะไม่ได้มีการจับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยกันอย่างจริงจัง (สามารถดูได้ใน Full Review : Suzuki Ciaz GLX) แต่ตัวเลขเฉลี่ยบนจอ MID ก็บอกค่าเฉลี่ยไว้อยู่ที่ประมาณ 15 กม./ลิตร กับการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงในหลายๆ ช่วง บางช่วงผ่านการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดในเมือง โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่น่าพอใจมากทีเดียว

สำหรับใครที่ยังสงสัย คาใจกับ ซีดานคันนี้แล้วละก็ ขอแนะนำให้ไปทดลองขับ แล้วทุกคำถามที่คุณสงสัยเกี่ยวกับรถคันนี้ ตัวคุณเองจะเป็นผู้ให้คำตอบของคำถามที่ว่า สุดท้ายแล้ว New Suzuki Ciaz ใช่หรือไม่ใช่สำหรับคุณ


ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

 

[GALLERY1523]

5 เรื่องน่าสนใจ