Full Drive: Toyota Yaris 1.2 G อีโค่คาร์คันนี้แม้มาทีหลังแต่ลงตัว

พบบทดสอบรถยนต์ Toyota Yaris อีโค่คาร์น้องเล็กสุดจากค่ายโตโยต้าที่ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาค้นพบตัวตน



เรื่องและขับทดสอบ โดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (Taey) และ ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

Toyota  ค่ายรถยนต์ยอดนิยมของคนไทย มาตลอดเวลานานหลายปี กลายเป็นที่จับตาของใครหลายคน เมื่อพวกเขาประกาศชัดในการลงเล่นในโครการรถยนต์อีโค่คาร์ แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นรายสุดท้ายที่กระโดดเข้ามาต่อจากค่าย Nissan Honda Suzuki Mitsubishi ดูๆ แล้วก็อาจจะล่าช้าหน่อย แต่ด้วยชื่อชั้นที่เหนือกว่าและเป็นแบรนด์ที่คนไทยนึกถึงเป็นอันดับแรก ส่งผลให้ยอดขายมาแรงแซงทางโค้งหลายค่าย จนใช้เวลาไม่นานในการที่เราจะเห็นรถยนต์รุ่นนี้บนถนน


เดิมที Toyota Yaris เป็นรถ B-segment Hatchback แบบ 5 ประตู เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ตำแหน่งของมันจัดวางเอาไว้ให้เป็นซิตี้คาร์ที่ใครก็จับต้องได้ ซึ่งคู่แข่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมายาวนาน กัดกันตลอดเวลาก็ไม่พ้น Honda Jazz และตั้งแต่ออกสตาร์ทมาเมื่อปี 2549 มันเป็นรถขายดีรุ่นหนึ่ง แต่ในช่วงหลังๆ ค่ายสามห่วงต้องออกแรงเข็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ถึงสองครั้งเพื่อต่อลมหายใจให้สามารถยืนหยัดได้


ความยืดเยื้อรุ่นมายาวนานทั้งที่คู่แข่งปรับรุ่นปรุงโฉมใหม่ ทำให้มีกระแสข่าวลือกระพือมากมายเกี่ยวกับชะตากรรมของว่าที่รถยนต์นั่งขนาดเล็กคันนี้ ซึ่งลูกค้าหลายรายเริ่มปันใจไปให้คู่แข่ง  โดยเฉพาะเมื่อปี 2010  Toyota  เปิดตัว  Toyota  Yaris ใหม่ในนาม  Toyota Vitz  ที่ญี่ปุ่น แต่ก็ยังไร้วี่แววมาไทย

รถยนต์  Toyota Yaris L   ในจีน 

ช่วงเวลาเดียวกันกระแสข่าวที่ว่า  Toyota  เข้าร่วมโครงการอีโค่คาร์ก็ทำให้เป็นที่สนใจ และมีการคาดเดาไปต่างๆ นานา เกี่ยวกับว่าที่รถยนต์นั่งขนาดเล็กน้องใหม่ จนหลายคนลืมไปแล้วกับ  Toyota Yaris  บ้างคาดว่ามันน่าจะเป็น  Toyota Aygo   แบบที่ขายในญี่ปุ่น และบ้างคิดว่าน่าจะเป็นรถจากอินโดนีเซีย จวบจนท้ายสุดในปี 2013  ที่ประเทศจีนจู่ๆ ก็เผยตัวตนของว่าที่  Toyota Yaris  เวอร์ชั่น  Asean  Editiion  เสียอย่างงั้น โดยรุ่นใหม่จับเอาพื้นฐานของรถยนต์   Toyota Vios   ใหม่ มาใช้ แล้วจัดการทาหน้าตาปากใหม่ พร้อมปั้นท้ายรถใหม่ให้ลงตัว

โตโยต้าประเทศไทยเปิดตัววางจำหน่ายรถยนต์   Toyota Yaris  เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในไทย  ในวันที่  23   ตุลาคม ปี พ.ศ.2556 แต่การกลับมาครั้งนี้มันเป็นอีโค่คาร์ทำเอาหลายคนแปลกใจไม่น้อย

ภายนอก Toyota Yaris ใหม่ ยึดเอาแพล็ตฟอร์มบางส่วนToyota Vios รุ่นปัจจุบัน มาทำการพัฒนาต่อยอด อย่างที่คุณพอจะสังเกตได้   Toyota Yaris เป็นการต่อยอดจากซีดานยอดนิยมตั้งแต่เสา B แล้วพัฒนาใหม่ให้เป็นตัวตน Hatchback

