Mitsubishi Pajero Sport 2014 ลุยเร้าใจ สไตล์ขับ4

  • โดย : Autodeft
  • 28 พ.ค. 57
  • 12,992 อ่าน

มาพบบทดสอบพิเศษ เมื่อเราได้ไปลุยออฟโรดกับ Mitsubishi Pajero Sport จะเป็นเช่นไร เมื่อรถเดิมๆ อาจจะสามารถลุยได้มากกว่าที่คิด

 

 

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn Autodeft)

 

พูดถึงการซื้อรถยนต์สักคันให้คุ้มค่า เราหลายคนคงมองเรื่องของฟังชั่นการใช้งานเป็นปัจจุบันสำคัญต่อการประกอบการตัดสินใจ แต่จะพูดไปก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีรถที่ฟังชั่นครบครันในมือ หากไม่เคยได้ใช้มันเลยด้วยซ้ำ... ไป

“จะซื้อมาทำไม ในเมื่อไม่ได้ใช้” ประโยคนี้เป็นความจริงใจของเซลล์ท่านหนึ่งที่เคยบอกผมไว้ตอนซื้อรถคันแรกว่า สมัยยังหนุ่มว่า ถ้าไม่ได้ใช้อะไรก็ซื้อเท่าที่ได้ใช้...จะได้ไม่รู้สึกเสียเงินฟรี แต่เมื่อวันนี้ถ้ารถที่มองมีราคาคุ้มค่าน่าจับจอง เพิ่มเงินอีกนิดได้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะ  Mitsubishi Pajero Sport 2014  .....คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนก็คงอยากที่จะเป็นเจ้าของ แต่เคยสงสัยไหมว่าสมรรถนะมันจะมากมายแค่ไหน กัน

ทดสอบออฟโรก  Mitsubishi Pajero Sport

ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ Mitsubishi Pajero Sport 2014  เรียกว่าเป็นไฮไลท์ที่สำคัญอีกอย่างของรถรุ่นนี้ นอกจากตัวตนภายนอกที่ปรับจากรุ่นเดิมที่จำหน่ายมาหลายปีดีดัก ให้มีความกลมกลืนความสปอร์ตทันสมัยมากขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้าที่มีความลงตัวในความทันสมัยมากขึ้น ล้ออัลลอยลายใหม่ ไปจนถึงไฟท้ายที่เปลี่ยนเป็นโทนขาวแดงมีความลงตัวมากขึ้น

ส่วนภายในห้องโดยสารที่ยังแนะนำความสามารถในการโดยสารแบบ 7  ที่นั่งผ่านเบาะ 3  แถว พร้อมความอเนกประสงค์ด้วยการพับเบาะหลังเรียบติดพื้น ช่วยให้ฟังชั่นการใช้งานมีความลงตัวมากขึ้นในแบบโทนสปอร์ต ด้วยห้องโดยสารสีดำทำให้ดูดีมากขึ้นพอสมควร

ฟังชั่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หลายคนอาจจะไม่เคยใช้ หรือ อาจจะได้ใช้แต่ก็ไม่เคยเต็มสมรรถนะ แต่หากมีคิดว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำกับรถเดิมที่มาจากโรงงานถ้าจะต้องมาลองลุยจริงขับจริงนั้น วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้ใน Mitsubishi Pajero sport 2014

ทดสอบออฟโรด  Mitsubishi Pajero Sport

การแหกขี้ตาตื่นแต่เช้ามืดนั้นไม่ใช่เรื่องปกติที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่การเดินทางแบบสลืมสลือช่วงเช้าออกสู่จังหวัดกาญจนบุรี ปลายทางการทดสอบรถครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่นำมาซึ่งความตื่นในแบบฉบับที่แตกต่างใน Mitsubishi Pajero Sport 2014

ความจริงแล้วเมื่อไม่นานมานี้ เราเคยได้มีโอกาส สัมผัส  Mitsubishi Pajero Sport  ใหม่ ไปบ้างในเรื่องของฟังชั่นการใช้งานที่มีความลงตัวมากกว่าที่คิด ไปจนถึง ความงามสง่างามในแบบสปอร์ตของมันเอง แต่ครั้งนี้ท่ามกลางอากาศที่ระอุกว่า 37 องศาเซลเซียส เรายืนอยู่ตรงหน้ารถอีกครั้ง เพื่อขับมันในแบบที่เรียกว่าลุยโหดของจริง

สิ่งที่วิเศษมากขึ้นใน  Mitsubishi Pajero Sport  ใหม่นั้น ก็คงไม่พ้นระบบขับเคลื่อน  4 ล้อ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวป่าเข้าดงลุยกันสุดๆ ครั้งนี้ค่ายมิตซูบิชิท่านจัดหนักด้วยระบบ Super Select 4 WD  ที่สามารถขับเคลื่อนรถให้ไปในทางที่มากกว่า แถมครั้งนี้ยังมีระบบใหม่สุดอัจฉริยะมาช่วยในการขับขี่ อย่าง All Wheel Control ซึ่งมิตซูบิชิการันตีเลยว่า แม้คนไม่มีทักษะการขับออฟโรด มาก่อนก็สามารถขับได้

