Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition ตี๋หล่อตัวขาว อัพเกรดเพิ่มความหรู

ถ้าพิมพ์ถามวุ้นแปลภาษาของ Google เราก็จะพบได้ว่า คำว่า Elite นั้นแปลว่า “ผู้ลากมากดี” ซึ่งถ้าเราเอาคำนี้ไปพูดกับใคร มันก็จะออกแนวถากถางกันเล็กน้อย แต่เราเชื่อกันได้เต็มที่เลยว่า คำว่า Elite ที่พ่วงท้ายจากรถอเนกประสงค์ค่าตราเพชรอย่าง Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition นั้น มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นแน่นอน

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ผมเป็นคนที่ชอบการดีไซน์ของรถในเครือของมิตซูบิชิมาแต่ไหนแต่ไร รถคันแรกที่ได้ขับ ก็เป็น Mitsubishi Lancer โฉม E-Car เพราะอยากเอามาแต่งเป็น Evolution เอาไว้ขับอวดสาวเล่น ๆ (แต่ตังไม่มี สรุปได้เปลี่ยนท่อเสียงดังอย่างเดียว ที่เหลือเดิมหมดยันขาย) และคันต่อมาก็ยังถอยรถกระบะรุ่นแปลกกว่าชาวบ้านอย่าง Mitsubishi Triton มาอีก โดยจัดเป็นตัวท็อป 3.2 มาเลย อาจจะมีคนค่อนขอดว่าหน้าตาเหมือนปลาดุก แต่อย่างไรผมก็มองว่ามันสวยถูกใจผมอยู่ดี

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

แต่เมื่อทางมิตซูบิชิ ได้ทำการเปิดตัวรถอเนกประสงค์ตัวล่าสุดอย่าง Mitsubishi Pajero Sport ที่เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ออกมาเมื่อช่วงปี 2016 ผมเห็นแล้วร้อง “ว้าว” เลย เพราะมันถูกปรับหน้าตาใหม่ให้ดูก้้าวไกลไปในอนาคตยุคบุกดาวพลูโตกันเลยทีเดียว ทั้งไฟหน้าที่ถูกทำให้เรียวลง ตัวรถที่จัดองคให้ดูเพรียวลมมากขึ้น ไฟท้ายในรูปแบบที่ออกแบบได้แตกต่างกว่าชาวบ้านลิบลับ (บางคนแซวว่าเป็นรูปไม้เท้าคู่) ทำให้แพลนในใจตัวเองไว้ว่า ถ้าถูกหวยรวยเบอร์เมื่อไหร่ ได้เจอกันที่ลานจอดรถในบ้านแน่ ๆ

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ถัดมาอีก 2 ปี มิตซูบิชิมองว่า “เฮ้ย แค่นี้ยังหล่อไม่พอว่ะ เรามาออกรุ่นใหม่ที่มันดูผู้ลากมากดีกว่านี้ดีมั้ย?” (อันนี้เหตุการณ์สมมุติฮะ) ในที่สุดก็ได้ทำการปล่อย Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition ลงสู่ตลาด เพิ่มตัณหาให้กับผมมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพราะด้วยภาพแรกที่เห็นคือหลังคาดำแสนสะดุดตา ตัดกับสีขาวมุกของตัวรถ ทำให้ยิ่งเกิดความอยากได้ขึ้นมาอีกมาก