ดีไซน์ด้านหน้าแตกต่างจาก Vios  พอสมควรเริ่มจากกระจังหน้าสีเมทาลิคในรุ่น G กับ E และสีดำในรุ่น J กับ J Eco ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ในรุ่น G ส่วนรุ่น Eลงไปได้ไฟหน้าธรรมดาแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ทว่ามองหน้าเจ้า   Toyota Yaris  ไปมาหลายรอบ สิ่งที่ไม่ชอบใจเลย และหลายคนที่กะว่าจะซื้อเจาอีโค่คาร์โตโยต้า ถึงกับส่ายหน้าบ้างรับไม่ได้ไปดูรุ่นอื่นแทน ก็ตรงการออกแบบหน้าปลาดุก หนวดขาว เส้นสายการออกแบบที่ขีดลากจากกระจังหน้าไปยังชายขอบกันชนหน้า ทำเอาความดูดีแอบดูคล้ายพี่น้อง   Toyota Vios  ต้องมัวหมองไป

รถทดสอบ  Toyota Yaris 1.2 G

 
ด้านข้างเส้นสายเรียบง่ายไม่ต้องบอกอะไรมากความมันคล้ายกับ  Vios ใหม่ ไปจนถึงหลังคาดีไซน์แบบ Catamaran มี ลายเส้นนูนๆขึ้นมา เพิ่มความลงตัวทางด้านหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ส่วนของประกอบตัวรถก็แทบจะยกเซทมาใช้ ทั้งกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวสีเดียวกับตัวรถและครีบดักอากาศ ไปยันมือจับเปิดประตูโครเมี่ยมทั้ง 4  ด้าน โดยในด้านคนขับมีสวิทช์กุญแจระบบล๊อคอัจฉริยะมาให้เสร็จสรรพเสริมความลงตัวในการใช้งาน

ส่วนด้านท้าย  Toyota Yaris มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED พร้อมครีบเพิ่มเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์อีกแล้ว ดีไซน์ไฟท้ายออกมาค่อนข้างคล้ายตัวอักษร C มันยังมาพร้อมคิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมี่ยม และท้ายสุดขาดไม่ได้เป็นรุ่นท๊อปทั้งทีก็ต้องจัดเต็มไปเลยกับล้อแม็กซ์ขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/60R15ลวดลายก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรนัก

รถทดสอบ  Toyota Yaris 1.2 G

ความโดดเด่นแง่หนึ่งของเจ้าน้องเล็กอีโค่คาร์คันนี้ ไม่บอกก็คงจะพอเดาได้กับขนาดรถที่ออกมาทาง  B segment  Subcompact Car  มิติตัวรถ Toyota Yaris Eco-Car มีความยาว X กว้าง X สูง อยู่ที่ 4,115 X 1,700 X 1,475 มม. ทีมวิศวกรจัดการให้ระยะฐานล้อ 2,550 มม.น้ำหนักรถตัวเปล่าอยู่ที่ 1,040 กก. จนสามมาถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่ามันโดดเด่น ด้วยเรื่องของขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่าคู่แข่งทั้งหมดที่มีในตลาดและเป็นสาเหตุว่าทำไม คนส่วนใหญ่จึงอาจจะถูกใจรถยนต์คันนี่

ระบบ Keyless Entry ให้ความลงตัวในไลฟ์สไตล์ทันสมัย เพียงแค่เก็บไว้ในกระเป๋าเท่านั้น แค่กดปุ่มดำๆที่ก้านประตูด้านคนขับก็สามารถเข้าไปในรถได้สบายๆแม้กระทั่งถือของสัมภาระหนักๆไปใส่ไว้ท้ายรถก็สามารถกดปุ่มที่ใต้คิ้วฝากระโปรงได้

เมื่อเข้ามาในห้องโดยสาร  Toyota Yaris  ใหม่ให้การตกแต่งภายในสีดำทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเบาะผ้ากำมะหยี่สีดำสลับกับสีส้มพร้อมเดินด้ายตะเข็บสีส้มโดยเบาะนั่งคนขับสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ ได้ เมื่อนั่งแล้วชอบตรงที่หมอนรองศีรษะใบใหญ่ ส่วนเรื่องตัวเบาะเองเทียบกับอีโค่คาร์อื่นๆที่เคยผ่านพบถือว่าออกแบบมาได้อย่างลงตัวด้วยที่นั่งขนาดใหญ่ มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแต่ปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้

รถทดสอบ  Toyota Yaris 1.2 G

เหลียวมองที่นั่งตอนหลังมันมีที่เหลือเฟืองมากพอ นั่นคือข้อดีของ   Toyota Yaris  ที่ยังคงความเป็นรถขนาดซิตี้คาร์ แต่ตีตั๋วเด็กเข้ามา ลองนั่งดูเล็กน้อยก่อนขับขี่ มันมีพื้นที่วางขาพอดิบดีพอไปวัดไปวาได้ เบาะหลังยังสามารถพับได้แบบ 40/60 โดยปุ่มพับเบาะอยู่ตรงเสา C