การขับในเส้นทางออฟโรด ครั้งนี้ เป็นรูปแบบการจำลองสถานการณ์ขับขี่  ผ่าน 14  สถานี ขับขี่ ซึ่งเป็นอุปสรรคทั่วไปที่คุณสามารถเผชิญได้ในเส้นทางบุกป่าฝ่าดง

ทดสอบออฟโรด  Mitsubishi Pajero Sport

ขึ้นรถเรียบร้อยคาดเข็มขัดเตรียมพร้อมในรถ ซึ่งผ่านการทดสอบมาด้วยนักทดสอบหลายชีวิตที่มาขลุกอยู่เมืองกาญจนบุรีในวันนี้ ถูกปรับโหมดไว้ที่ 4 LLC  หรือ 4 Low Range with Lock  Center Differential  ซึ่งเป็นโหมดที่ใช้ในการลุยทางที่หินที่สุดจริงๆ

ถ้าคุณเป็นนักขับ ออฟโรดอยู่แล้ว โหมดนี้เป็นโหมดที่เพิ่มขึ้นมามากกว่าระบบขับเคลื่อน 4  ล้อ ทั่วไป ซึ่งก็ยังมีใน Mitsubishi Pajero Sport  ทั้ง 2 H  สำหรับวิ่งถนนทั่วไป 4 H  สำหรับ วิ่งในทางที่การลื่นไถลได้ง่าย แต่ด้วยความสามารถของ Super Select 4 WD  นั้น ทำให้ รถมีความลงตัวในการลุย ด้วยการใส่ระบบล็อคเพลากลางเข้ามา ซึ่งทำให้มีการกระจายแรงบิดของเครื่องยนต์ดีขึ้น คุมแรงบิดทั้งล้อหน้าและหลังให้อยู่ในอาณัติ  ซึ่งมีมาให้ในโหมด 4HLC และท้ายสุด 4LLC  

ทดสอบออฟโรด  Mitsubishi Pajero Sport

อย่างที่บอกเราขับ Mitsubishi Pajero Sport  วันนี้ ด้วยโหมด 4 LLC  โหมดลุยงานหนักที่ปรับให้รถพร้อมดึงสมรรถนะทุกอย่างมาใช้ในการฝ่าฟันอุปสรรค โดยในสถานีแรกเราผ่านเนิน อุปสรรคบทที่ 1  ง่ายมากในการฝ่าฟัน เพราด้วยกำลังเครื่อง  2.5 VG Turbo  พร้อมกำลัง 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และ 350 นิวตันเมตรที่  1,800-3500 รอบต่อนาที ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5  สปีด รีดสมรรถนะดีขึ้นด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift  นั้น ช่วยให้ง่ายมากในการขับขี่

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ากำลังเครื่องยนต์บล็อกนี้มีเหลือเฟือในการลุย แม้จะมีเครื่องยนต์ใหม่ๆจากคู่แข่งเข้ามาประชัน แต่แง่หนึ่งจากที่ขับมาหลายรุ่นที่เป็นดีเซลสำหรับการลุย  Mitsubishi 2.5  ลิตรถือว่าโอเคและยังเป็นเจ้าของเครื่อง  2.5  อยู่เหมือนเดิม

กำลังแรงบิดที่ต่อเนื่องเราเลี้ยงรอบไว้ที่ 2,000 รอบต่อนาที ตลอดการเดินทางในสนาม ก่อนผ่านสะพานแคบ จากนั้นอุปสรรคใหญ่ก็มาถึงด้วยการไต่เนินสูง หน้าชี้ฟ้า แต่ด้วยกำลังเครื่องที่มีแรงบิดส่งต่อเนื่องก็ไม่ใช่เรื่องยากในการขับขี่ และการออกแบบตั้งถังที่มีระยะยื่นที่ไม่มากไปทำให้ด้านหน้ามีมุมจากมากไม่ครูด รวมถึงด้านหลังก็จากเนินสบายๆ ไม่มีเสียงให้บาดใจว่า นี่รถจะพังไหม

ทดสอบออฟโรด  Mitsubishi Pajero Sport

จากเนินสูง รถผ่านเนินต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เราเห็นประสิทธิภาพ มิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ตในแง่ของมุมคร่อม หรือ  break over  ซึ่งชี้ชะตารถจะติดหรือไม่ และ ด้วยสูงจากระยะต่ำสุดถึงพื้น 215 ม.ม. มันก็สบายๆ การคร่อมเนินผ่านไป ต่อด้วยเนินสลับที่โชว์ช่วงล่าที่มั่นใจได้ในรถ และการควบคุมก็มั่นใจได้มากขึ้นเมื่อผ่านเนินเอียง ที่รถไม่ได้สมดุล แต่คุณก็ยังสามารถควบคุมได้อย่างมั่นใจในการขับขี่ จากนั้นเราลงไปว่ายนี้ที่มีความลึก 20 เมตร โดยประมาณ เรียกว่า สบายใจได้ ใครที่บ้านเคยผ่านประสบการณ์น้ำท่วม