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

เพื่อลดกิเลส เอ้ย ความอยากรู้ว่า เจ้ารถอเนกประสงค์สุดหล่อคันนี้มีชันมีดีอย่างไรบ้าง ในนามของทีมงาน AUTODEFT ก็เลยได้ทำเรื่องเพื่อขอยืมรถมาทดสอบ โดยรอบนี้ได้มาเป็น Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition รถอเนกประสงค์ SUV (หรือจะเรียกเป็น PPV ก็ได้ ไม่ขัดใจกัน) รุ่นตัวท็อปของค่ายตราเพชร ที่ถูกนำมาแต่งองค์ทรงเครื่องกันใหม่ให้กลายเป็นรุ่นพิเศษ เครื่องยนต์ยังคงเป็น MIVEC ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร พละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport mode และระบบ INC (Idle Neutral Control) G-Sensor ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทรงประสิทธิภาพด้วยระบบ Super Select 4WD-II นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) ที่ทำงานร่วมกับระบบล็อกเฟืองท้ายกลาง (Center Differential Lock) ซึ่งเป็นระบบที่ติดตั้งในรถอเนกประสงค์ไม่กี่รุ่น

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

สิ่งพิเศษที่เพิ่มเข้ามาใน Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition นั้น ที่โดดเด่นที่สุด น่าจะเป็นเบาะหนังสีน้ำตาลแบบ Horizontal Stripe ที่ทางมิตซูบิชิบอกว่า เป็นวัสดุสะท้อนความร้อน ไม่เก็บความร้อนเอาไว้ที่ตัวเบาะเมื่อจอดในกลางแดด ใครที่เคยทำแบบนี้คงรู้ดี เพราะเมื่อเข้าไปในรถแล้วนั่งลงไปบนเบาะ ก็ประดุจดั่งนั่งอยู่บนเตาเผาไฟ ร้อนบั้นท้ายจนสะดุ้งทันที แต่เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรถอเนกประสงค์คันนี้นั่นเอง เบาะคู่หน้าปรับระดับได้ 8 ทิศทาง ด้วยระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังถูกเสริมความเข้มดุดันด้วยสีดำตลอดรอบคัน ที่เด่นสุดก็คือหลังคาสีดำ ที่ คหสต. คิดว่ามันหล่อมาก กระจังหน้า, ชุดแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง, ล้อแม็กซ์ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60R18 ก็เป็นสีดำทั้งนั้น แถมยังเพิ่มชื่อรุ่น “Pajero Sport” ปะเอาไว้ที่ขอบกระโปรงหน้าอีกด้วย (ประดุจเป็นพื้นที่โฆษณา) ทำให้รุ่นพิเศษนี้ เข้มดุดันเอาเป็นอย่างมาก ดีว่าปลายท่อไอเสียยังเป็นสแตนเลสสีเงินอยู่ ถ้าเป็นสีดำด้วยล่ะก็… (ถ้าซื้อ จะเอาไปชุบดำ)

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

มิติของตัวรถนั้น ขนาด 4,785 x 1,815 x 1,805 (ยาว x กว้าง x สูง) ฐานล้อกว้าง 2,800 มม. ระยะสูงของใต้ท้อง 218 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,520 มม. ล้อหลัง 1,515 มม. น้ำหนักรถโดยประมาณ 2,095 กิโลกรัม

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

การออกแบบของ Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition นั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นเหมือนกับรุ่นปกติแหล่ะครับ อาจจะมีเพิ่มเติมเล็กน้อย พวกสัญลักษณ์ Pajero Sport     ในจุดต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้มีผลกับการใช้งานหรือเพิ่มความโดดเด่นได้แบบเตะตาเท่าไหร่หรอก ไฟหน้าเป็นแบบ Projector Bi-LED พร้อมระบบปรับลำแสงอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ Spectrum LED พร้อมระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้า ไฟท้ายแบบ Spectrum LED เส้นสายสวยงาม พร้อมไฟเบรกแบบ LED มีเสาอากาศแบบฝังบนกระจกหลัง