แผงคอนโซลหน้าและแผงประตูเป็นไปตามคาด ทีมออกแบบยาริสจิ๊กเอามาจาก Vios อีกเช่นเคย เหมายกชุดด้วยวัสดุพลาสติกสีดำ รายล้อมด้วยตะเข็บสีดำปั้มขึ้นรูปแบบหลอกๆ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าการออกแบบแผงคอนโซลหน้ามันชั่งขัดๆลูกตาเหลือเกินโดยเฉพาะแผงเครื่องเล่นวิทยุ CD-MP3 ที่ดีไซน์แผงวิทยุมีปีกซ้ายขวายื่นออกมา เอาดีไซน์ให้มันดูดี แต่มันดูขัดๆ ไม่ลงตัว ถัดลงมาเป็นช่องลมแอร์ พร้อมสวิตช์ไฟฉุกเฉิน ต่ำลงมาอีกก็เป็นสวิตช์เครื่องปรับอากาศแบบ Auto เล่นเอางงนิดๆ ก็ตรง ปุ่มเลือกโหมดการทำงานสามปุ่มฝั่งซ้าย ทั้ง ปรับอุณหภูมิ ปรับทิศทางลม และ สปีดแอร์ ต้องกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งก่อน แล้วจึงหมุนได้ตามที่ต้องการ

พวงมาลัยสปอร์ตสามก้านหุ้มหนังปรับสูง-ต่ำได้ ก็ยกชุดจาก Vios เช่นกัน บนพังงาบังเหียนของ Toyota Yaris  มีปุ่มสวิตช์การทำงานวิทยุด้านซ้ายมือ มาตรวัดใส่ความสปอร์ตโดดเด่นด้วยสีส้มพร้อมบอกการทำงานของความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ซึ่งก็คล้ายกับของวีออสอีกเช่นกัน แต่มันดูดีมีความลงตัวมากขึ้น เมื่อมาอยู่ในเจ้าอีโค่คาร์ คุณจะได้ฟีลที่ดีกว่าในความสปอร์ตจากความลงตัวในการออกแบบห้องโดยสาร ซึ่งแม้จะประดุจเอายกวีออสมาทั้งดุ้น ทว่าท้ายที่สุดแล้ว มันใช้ความเหมือนที่แตกต่างตรงนี้ให้ในเรื่องความรู้สึกของลูกค้าที่ไม่ดูมีความเป็นอีโค่คาร์มากไป

รถทดสอบ  Toyota Yaris 1.2 G

สตาร์ทเครื่องยนต์ออกเดินทาง  Toyota Yaris พกเอาเครื่องยนต์บล็อคใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการ Eco-Car ใต้ฝากระโปรงของมันประจำการด้วน ต้นกำลังขนาด 1.2 ลิตรแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว รหัส 3NR-FE พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Dual VVT-I แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดแรงบิด 108 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที

น่าเสียดายที่  Toyota  คิดว่าแค่จัดชุดเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-I เข้ามาประจำการในการถ่ายทอดกำลัง ขาดรสชาติขิงรุ่นเกียร์ธรรมดา และน่าจะเป็นรถอีโค่คาร์รุ่นเดียวในตลาดที่ไม่มีระบบเกียร์ธรรมดามาวางจำหน่ายทำเอาสาวกซิ่ง หรือใครที่งบน้อยสุดเซ็ง แต่บางทีก็ไม่แน่ว่าท้ายที่สุดพวกเขาอาจจะเก็บเป็นทีเด็ดไม้ตายไว้ทีหลังก็ได้

รถทดสอบ  Toyota Yaris 1.2 G

ขนาดตัวรถก็ใหญ่กว่าชาวบ้านแถมเครื่อง 1.2 ลิตร 86 แรงม้า กับระดับน้ำหนักระดับพันต้นๆ เชื่อเลยว่าใครก็คิดว่าเจ้า Toyota Yaris   อีโค่คาร์นั้นต้องอืด และเป็นสิ่งที่โตโยต้าไม่สามารถเลี่ยงได้จนเป็นคำถามพื้นฐานของใครหลายๆคนที่มองรถยนต์รุ่นนี้อยู่

ก่อนที่จะกดปุ่ม Start รถ Yaris Eco-Car คันนี้ ในใจผมคิดไว้เลยว่า จะไหวหรอ แต่พอออกเดินทางขับจริงๆ เริ่มจากที่เราขับในเมืองฟ้าอมรกรุงเทพมหานคร สมรรถนะของรถก็ไม่ได้ย่อหย่อนไปกว่าอีโค่คาร์รุ่นอื่นๆที่วางจำหน่ายโดยคู่แข่งมากมาย แม้ตัวรถอาจจะมีความใหญ่กว่าบ้างนิดหน่อย แต่ความคล่องตัวในการเดินทางนั้นก็ไม่ได้เป็นสองรองใครในการขับขี่ ใช้ได้ยิ่งถ้าคิดว่าคนซื้อรถยนต์คันนี้มักไม่ใช่คนรีบร้อนอะไร

