Hands On : Nissan Sylphy DIG Turbo อีกหนึ่งความสุนทรีย์ของการใช้ชีวิต..เร่งรีบ

  • โดย : สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม
  • 2 ก.ค. 58
  • 14,055 อ่าน

บททดสอบสมรรถนะรถคอมแพ็คคาร์รุ่นใหม่จากค่าย Nissan ด้วย Nissan Sylphy DIG Turbo ใหม่

 

 

เรื่องและขับทดสอบโดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (นายเต้ย)

 

ทุกวันนี้รถคอมแพ็คคาร์ได้รับความนิยมในตลาดรถเมืองไทยมายาวนาน ด้วยตัวตนที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันทำให้ค่ายรถหลายยี่ห้อแนะนำรถคอมแพ็คคาร์ออกมาเพื่อเป็นตัวเลือก สำหรับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในนั้นมีค่ายรถเพื่อนที่แสนดี อย่าง Nissan รวมอยู่ด้วย

หลังจากหมดยุค Sunny NEO กับ Tiida Latio แล้ว Nissan ประเทศไทย เผยโฉมซีดานคอมแพ็คาร์รุ่นใหม่ออกมาในชื่อ Nissan Sylphy เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพื่อท้าชนกับคู่แข่งระดับเดียวกัน ด้วยภาพลักษณ์ที่หรูพอประมาณ และราคาไม่สูงมากนัก หลังจากนั้นไม่นาน Nissan Sylphy เพิ่มรุ่น SV หรือ Sport Verision กับรุ่นก๊าซธรรมชาติ CNG เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าที่ชอบทั้งความสปอร์ตและชอบความประหยัดกับพลังทางเลือก

แต่ด้วยยอดขายที่ยังเป็นรองคู่แข่ง Nissan ประเทศไทยจึงแก้เกมส์อีกครั้งด้วยการแนะนำ Nissan Sylphy DIG Turbo ใหม่ ภายในงาน Nissan GT Academy Season 2 รอบชิงชนะเลิศ สำหรับ Sylphy DIG Turbo ที่นำมาทดลองขับครั้งนี้เป็นรุ่นส่งออกไปจำหน่ายที่ออสเตรเลีย

เมื่อแรกเห็น Nissan Sylphy DIG Turbo มีส่วนคล้ายกับเวอร์ชั่นออสเตรเลียเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าโครเมี่ยมรับกับกันชนหน้าใหม่ดีไซน์แตกต่างจากรุ่น Sylphy ปกติ พร้อมที่ฉีดล้างไฟหน้ารถ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ โดดเด่นไม่แพ้ใครด้วยล้ออัลลอยด์ 5 ก้านคู่รมดำขนาด 17 นิ้วพร้อมยางแก้มเตี้ย 205/50 R17 จาก Continental สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 มั่นใจขึ้นในเวลาถอยจอดด้วยสัญญาณกะระยะถอยหลัง 3 จุดทำงานคู่กับกล้องมองหลัง แต่สำหรับคันที่ได้ทดลองขับนั้นมีความต่างจากเวอร์ชั่นออสเตรเลียอยู่นิดหน่อยตรงที่ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวตกแต่งด้วยลายคาร์บอนและคิ้วขอบประตูด้านล่างก็ตกแต่งด้วยลายคาร์บอน บ่งบอกความเป็นสปอร์ตซีดาน ได้อย่างชัดเจน

เปิดประตูได้สบายด้วยกุญแจอัจฉริยะเพียงแค่กดปุ่มเล็กๆที่ก้านเปิดประตูก็สามารถสั่งล็อคกับปลดล็อคได้เมื่อก้าวเข้ามานั่งในห้องโดยสาร โทนสีห้องโดยสารจากเดิมเป็นสีเบจที่ดูอบอุ่น สุขุมก็กลายมาเป็นโทนสีดำที่เข้ม ดุดัน ไม่แพ้ภายนอก ทั้งแผงประตูหน้า-หลังสีดำ ตกแต่งขอบด้วยสีเงิน เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำโดยเฉพาะฝั่งคนขับปรับสูงต่ำได้ 6 ทิศทางแต่ปรับแบบอัตโนมือ โนไฟฟ้า เบานั่งหลังพร้อมที่พักแขนและที่วางแก้วในตัวเพิ่มเย็นถึงใจตลอดการเดินทางด้วยช่องแอร์ด้านหลัง

แผงหน้าปัดสีดำสลับกับสีเงินที่ช่องแอร์และแผงคอนโซกลางพร้อมพวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังเพิ่มการใช้งานที่ง่ายขึ้นด้วยสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นควบคุมการทำงานเครื่องเสียง พิเศษติดตั้งระบบล็อความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control  เครื่องเล่นวิทยุ พร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้วเล่นได้ทั้ง CD MP3 USB พร้อมระบบนำทางแต่เสียดายอย่างเดียวไม่สามารถเล่น DVD โดยสันนิษฐานว่าเพื่อความปลอดภัยของคนขับจึงไม่ติดตั้งระบบ DVD เป็นออฟชั่นมาตรฐาน