หลุมลึกรออยู่ตรงหน้า อุปสรรคสำคัญ และเราก็พร้อมที่จะขับผ่านมันแล้ว การผ่านหลุมลึกเช่นนี้ เชื่อได้เลยว่ารถจะมีการเปลี่ยนมุมอย่างกะทันหันทำให้ล้อข้างใดข้างหนึ่งเกิดลอยขึ้นจากพื้น และมันคือปัญหาที่ทำให้รถหลายคันไม่สามรถฝ่าไปได้

แต่นั่นไม่ใช่กับ  Mitsubishi Pajero Sport  เพราะ มันมีระบบ All Wheel Control โดยระบบจะจับมือกับระบบ ABS  ในการอ่านค่าความเร็วล้อถ้าไหนมีความเร็วต่ำหรือไม่มีเลย ระบบเบรกจะจับให้ล็อค เพื่อส่งกำลังไปล้อที่เหลือ ทำให้ แม้หลุมลึกๆเช่นนี้ก็กลายเป็นขนมไปได้ แต่อาจจะต้องทนเสียงกรี๊ดกร๊าด!! ผู้โดยสารหน่อย ที่ช่วยเราลุ้นว่าจะรอดหรือไม่

ทดสอบออฟโรด  Mitsubishi Pajero Sport

ก่อนที่เราจะเดินทางต่อฝ่าอุปสรรคอย่างเนินอีก 2 -3  ลูก ผ่านเนินสลับที่ชันขึ้น กว่าเดิม ทำให้ดุว่า แม้มีความยากในอุปสรรคมากขึ้น  Mitsubishi Pajero Sport ก็ยังรับได้

เราลงมาพร้อมความมั่นใจว่า Mitsubishi Pajero Sport  นี่แหละ คุ้มค่าในเรื่องสมรรถนะในการลุยในนาทีนี้ ถ้าใครต้องการรถที่มีราคาจับต้องได้ สามารถลุยได้อย่างถึงกึ๋นนั้นก็เรียกว่าใช้เลย แต่เดี๋ยวก่อนสมรรถนะจะดีไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับ นักขับด้วย และเขาให้เราลงไปนั่งกับนักขับระดับพระกาฬ แชมป์ Rally Dakar 2 สมัย ที่บินตรงมาจากญี่ปุ่น ฮิโรชิ มาสุโอกะ มาดึงสมรรถนะรถทั้งหมดให้เราดู

การขับขี่ใช้ความเร็วสูงในสนามรอบสั้นๆประมาณ  3  กิโลเมตรบวกลบนิดหน่อย โดยในรถประกอบด้วย  4  ชีวิต รวมนักขับ และเมื่อพร้อมเราก็ลงเนินไปอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นในการเดินทางกับอดีตแชมป์ทางฝุ่น

ทดสอบออฟโรด  Mitsubishi Pajero Sport

รถที่มีสมรถนะดีเยี่ยมเมื่อเจอกับนักขับดีๆ มันก็บรรจบอย่างลงตัว  ซึ่งมาสุโอกะ ใช้ทักษะในการขับขี่ควบคุม แม้เส้นทางจะมีอุปสรรคที่ทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่ายอย่างทางหินกรวด แต่ด้วยความสามารถทำให้รถสามารถไถลผ่านไป ได้ ก่อนที่เราจะเร่งความเร็วตลอดทาง ซึ่งผมแอบมองหน้าปัดในสนามสั้นๆ แบบนี้ ยังใช้ความเร็ว  100 ก.ม./ช.ม.

เราบินผ่านเนินเล็ก กระโดดจนตูดลอยจากเบาะสักวินาทีได้ ทำให้รู้ว่ารถ Mitsubishi Pajero Sport  เดิมๆ ก็ดี ขนาดนี้เชียว ก่อนที่นักขับของเราจะเร้งความเร็วในช่วงสุดท้าย ก่อนหักเลี้ยวพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว หน้ารถ อันเดอร์ แต่ท้ายเริ่มออก การแก้อาการอย่างเร็ว ช่วยให้รถไม่เสียการทรงตัว และเมื่อ รถจอกสนิทนิ่ง ก็ต้องยอมรับในฝีมือของเขา เช่นเดียวกันในรถ  Mitsubishi Pajero Sport  ด้วย

ความเต็มอิ่มทั้งการลุย และ นั่งกับแชมป์ทางฝุ่นระดับโลก ช่วยให้เวลานี้ ก็ต้องยอมรับว่า Mitsubishi Pajero Sport  มีดีกว่าที่คาด และ ด้วยราคาจำหน่ายที่  1.3  ล้านบาท กับสมรรถนะการลุยที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ..มันคุ้มค่าที่จะเป็นเจ้าของ...

 

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn Autodeft0

ขอบคุณ ษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด  ที่เชิญเราเข้าร่วมทดสอบ  Mitsubishi Pajero Sport  ในภาค การลุยออฟโรด

รถทดสอบ  Mitsubishi Pajero Sport 2014

ราคา จำหน่าย 1,397,000 บาท 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

[GALLERY519]

5 เรื่องน่าสนใจ