แต่ถ้าท่านผู้อ่านเป็นพวกประเภทวัยรุ่นใจร้อนต้องเข้างานให้ทันไม่งั้นโดนตัดเงินเดือน แบบนั้นล่ะก็ บอกเลยว่า กระชากเข้าสู่เกียร์  S  และ เหยียบคันเร่งให้สุดๆ คุณจะได้ความจี๊ดจ๊าดของตัวรถออกมาโชว์พาวให้เห็นว่าฉันก็ทำได้ในยามเร่งรีบ

เรื่องการบังคับควบคุมตัวรถ สำหรับผม Toyota Yaris  ทำออกมาได้ค่อนข้างดี น้ำหนักพวงมาลัยอยู่ในเกณฑ์ไม่ว่าจะเป็นนักขับเพศชายเพศหญิง ก็ลงตัว แถมในช่วงความเร็วปานกลางน่ำหนักจะเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย และรัศมีวงเลี้ยวเทียบกับรุ่นอื่นอาจจะกว้างกว่าอยู่บาง จาก รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.1 เมตร ทว่ามันก็เป็นสิ่งที่เลี้ยงไม่ได้ ถ้ามองว่าข้อดีกว่าของรถยนต์คันนี้คือลำตัวที่ใหญ่กว่าในการใช้งาน

เดินทางบนถนนเมืองแบบนี้  ช่วงล่างอาจจะไม่มีความสำคัญมากมายนัก แต่จากที่ขับวนไปเวียนกลับบ้านมาออฟฟิศหลายๆวัน ระบบกันสะเทือนแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงและระบบกันสะเทือนหลัง  แบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง สำหรับผู้สูงวัยที่มองรถอีโค่คาร์คันนี้อยู่บอกเลยว่าอาจจะรู้สึกว่ามันแข็งไปนิดด้วยความรู้สึกของระบบกันสะเทือนที่ต่อยอดทางแนวความสปอร์ตในการขับขี่ แต่ก็ใช่ว่า จะกระเทือนจนมดลดลูกไหลออกมากองกับพื้นอะไรขนาดนั้น เพียงแต่จากที่ขับขี่มายาวนาน มันเป็นรถยนต์ที่วัยรุ่นชอบในการเดินทาง นั่นคือ สิ่งที่เราพอที่จะสามารถบอกได้ และท้ายสุดที่ขับขี่มาในเมืองตลอดหลายวัน เจอรถติดเป็นปกติในการเดินทางประจำ บนหน้าปัด   Toyota Yaris   ยังดีพอที่จะโชว์ค่าเฉลี่ยที่ 14.6   ก.ม./ลิตร จากน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95


จัดหนักการขับขี่กับ  Bonn Test Mode

ที่จริงแล้ว สาเหตุหนึ่งที่ผมนำรถยนต์   Toyota Yaris มาลองขับขี่นั้นก็เพราะว่าทางพี่ Bonn  นั้นแอบน้อยใจโตโยต้าว่า เปิดเว็บมาก็ยาวนาน แต่ Autodeft.com   ไม่เคยได้รถทดสอบจาก  Toyota  หรือ กระทั่งถูกชักชวนไปขับทดสอบในการขับขี่ก็ไม่มี ความจริงแล้วมันเป็นรถยนต์รุ่นเดียวอีโค่คาร์ที่พี่เขาไม่เคยสัมผัส แถมในช่วงก่อนยืมนั้นแม้พี่เขายังชอบรถคันนี้อีก งานนี้เห็นทีก็เลยต้องช่วยกันเสียหน่อย ยังไงก็ลองดูว่าพี่เขาจะมีความเห็นอย่างไรบ้าง

Bonn : ก่อนลองขับยอมรับเลยว่า   Toyota  Yaris กลายเป็นรถยนต์อีโค่คาร์รุ่นเดียวที่ตัวผมเองนั้นไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสลองขับขี่ ด้วยปัญหาทางเทคนิคบางประการ ซึ่งตอนตรวจต้นฉบับก็คิดอยู่ว่า ที่น้องเต้ยเล่าไปนั้นจะตัดออกดีไหม ว่าตามตรงไม่อยากหมางใจกับโตโยต้า แต่นั่นคือความจริงมายาวนาน ตั้งแต่ผมอยู่  Sanook.com  จนออกมาทำเว็บตัวเองในนาม  Autodeft.com

ใบหน้า Yaris   นาทีนี้ไม่ต้องสาธยายมากความรถยนต์อีโค่คาร์คันนี้วิ่งกันเกลื่อนถนน จนเป็นรถยนต์รุ่นหนึ่งที่มียอดขายดีมาเร็วเคลมเร็ว ไม่ผิดจากที่ทางโตโยต้าคาดการณ์ไว้ ว่า แม้พวกเขาอาจจะมีการล่าช้าเมื่อเทียบกับคู่แข่งในการส่งรถยนต์ขนาดเล็กออกมา แต่เมื่อมันเปิดตัวออกมาแล้วเชื่อว่าจะจับใจคนไทยอยู่หมัด แน่นอน