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

เบาะนั่งภายในเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะแถว 2 พับได้แบบ 60:40 ส่วนแถวที่ 3 พับได้แบบ 50:50 แผงคอนโซลหน้าเน้นการใช้สีดำเป็นหลัก แล้วตัดขอต่าง ๆ ด้วยสีเงินโครเมียมเพื่อเพิ่มความหรูหรา ระบบปรับอากาศ แบบปรับอุณภูมิอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวาได้ มีปุ่มเปิด-ปิดแอร์ที่ด้านหลัง แต่ในที่นั่งแถว 2 ก็สามารถเพิ่ม-ลด หรือปิดพัดลมเองได้ตามความต้องการ แถมยังเพิ่มความไฮโซด้วยการที่มีระบบกรองอากาศ Nanoe (นาโนอิ) หายห่วงเรื่องใช้งานช่วงที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไปเลย (ลงรถไปก็ตัวใครตัวมัน) พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ส่วนทรงของพวงมาลัยเป็นแบบกลมปกติ หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ ให้สัมผัสที่ดีในระดับหนึ่ง มีแผงปุ่ม Multi-Function ใช้ควบคุมหน้าจอทั้งตัว Infotainment และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ มีปุ่มที่ใช้ควบคุมการทำงานของ Adaptive Cruise Control ที่คอพวงมาลัยมี Paddle Shift ที่ทำจากแม็กนีเซียมอัลลอย แต่จะแปลกกว่าชาวบ้านหน่อย ที่มันไม่ได้หมุนตามพวงมาลัย จะติดเป็นตำแหน่งตายตัวอยู่ข้างพวงมาลัยเลย โดยวิศวกรผู้ออกแบบของมิตซูบิชิได้ให้เหตุผลว่า เวลาเราหมุนพวงมาลัยป เราจะได้ไม่สับสนว่า ที่เราจะกดไปนั้น เป็น + หรือ - กันแน่ การติดตตั้งแบบตายตัวไว้ จะทำให้เราไม่สับสนแน่นอน (อ่ะ ก็แล้วแต่)

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition ใช้เทคโนโลยีกุญแจแบบ KOS แต่ไม่สามารถแตะที่จับประตูแล้วปลดล็อคเองได้ ต้องกดปุ่มเพื่อเปิดหรือสั่งล็อกเท่านั้น เครื่องเสียง 2DIN - วิทยุ, ดีวีดี, ซีดี, เอ็มพี 3, จอภาพระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อได้ทั้งผ่านช่อง USB, สาย HDMI และ Bluetooth, มีระบบนำทาง (ไม่มี Apple CarPlay) พร้อมลำโพง 6 ตัว จอภาพแบบ Wide Screen พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และรีโมท สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ติดอยู่บนเพดานช่างหลังเบาะคนขับ โดยในรถจะมีแถมหูฟังอินฟราเรด 2 ชุด เพื่อให้การรับชมหน้าจอที่ตอนหลังไปรบกวนคนขับขี่ได้ (อุปกรณ์ชุดนี้ไม่ได้ลอง หาแผ่น DVD ไม่ได้ 555)

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ระบบความปลอดภัยใน Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition นั้นเพียบ ทั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ระบบเบรกแบบ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล Active Stability and Traction Control (ASTC) , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC), ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว Forward Collision Mitigation (FCM) , ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว Ultrasonic misacceleration Mitigation (UMS), ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW), สัญญาณกะระยะจอด, กล้องมองภาพรอบคัน Multi Around Monitor พร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ, เบรกมือไฟฟ้า

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ส่วนโหมดการขับเคลื่อนบน Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition นั้น อาจจะดูซับซ้อนกว่าของทั่วไปเล็กน้อย ที่ทางมิตซูบิชิเรียกว่า Super Select 4 WD II  โดยตัวแรกนั้นถูกเรียกว่า