ด้วยความที่ Nissan เลือกสนามปทุมธานี สปีดเวย์ เป็นสนามพิสูจน์ความจัดจ้านเผ็ดมันจากซีดานคอมแพ็คหนึ่งเดียวอย่าง Nissan Sylphy DIG Turbo แต่เท่าที่ได้ยินมาว่าคู่แข่งจากฟากมะกันกำลังจะมีเครื่องยนต์ใหม่แบบ Downsizing และจะเปิดตัวในไทยเร็วๆนี้ ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่า Nissan อยากสกัดคู่แข่งนิดนึง

เมื่อเปิดฝากระโปรง Nissan Sylphy DIG Turbo ก็จะพบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ด้วยเครื่องเบนซินเทอร์โบชาร์จขนาด 1.6 ลิตร รหัส MR16DDT พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดแบบ Flat Torque สูงสุด 240 นิวตันเมตรที่ 2,400-5,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT พร้อมฟังก์ชั่นเกียร์ Manual Mode 6 สปีด

และครั้งนี้โชคดีมากขึ้นเมื่อทาง Nissan จัดให้ทดลองทั้ง Sylphy DIG Turbo 1 คัน กับ Sylphy 1.8 V 1 คัน เพื่อเปรียบเทียบในเรื่อง อัตราเร่งของเครื่องยนต์การตอบสนอง ระบบช่วงล่าง ประสิทธิภาพของระบบเกียร์ เริ่มแรกขับ Sylphy 1.8 V ก่อน โดยขับแค่ 2 รอบ เท่าที่จับอาการได้ เครื่อง 1.8 ตอบสนองแบบไม่ค่อยจัดจ้านเท่าไหร่ในช่วงขับทางยาวเพื่อลองอัตราเร่ง แต่ ในช่วงเปลี่ยนเลนกลับพบว่า มีอาการท้ายปัดพอสมควร

แต่พอเปลี่ยนมาขับ Nissan Sylphy DIG Turbo เท่านั้นแหละครับ ความสนุกจึงเกิดขึ้น ด้วยเรื่องยนต์ที่มีแรงบิดแบบ Flat Torque ตั้งแต่ 2,400-5,200 รอบ/นาที กลับตอบสนองไวและมาเร็ว ทำให้ดูกระฉับกระเฉงขึ้นออกอาการวัยรุ่นใจร้อนนิดนึง ตอนช่วงขับทางยาวๆ รวมถึงระบบเกียร์ XTRONIC CVT และ Manual Mode 6 สปีด อาจด้วยการเซ็ตระบบเกียร์ให้รับกับพลังใหม่เกือบ 200 แรงม้าทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่น ไม่กระตุก แม้จะลองเข้า Manual Mode เพื่อเปลี่ยนเกียร์เองแล้วก็ตาม

พอมาช่วงเปลี่ยนเลนอาจเติมคันเร่งนิดนึงเพื่อดูอาการท้ายปัด เหมือนตอนที่ลองขับ Nissan Sylphy 1.8 V หรือไม่ ปรากฎว่า อาการท้ายปัดแทบจะไม่มีเพราะ Nissan Sylphy DIG Turbo มีระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติหรือ VDC เข้ามาช่วยไว้ รวมถึงพวงมาลัยพาวเวอร์ที่คาดว่าเป็นพาวเวอร์แบบไฟฟ้าที่นำหนักเบาสามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำ ช่วงล่างของ Sylphy DIG Turbo อาจใช้ร่วมกันรุ่น Sylphy ปกติ คือ ด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบทอชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลงแต่มีการปรับแต่งค่าสปริงและโช็คอัพใหม่ เพื่อรองรับความแรง ผลที่อออกมานั้นกลับให้ความนุ่มนวลและมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะทุกสถานการณ์ทั้งขับยาวๆ รวมถึงเปลี่ยนเลน ก็ตาม

น่าเสียดายที่ได้ลองขับ Nissan Sylphy 1.6 DIG Turbo ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 2 รอบเนื่องจากเวลาจำกัด จึงสรุปมาให้แฟนได้รู้จักตัวตนคร่าวๆ แต่อย่างที่บอกรถที่ทดลองขับนั้นเป็นเวอร์ชั่นออสเตรเลีย ถ้าจำหน่ายในเมืองไทยสเปคออฟชั่นต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ด้านเครื่อง 1.6 ลิตร DIG Turbo สอบผ่านในเรื่องอัตราเร่งที่มาไวและจัดจ้านกว่ารุ่น Sylphy 1.8 V รวมถึงระบบเกียร์กับช่วงล่างที่เซ็ตมาอย่างดี

เพียงแต่รอทาง Nissan ประเทศไทย กล้าตัดสินใจนำ Nissan Sylphy DIG Turbo  เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวที่ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้สบายๆ และด้วยชื่อเสียงของ Nissan ที่สั่งสมมานานในตลาดรถเมืองไทยไม่ทำให้แฟนๆชาวเพื่อนที่แสนดี ผิดหวังอย่างแน่นอน

เรื่องและขับทดสอบโดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (นายเต้ย)

ขอขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญทีมงาน  autodeft.com เข้าร่วมทดสอบ Nissan Sylphy DIG Turbo

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

[GALLERY1488]

                

5 เรื่องน่าสนใจ