แม้จะเป็นยามค่ำคืน แต่การนัดพบเต้ยพร้อม   Toyota Yaris ใหม่ เป็นอะไรที่ทำให้เราใจเต้นเมื่อรู้ว่าปริศนาชิ้นสุดท้ายของหมวดอีโค่คาร์จะบรรจบครบสูตรก็วันนี้ อดคิดนึกถึงวันที่สำเร็จการศึกษาไม่ได้  นั่นเป็นความรู้สึกตอนขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาท้าลมหนาวไปยังจุดนัดพบของเรา

เจ้าน้องส้ม   Toyota Yaris ใหม่จอดรออยู่ สิ่งเดียวที่ตะหงิดใจและไม่เคยชอบใจทุกครั้งที่เห็นหน้า Toyota Yaris ใหม่ คือ ใบหน้า  Toyota Yaris   ใหม่ที่คมเข้มในความสปอร์ตของตัวรถที่ลงตัวทุกเม็ด แต่ดันโดนอีหนวดปลาดุกนี่มาทำเอาหมองไปโดยปริยาย มันเป็นสิ่งเดียวที่ขวางกั้นระหว่างคำว่า หล่อว่ะ ....กับ เห่ยว่ะ แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าหลายคนก็แบบว่า เอาเถอะพอจะมองข้ามไปได้บ้าง

เต้ยยื่นกุญแจมาให้ผมเปิดเข้าสู่ห้องโดยสาร ยอมรับว่า Toyota Yaris ใหม่เป็นอีโค่คาร์ที่กว้างที่สุดในตลาดตอนนี้ ช่วงตัวของมันที่ใหญ่ทำให้ได้ห้องโดยสารที่กว้างขวางพอสมควร เบาะนั่งตอนหลังดีมีที่เหลือเฟือในการวางขา นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ หรือถ้าต้องขนของปรับพับเบาะลงมา มองกะด้วยสายตาอันชำนาญในวิชา พับเบาะขนจักรยานกิจกรรมยามว่างของผมก็พอจะบอกได้เลยว่า มันสามารถใส่รถจักรยานได้สบาย เพียงแค่ถอดล้อหน้าเท่านั้น ซึ่งน่าจะลงตัวกับชีวิตวัยรุ่นในยุคนี้

ได้เวลาขับขี่จัดแจงท่านั่งก็พบปัญหาแรก นั่นคือคอพวงมาลัยปรับขึ้นได้ไม่สูงมากมายนัก สมมุติว่าเราปรับตำแหน่งเบาะนั่งสูงสุดพวงมาลัยของรถควรที่จะอยู่ตรงกลางอกพอดี แต่มันไม่ใช่สำหรับคนตัวสูงอย่างตัวกระผมที่มีพิกัด 182  ซ.ม. ทว่าเมื่อปรับเบาะนั่งลงไป ก็ค้นพบว่ามันปรับเบาะได้ลึกมากจนแทบจะกลายเป็นเบาะสปอร์ต กลายเป็นดีไปเสียแบบนั้น นึกๆ ไปสตรีไทยตัวเล็ก มักเป็นคนชอบนั่งเบาะสูง และชิดพวงมาลัย ส่วนชายไทยชอบความสปอร์ตเร้าใจ หรือว่าโตโยต้าจะรู้ไต๋ เลยทำเบาะออกมาแบบนี้ก็เป็นไปได้


Bonn Test Mode  เป็นมาตรฐานใหม่ใน Autodeft.com  ตั้งแต่เมื่อปีกลาย โดยส่วนตัวจัดทำการทดสอบแยกเป็นสองสาขาสำคัญได้แก่ภาคความประหยัด และ ภาคสมรรถนะในการขับขี่เพื่อตอบคำถามของผู้อ่าน

ขับวนถึงปั้มประจำได้เวลายัดหัวจ่ายเติมน้ำมันเต็มถัง เราเติมตามปกติที่คนธรรมดาเติมไม่เขย่ารถหรือชงความพิเศษให้  Toyota Yaris  ด้วยแก๊สโซฮอล์  95  จากนั้นขับตามเส้นทางสูตรเฉพาะในการขับขี่  ซึ่งระหว่างทาง   Toyota Yaris   เผยตัวตนให้เห็นถึงความสปอร์ตในการขับขี่ของมันที่แฝงมาในคราบรถบ้านได้อย่างลงตัว