  • 2H-2WD HIGH-RANGE ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อที่เหมาะกับการใช้งานถนนปกติทั่วไป ใช้การขับเคลื่อนเฉพาะ 2 ล้อหลังเท่านั้น ให้อัตราเร่งที่ดี และประหยัดน้ำมัน เพราะกำลังของเครื่องยนต์ทั้งหมด 100% จะถูกส่งไปเฉพาะที่ล้อคู่หลัง
  • 4H-4WD HIGH-RANGE เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เหมาะกับสภาพถนนเปียกลื่นที่ใช้ความเร็ว โดยระบบจะส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปทั้งล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60% บนถนนแห้ง และล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เมื่อถนนเปียกลื่น  โดยระบบ Torsen (Torque-Sensitive Type) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนให้มากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ในตำแหน่งนี้ระบบจะทำงานแบบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time All Wheel Control
  • 4HLc-4WD HIGH-RANGE WITH LOCKED TRANSFER จะเป็นระบบที่มีการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วนล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลาสำหรับใช้ในเส้นทางทุรกันดาร แต่ยังสามารถใช้ความเร็วได้บนเส้นทางที่มีพื้นผิวแบบลื่นไถล
  • 4LLc-4WD LOW-RANGE WITH LOCKED TRANSFER ตัวระบบส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วน ล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลา และเกียร์ส่งกำลัง (Transfer Gear Ratio) จะเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ช่วยทำให้กำลังการขับเคลื่อนมีมากขึ้น เหมาะสำหรับสภาพเส้นทางที่ทุรกันดารมาก ๆ และมีโคลน หรือเส้นทางแบบมีเนินสลับ และมีความลาดชันมากๆ ใช้ความเร็วต่ำ เน้นส่งแรงบิดไปที่ล้อให้ได้มากที่สุด
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition
Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ช่วงล่างด้านหน้าของ Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition ใช้เป็นแบบอิสระ แบบดับเบิ้ลวิชโบน คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทรีลิงค์ ทอล์คอาร์ม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกใช้เป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

จบการให้ข้อมูลตัวรถที่สำคัญไปจนครบแล้ว เรามาเดินทางทดสอบกันบน Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition เลยดีกว่า หลังจากขึ้นไปนั่งแล้ว สัมผัสของตัวเบาะนั้น ดูจะต่างจากหนังทั่วไปเล็กน้อย มันออกจะฝืดหน่อย แต่มันไม่ร้อนตามที่เขาคุยจริง ๆ (ตอนไปรับยรถ จอดอยู่ท่ามกลางแดดจ้า) วิสัยทัศน์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย รถมันสูง มองอะไรก็สะดวกอยู่แล้ว ตัวเบาะนั้น โอบกระชับกับตัวผมได้พอดิบพอดี ไม่นิ่ม ไม่แข็งจนเกินไป ที่้ทาวแขนอยู่ในตำแหน่งที่วางพักเพื่อแก้เมื่อยได้ดี แผงควบคุมแอร์ ถึงแม้จะเป็นระบบอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาได้ แต่หน้าตามันดูโบราณไปหน่อยนะ แทบจะยกมาจาก Mitsubishi Mirage ทั้งดุ้น ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ส่วนหัวเกียร์เป็นแบบเหลี่ยม จับได้กระชับมือดี ท่านั่งขับเป็นแบบนั่งจริง ๆ ตัวปุ่มควบคุมแต่ละส่วนก็สามารถเอื้อมไปกดได้ง่าย และอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจน ไม่มีจุดไหนที่จะพลาดไปกดปุ่มอื่นได้

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

เมื่อออกตัวมา สัมผัสแรกที่ชอบมากก็คือความนุ่มนวลของช่วงล่าง เอาล่ะ เราต้องยอมรับอยู่อย่างว่า ถึงแม้ว่าตัวรถจะถูกออกแบบให้มาเป็นรถครอบครัว แต่ในพื้นฐานการผลิต มันก็คือรถที่ผลิตโดยใช้พื้นฐานมาจากรถกระบะ จะบอกว่าความนุ่มนวลเทียบเท่ารถเก๋ง มันก็คงเป็นไปได้ยาก แต่บอกได้ว่าถ้าเทียบกับบรรดาคู่แข่งด้วยกัน Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition ก็เป็นรถที่มีความนุ่มนวลในลำดับต้น ๆ แน่นอน

