Bertone ปลุกตำนานรถสปอร์ตอิตาลี คอนเซ็ปต์ยุค 60 พร้อมไฟ Pop-Up
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 27 ม.ค. 69 14:24
- 1,048 อ่าน
ท่ามกลางยุคที่ตลาดรถเต็มไปด้วยซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดและรถสายสนามสุดขั้ว รถสปอร์ตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอดีตอย่างแท้จริงกลับเป็นของหายาก และนี่คือช่องว่างที่ Bertone เลือกเข้ามาเติมเต็ม ด้วย Runabout รถสปอร์ตผลิตจำนวนน้อยที่นำคอนเซ็ปต์คาร์จากปี 1969 กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบรถผลิตจริง พร้อมวิศวกรรมสมัยใหม่

ชื่อ Bertone คือหนึ่งในตำนานของโลกยานยนต์ กับผลงานระดับไอคอนอย่าง Lamborghini Miura, Lancia Stratos, Alfa Romeo Montreal และ Giulia GT แต่แทนที่จะหยิบตำนานชื่อดังเหล่านั้นกลับมาปัดฝุ่น Bertone กลับเลือกแนวทางที่แตกต่าง ด้วยการนำ Autobianchi A112 Runabout คอนเซ็ปต์คาร์จากปี 1969 มาตีความใหม่ ซึ่งต้นแบบคันนั้นเคยเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับ Fiat X1/9 ที่เปิดตัวในปี 1972
หลังจากปล่อยทีเซอร์ให้เห็นกันมาระยะหนึ่ง ล่าสุด Bertone ได้เผยโฉม Runabout เวอร์ชันผลิตจริงอย่างเป็นทางการ โดยเตรียมเปิดตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกที่งาน Retromobile Show ในกรุงปารีส รถรุ่นนี้จะผลิตเพียง 25 คันทั่วโลกเท่านั้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 390,000 ยูโร หรือราว 460,000 ดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่รวมภาษี ค่าจัดส่ง และการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ราคาสุทธิมีโอกาสทะลุครึ่งล้านดอลลาร์อย่างไม่ยากเย็น รถคันนี้จึงชัดเจนว่าออกแบบมาเพื่อนักสะสมที่คุ้นเคยกับโรงจอดรถระดับหลักล้านอยู่แล้ว

Bertone ระบุว่า Runabout คือรถสปอร์ตน้ำหนักเบาที่ยึดจิตวิญญาณยุค 70 อย่างชัดเจน พร้อมโครงสร้างและกลไกแบบอนาล็อกที่หาได้ยากในรถยุคปัจจุบัน ตัวรถมีความยาว 3,990 มิลลิเมตร ใกล้เคียงกับสัดส่วนของคอนเซ็ปต์ดั้งเดิม เส้นสายทรงลิ่มเฉียบคมผ่ากลางตัวถัง ด้านหน้าต่ำเตี้ยโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Pop-Up คลาสสิก เสริมด้วยแถบไฟ LED สมัยใหม่ ซุ้มล้อหน้าที่ยกตัวขึ้นอย่างอิสระจากฝากระโปรงที่มีช่องระบายอากาศ ช่วยสร้างมิติและบุคลิกแบบงานออกแบบเชิงประติมากรรม
ล้ออัลลอยฟอร์จยังคงกลิ่นอายเรโทร โดยมีขนาด 18 นิ้วด้านหน้า และ 19 นิ้วด้านหลัง เมื่อรวมกับระยะยื่นตัวถังสั้นและผิวงานที่เรียบสะอาด ทำให้ Runabout ดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้านท้ายอัดแน่นด้วยรายละเอียด ทั้งโรลบาร์ทรงสวย ท้ายรถสั้นพร้อมไฟทรงกลม ฝากระโปรงเครื่องสไตล์วินเทจ ยางหลังขนาดใหญ่ที่โผล่พ้นกันชนแบบมินิมอล และดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ เหนือขึ้นไปคือช่องสี่เหลี่ยมสี่ช่อง ซึ่งสองช่องทำหน้าที่เป็นปลายท่อไอเสีย

ผู้ซื้อสามารถเลือกตัวถังได้สองแบบ ได้แก่ Targa และ Barchetta รุ่น Targa มาพร้อมแผงหลังคาถอดได้ที่ยกขึ้นเพื่อช่วยให้ขึ้นลงรถสะดวกขึ้น ขณะที่รุ่น Barchetta เป็นแบบเปิดโล่งทั้งคัน ไม่มีหลังคา มีเพียงกระจกบังลมขนาดเล็กเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายการปรับแต่งวัสดุ สี และผิวงานให้เลือกอย่างละเอียด เพื่อให้รถแต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ภายในห้องโดยสาร Bertone ระบุว่าได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบทางทะเล โครงสร้างห้องโดยสารทรงคล้ายท้องเรือ พร้อมรายละเอียดอย่างเข็มทิศและแดชบอร์ดสไตล์ดาดฟ้าเรียบง่าย เบาะบักเก็ตซีตทรงสวย พวงมาลัยสองก้านขนาดบาง และการโชว์ชิ้นส่วนกลไกอย่างชุดลิงก์เกียร์ธรรมดา ช่วยตอกย้ำบุคลิกอนาล็อกของรถรุ่นนี้ แม้จะมีจอมาตรวัดดิจิทัลและระบบปรับอากาศแบบปุ่มจริง แต่ก็ถูกผสานเข้ากับวัสดุหนังเย็บมือและอะลูมิเนียมเปลือยอย่างลงตัว

ใต้ตัวถังดีไซน์ย้อนยุค Runabout ใช้แชสซีอะลูมิเนียมแบบบอนด์ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มของ Lotus พร้อมช่วงล่างปีกนกคู่ ระบบแดมเปอร์ปรับตั้งได้ และเหล็กกันโคลง สะท้อนแนวคิดรถสปอร์ตที่เน้นการขับขี่จริง มากกว่าการพึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามากลบคาแรกเตอร์
หลังจากรอคอยมานานกว่า 57 ปี Autobianchi A112 Runabout ในตำนานจึงกลับมาในรูปแบบที่ทั้งเคารพอดีตและตอบโจทย์ยุคปัจจุบัน และสำหรับนักสะสมที่หลงใหลเสน่ห์รถสปอร์ตอิตาลีสายคลาสสิก นี่อาจเป็นหนึ่งในผลงานที่ควรค่าแก่การมีไว้ในคอลเลกชันอย่างแท้จริง
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