ระหว่างทางช่วงล่างค่อนข้างให้ความรู้สึกที่มีความลงตัวในระหว่างการเดินทาง แต่พร้อมกันคุณก็ยังสามารถมั่นใจได้ในการขับขี่ ช่วงความเร็วต่ำที่ดูกระด้าง น้องเต้ยเอ่ยกับผมเองในขณะที่เราแล่นไปตามเส้นทาง สาธยายประสบการณ์ของเขากับน้องส้ม  Toyota Yaris   ในภาคการขับขี่ในเมืองให้ฟัง
แต่เมื่อใช้ความเร็วในการเดินทาง ซึ่งการขับช่วงแรกบนถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าเข้าเมืองทางโล่งขอสะพานเยอะ แบบนี้แต่ Toyota Yaris  กลับเอาอยู่อย่างน่าเหลือในระหว่างการขับขี่ รวมถึงเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นความกระด้างของมันก็จางหายไปกลายเป็นความมั่นใจในการเดินทางไปโดยปริยาย

ช่วงเข้าในเมืองน้ำหนักพวงมาลัยเปลี่ยนบุคลิกเล็กน้อยมันเบาขึ้นตอบสนองได้ดีขึ้นจนถูกใจใครหลายคนที่ชอบมุดแหลก หากรถติดกระจายตามสไตล์ชีวิตคนเมืองในทุกวันนี้

ส่วนด้านเครื่องยนต์  1.2  ลิตร 86  แรงม้า ถามว่าจัดจ้านหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้มากมายนัก ที่จริงแล้วคู่แข่งชั้นนำจากค่ายม้ามืดอีโค่คาร์ที่เป็นเครื่อง  1.25  ลิตรกลับทำได้ดีกว่าในบางจุด การออกตัว  Toyota  Yaris  ค่อนข้างจะอืดอาดยืดยาดสักนิด แต่เมื่อมาถึงสักความเร็ว 70 ก.ม/ช.ม.  เท่านั้นแหละจะเร่งจะบี้จะกดอย่างก็คล่องตัวอย่างน่าเหลือเชื่อ  ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่โตโยต้าน่าจะกลับไปทำการบ้านเสียหน่อย แต่อีกแง่หนึ่งที่พอจะสรุปได้เบื้องต้น คือ

เครื่องยนต์เริ่มมีขนาดเล็กไปสำหรับตัวรถ และมันอาจจะต้องการเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่าก็ได้ ยิ่งมาดู อัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายถึงกับตกใจนิดๆ เมื่อค้นพบว่า  Toyota Yaris  ใช้อัตราทดเฟืองท้ายสูงถึง  5.833 เลยทีเดียว ในขณะที่อัตราทดเกียร์เดินหน้าอยู่ที่ 2.386-0.426

เสร็จสรรพการขับขี่โหมดประหยัด  Bonn Test Mode   Toyota Yaris   นั้น เราได้ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 17.09  ก.ม./ลิตร จากการขับขี่ไปกับเต้ยสองคนผู้โดยสาร  ถือว่าทำได้ไม่ขี้เหร่นัก แต่จะดีกว่านี้ถ้าเครื่องยนต์สามารถรับภาระตอนออกตัวได้ดีกว่านี้ รถก็น่าจะประหยัดกว่านี้พอสมควร เนื่องจากลูกค้าไม่ต้องเติมคันเร่งเยอะจนเกินไป

หมดช่วงขับประหยัดได้เวลาล่อสมรรถนะ  Toyota Yaris  มาผงาด เราออกมุ่งหน้าสู่เส้นทางแถวอยุธยา แถวนี้ผมมาขับประจำในยามต้องการดูสมรรถนะของ  Toyota Yaris  ดึกดื่นที่เงียบดั่งป่าช้า ครอบงำด้วยท้องฟ้าสีดำ มีเราและรถไม่กี่คันที่วิ่งอยู่แถวนี้ จังหวะเหมาะได้เวลาที่เราจะมาลองทดสอบอัตราเร่งดูว่าเจ้า  Toyota Yaris   น่าจะได้เท่าไรกัน

จอดข้างทางทุกอย่างเงียบ เราพร้อมเหยียบคันเร่งจมมิดรถน่าจะออกตัวแต่เปล่า..เสี้ยววินาทีนั้นอ่าวเกิดอะไรขึ้น แต่ขณะที่กำลังนึกรถก็พุ่งออกตัวไปอย่างรวดเร็ว จุดนี้เชื่อว่าน่าจะมีความหน่วงมาจากตัวคันเร่งไฟฟ้า ซึ่งใช้เวลานานไปในการสั่งการ แน่นอนการหน่วงแบบนี้อาจจะมีผลต่อการขับขี่โดยเฉพาะหน้าสิ่วหน้าขวาน

จินตนาการถึงคุณมีน้องชื่อยาริส แล้วคุณกำลังใช้ให้เขาไปทำอะไรบางอย่างโดยที่คุณกำลังง่วนในการจัดการบางอย่างอยู่ “เฮ้ยยาริสไปดิ” ปรากฏน้องนั่งงงอยู่หนึ่งวินาที ก่อนที่จะทำตามที่คุณสั่ง นั่นแหละขับสิ่งที่เราเจอในการเหยียบคันเร่งมิดของ   Toyota Yaris 

แต่เมื่อออกตัวไปแล้วไซร้ทุกอย่างก็เข้าทางรถจะเร่งอย่างรวดเร็วยิ่งช่วงตั้งแต่ความเร็ว 80  ก.ม./ช.ม.  คุณจะพอสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ความแรงในรถจากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรที่พุ่งพล่านออกมาจากฝีเท้าของแรงม้าที่ตอบโจทย์ดีในทุกรอบเร่ง ส่วนหนึ่งขอบคุณระบบ   Dual VVti  ที่ช่วยให้ส่วนผสมของเครื่องยนต์มีโจทย์ที่ลงตัวในการใช้งาน

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 3

เฉลี่ย

0-100 ก.ม./ช.ม.