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

กำลังเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้านั้น เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปแบบเหลือเฟือ แต่การเซ็ตกำลังของเครื่องยนต์นั้น ไม่ได้ทำมาให้ออกตัวได้ปรู๊ดปร๊าด แต่ออกตัวด้วยความสุภาพ แล้วค่อยปล่อยกำลังเครื่องออกมาเพื่อฉุดรถให้พุ่งเพิ่มความเร็วขึ้นไป แบบไม่ให้หน้าหงาย วิ่งทำความเร็วไปได้ต่อเนื่อง แล้วค่อยไปเหี่ยวแถวช่วงประมาณ 140 กม./ชม. ขึ้นไป แต่ถ้าคุณจะใช้รถสไตล์นี้ คุณจะเอาเร็วแบบมาก ๆ ไปเพื่ออะไรล่ะ ส่วนการทำงานของเกียร์นั้น อาจจะมีบ้างในบางเกียร์ที่มีความรู้สึกถึงรอยต่อ แต่ก็ไม่ได้กระตุกจนหัวทิ่มหน้าหงายอะไรมากมาย

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

แต่สิ่งหนึ่งที่ส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยถูกใจในการขับขี่ Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition ก็คงต้องเป็นเรื่องของน้ำหนักพวงมาลัย ช่วงความเร็วสูงระดับ 80 กม./ชม. ก็โอเคแหล่ะ แต่ช่วงรถติดในเมือง ที่ต้องหมุนพวงมาลัยเปลี่ยนเลนบ่อย หรือขับรถลขึ้น-ลงอาคารจอดรถ รู้สึกว่าพวงมาลัยน้ำหนักมันตึงมือมาก นานเข้ามันก็เกิดอาการล้าแขนเอาเรื่องได้เหมือนกัน

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

รอบนี้ผมเอารถไปทดสอบไกลหน่อยครับ จุดหมายปลายทางจะอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ระยะทางการเดินทางในทริปนี้ก็อยู่ที่ราว 2.000 กิโลเมตร มีผู้โดยสารในรถรวมคนขับก็ 7 คน พร้อมสัมภาระอีกมากมาย สิ่งที่ดีงามมากคือช่องว่างด้านท้ายที่เอาไว้เก็บสัมภาระ มันมีที่ว่างมากพอในการวางกระเป๋าเสื้อผ้าของทุกคนได้พอ (กระเป๋าผ้าแบบนิ่ม เลยสามารถปรับรูปทรงให้ไปตามต้องการได้) ส่วนเครื่องใช้อีกเล็กน้อยก็วางไปบนกระเป๋าจนบังกระจกหลัง ทำให้เหลือที่นั่ง 7 ที่เต็ม ๆ ดังนั้นการเดินทางในรอบนี้ จึงได้รับความสะดวกกันไปถ้วนทั่วทุกคนเลย (ยกเว้นคนขับ ยาวเลยจ้า)

Mitsubishi-Pajero-Sport Elite Edition

การเดินทางในรอบนี้ ผมใช้ความเร็วยืนพื้นที่ช่วง 100-140 กม./ชม.  สลับกันไปตามจังหวะของปริมาณรถ ต้องบอกว่า Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition มีความโคลงเคลงในช่วงเดินทางน้อยมาก โดยเฉพาะในแถวที่ 3 ที่มักจะเป็นจุดอ่อนของรถประเภท PPV ที่มีความสูงโย่ง ชวนให้คนอาเจียนได้เสมอยามเมื่อคุณเธอนั่งอยู่แถวสุดท้าย แต่รอบนี้จากการสอบถามผู้โดยสารที่ประจำการอยู่ในเบาะแถวสุดท้ายตลอดการเดินทางว่า อาการช่วงท้ายเป็นอย่างไรบ้าง ก็ได้คำตอบมาว่า ก็เฉย ๆ นะ ไม่ต่างกับการนั่งในแถวที่ 2 เท่าไหร่ อาจจะรู้สึกบ้างในช่วงที่เข้าโค้งแรง แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สรุปว่า เรื่องการนั่งแถวที่ 3 ผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนสำหรับคนขับอย่างผมที่ได้ลองแล้ว ตัวรถถือว่าโคลงน้อยจริง ๆ อาจจะมีบ้างถ้าเราเข้าโค้งแคบแรงไปหน่อย ท้ายอาจจะดูโยนบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ไหลไปมากอะไรจนทำให้รถเสียอาการ ถือว่านอกจากการเซ็ตช่วงล่างให้นุ่มนวลได้แล้ว ยังทำให้ตัวรถเกาะถนนได้ดีพอตัวเลย