15.13

15.15

15.04

15.11

80-120 ก.ม./ช.ม.

13.20

13.20

11.90

12.77

เราลองมาดูสถิติอัตราเร่งของ  Toyota Yaris   กัน เมื่อลองขับขี่ทดสอบในเรื่องของสมรรถนะอัตราเร่งตัวรถ ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวที่ได้ออกมา   Toyota Yaris ใหม่แม้จะใหญ่กว่าในเรื่องขนาด แต่เมื่อเทียบอัตราเร่งกับอีโค่คาร์คันอื่นๆ เรากลับค้นพบว่า ตัวรถไม่ได้มีความแตกต่างมากนัก และที่จริงถ้าไม่นับในเรื่องของการเสียจังหวะตอนเร่งครั้งแรก มันน่าจะทำเวลาได้ดีกว่านี้จนอาจจะเข้าเป้า 14  วินาที ในอัตราเร่ง 0-100  ก.ม./ชม.   ด้วยซ้ำไป น่าเสียดายที่มันไม่เป็นเช่นนั้น

จากการตอบสนองของคันเร่งตอนกดคันเร่งลงไปครั้งแรกที่ล่าช้าไปราวๆ 1  วินาที เห็นจะได้ ซึ่งในส่วนของพี่น้องแฝดคนละฝาของมัน Toyota Vios  ก่อนหน้านี้เราเคยทำการทดสอบมันมีอัตราเร่งอยู่ที่ 14.00  วินาที ซึ่งหมายความว่า Toyota Yaris มีอัตราที่ใกล้เคียงกัน แม้จะมีเครื่องเล็กกว่าถึง   300  ซีซี แต่ความสดของเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีที่อัดมาให้ ทำให้มันลงตัวมากกว่าในด้านสมรรถนะการขับขี่

ท้ายสุดถ้าถามเราว่า แล้วมันเร็วสูงสุดได้เท่าไรกัน ก็ราว ๆ 172  ก.ม./ช.ม.   จากการลองขับในระหว่างการทดสอบสภาพทางเรียบพื้นราบปกติ



สรุป…… เด่นสุดเรื่องห้องโดยสารด้านหลัง พร้อมสมรรถนะที่ไม่ย่อหย่อน

ยอดขายเกือบ 4,700 คัน ของเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เป็นข้อพิสูจน์ของความนิยม Toyota Yaris  ที่ทำให้ยอดขายมาแรงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม Eco-Car Hatchback ถึงจะเปิดตัวเป็นรายสุดท้าย และสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า มาทีหลังดังกว่า แบบเต็มภาคภูมิ

ด้านตัวรถถึงใช้แพล็ตฟอร์มเดียวกันกับ Vios มันก็มองได้สองมุม ด้านดีคืออะไหล่ภายนอกบางชิ้น สามารถใช้ร่วมกันกับ Vios เผลอๆบางที อาจใช้ร่วมกับรุ่นพี่อย่าง Altis หรือ Camry ได้ด้วย เช่นกระจกมองข้าง  แต่ถ้ามองอีกด้านมันคือการลดต้นทุนอีกแบบหนึ่งที่ทาง Toyota มักใช้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 จุดเด่นในเรื่องการออกแบบ  Toyota  Yaris   ในด้านการออกแบบคงไม่มีอะไรมากไปกว่าไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ที่ยัดมาให้เป็นเจ้าแรกของ อีโค่คาร์ ถ้าคุณมีเงินพอจะจ่ายซื้อออพชั่นในตัวท๊อปอย่างที่เรานำมาขับทดสอบ ทว่าก็แปลกที่  Toyota กลับงกเรื่องไฟตัดหมอกหน้า รวมถึงขอทีเถอะอีหนวดปลาดุกนี่ยกมือไหว้ล่ะ รุ่นหน้าตอนปรับโฉมช่วยเอา มันออกไปที แต่ดีไซน์รถทั้งคันโดยรวมดูสปอร์ตกว่า  Vios

ภายในแผงคอนโซลหน้าแผงประตูใช้ร่วมกันกับ Vios การจัดวางปุ่มฟังก์ชั่นการทำงาน อาจเป็นอุปสรรคนิดหน่อยไม่ว่าจะเป็นแผงสวิตช์แอร์ออโต้ ปุ่ม Push Start ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาที่มองเห็นแต่เนื้อในของมันอยู่ที่ ห้องโดยสารที่กว้างสบายกว่า คู่แข่งเดียวกัน