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

อีกเรื่องที่คงต้องชมเชยกัน คงเป็นเรื่องของการเก็บเสียง ถ้าความเร็วระดับไม่เกิน 130 กม./ชม. ล่ะก็ เสียงลมที่เข้าห้องโดยสารนั้นน้อยมาก แต่พอเกินนี้ขึ้นไปก็จะเริ่มมีเสียงลมเล็ดลอดดังเข้ามาเรื่อย ๆ เรียกว่ายิ่งเร็วยิ่งดัง แต่ส่วนตัวก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เพราะปกติรถที่มีความสูงโย่งขนาดนี้ ต้านลมมากกว่ารถเก๋งเตี้ยติดติน ทำได้ขนาดนี้ถือว่าดีแล้วครับ แต่มันก็มีส่วนที่ไม่ชอบอยู่เหมือนกัน กับเรื่อง Paddle Shift ที่อยู่บนคอพวงมาลัยนี่แหล่ะ มันไม่หมุนตามพวงมาลัย (สาเหตุบอกไปแล้ว ย้อนขึ้นไปอ่านดู)  คือมันมีบางจังหวะที่ผมจะใช้ลดเกียร์ลงในช่วงลงเขา แล้วมันเป็นจังหวะที่ต้อหมุนพวงมาลัยพอดี แต่มือเรามันต้องจับแน่นเพื่อประคองรถให้อยู่ตรงเส้นทาง มันเลยทำให้เราไม่สะดวกในการลดเกียร์ด้วยวิธีนี้ ไม่รู้สินะ ยังไงผมว่า ผมก็ยังชอบแบบที่ตัวแป้นหมุนตามพวงมาลัยมากกว่านะ

Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition

รอบนี้ ผมพยายามใช้งานให้เหมือนคนปกติทั่วไป เติมน้ำมันเต็มถังไปทั้งหมด 3 รอบ เป็นดีเซลปกติ ได้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 9.4, 9.8 และ 9.5 กิโลเมตร/ลิตร ตามลำดับ ผมถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ ไม่ได้ประหยัด หรือไม่ได้เปลืองแต่อย่างใด ด้วยความที่บรรทุกคนเยอะด้วย และมีการจอดติดเครื่องบ้างเป็นครั้งคราวตามประสาคนเดินทางออกต่างจังหวัด ลองกดบ้างตามจังหวะรถที่อำนวย ไม่แตกต่างกับคู่แข่งสักเท่าไหร่

Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition

Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD Elite Edition มีค่าตัวอยู่ที่ 1,574,000 บาท ถือเป็นราคาในระดับกลาง ถ้าเปรียบเทียบกันในตลาดนี้ ถ้าใครที่มีครอบครัว ชอบเดินทางต่างจังหวัด มีจังหวะลุยบ้างตามจังหวะของชีวิต ชอบความสะดวกสบาย ชอบสีดำ ไม่ได้ต้องการความปรู๊ดปร๊าดในชีวิต รถคันนี้จะตอบโจทย์ชีวิตคุณได้มาก และตอบโจทย์ได้อย่างดีเลยครับ

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