ส่วนเครื่องยนต์แค่ 1.2 ลิตรกับน้ำหนักพ้นต้นๆ จัดอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองไปกลับระหว่างบ้านกับออฟฟิศ แถมเหนือกว่า Mirage กับ March ตรงที่เป็นเครื่องสี่สูบ การทำงานเกียร์ Super CVT-i ราบรื่น ไม่กระตุก แถมแอบเปรี้ยวในบางเวลาถ้าเข้าเกียร์ S

น่าเสียดายที่คันเร่งไฟฟ้านั้น อาจทำให้หงุดหงิดไปบ้าง มันความรู้สึกช้า คือเพื่อนๆเขาไปกันหมดแล้ว ตัวเองยังอยู่กับที่จนคนรอบข้างมาบอกว่า เฮ้ยๆ !!! เขาไปกันหมดแล้ว ยิ่งในยามอยากซิ่งเหยียบจมมืดนี่แหละยิ่งชัดเจน.ว่าความรู้สึกมันช้ามาก

และท้ายสุดเรื่องของระบบกันสะเทือนด้วยความที่ตัวรถ Toyota Yaris   มีขนาดใหญ่ทำให้มันมีเสถียรภาพในการขับขี่มากกว่ายิ่งในยามที่คุณใช้ความเร็วค่อนข้างสูง แต่ถ้าในยามความเร็วต่ำช่วงล่างจะออกกระด้างแข็งไปบ้าง และถ้าสำหรับผู้สูงอายุทั้งหลายพวกเขาอาจจะไม่ชอบสไตล์การขับขี่แบบนี้สักเท่าไรนัก

จากการทดสอบของทั้งตัวผมและพี่ Bonn  เรามีความเห็นบางอย่างที่ตรงกันในเรื่องของขนาดรถยนต์ที่ใหญ่เป็นจุดเด่นและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่าที่คาดเอาไว้ เพียงแต่การออกแบบบางจุดที่ค่อนไปทางความงงงวยว่าจะทำแบบนี้ทำไม แต่ถ้าถามความเป็นรถยนต์  อีโค่คาร์   Toyota Yaris  ดีพอที่จะปราบคู่แข่งในตลาดและด้วยความเป็นเจ้าตลาดของ  Toyota   หลังจากขับแล้วเราก็ไม่สงสัยว่าทำไม มันถึงขายดี ...



เรื่องและขับทดสอบ โดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (Taey)และ ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

ขอบคุณ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถ Yaris Eco-Car มาทดสอบ ให้ทีมงาน  Autodeft.com  ในครั้งนี้


รถทดสอบ   Toyota Yaris รุ่น   G

ราคาจำหน่าย  599,000 บาท

สิ่งที่ชอบ >> ขนาดรถที่ใหญ่กว่าคู่แข่งเป็นความโดดเด่นในตัวตนของ Toyota Yaris  มันหมายถึงคุณได้ห้องโดยสารกว้างขึ้น และเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับอีโค่คาร์รุ่นอื่ยๆ

สิ่งที่ไม่ชอบ >>  การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าที่ช้าไปนิด อาจจะเป็นปัญหาอยู่บ้างในการขับขี่แต่มันดีที่ทำให้คุณมีสิทธิที่จะขับประหยัดมากขึ้น แต่เชื่อถอะ ท่านผู้สูงอายุทั้งหลายคุณไม่น่าจะมีชอบช่วงล่างที่ออกแนวแข็งกระด้างของมัน เว้นว่าจะมีหัวใจวัยรุ่น

สิ่งที่อยากให้มี >>>  ในปี  2015  ค่ายรถยนต์กลุ่มอีโค่คาร์มีการอัพเดทรายละเอียดรถยนต์บางรุ่น ซึ่งทำให้คุณค่าของ  Toyota Yaris  ด้อยลงไป ไม่ว่าจะเป็น Suzuki  Swift RX   ที่จัดหนักออพชั่นเต็มพิกัด หรือจะเป็น Mitsubishi Mirage  ที่ตีตื้นออพชั่นมากขึ้น อย่างเช่นระบบนำทางมีมาให้เสร็จสรรพ เป็นต้น ซึ่งหลายอย่าง   Toyota Yaris  กลับขาดไป

คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ >> ถ้าคุณชอบ   Toyota Yaris  โดยหวังเพียงรถคันใหญ่กว่าคุ้มค่ากับที่จ่ายไปแน่นอนว่ามันคุ้ม และการขับขี่รถคันนี้ไม่ได้ย่อหย่อนอย่างที่เราคาดคิดอะไรนัก แต่ด้วยความที่คู่แข่งมีรุ่นใหม่ที่อัดออพชั่นมาเกย์ทับ ตรงนี้ควรคิดตัดสินใจให้ดี


 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