Mazda BT-50 เพิ่มรุ่น Thunder และ Boss เสริมไลน์อัปกระบะปี 2026 ในออสเตรเลีย
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 15 มี.ค. 69 21:55
- 1,003 อ่าน
Mazda BT-50 เตรียมเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปรถกระบะในตลาดออสเตรเลียสำหรับรุ่นปี 2026 ด้วยการเปิดตัวสองรุ่นย่อยใหม่ ได้แก่รุ่น Thunder ที่กลับมาทำตลาดอีกครั้ง และรุ่นใหม่ Boss ที่เน้นความคุ้มค่าและภาพลักษณ์สไตล์ดุดัน โดยมีเป้าหมายลดช่องว่างการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Ford Ranger และ Toyota Hilux

BT-50 เจเนอเรชันปัจจุบันเปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 โดยใช้พื้นฐานร่วมกับ Isuzu D-Max ก่อนจะได้รับการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนตุลาคม 2024 พร้อมดีไซน์ภายนอกใหม่และระบบเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ปรับปรุงเพิ่มเติม รวมถึงการเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.2 ลิตร ซึ่งเริ่มจำหน่ายในออสเตรเลียช่วงเดือนกันยายน 2025
สำหรับรุ่นปี 2026 Mazda ได้นำ BT-50 Thunder กลับมาเป็นรุ่นท็อปของไลน์อัปหลังการปรับโฉม โดยพัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น GT จุดเด่นของรุ่นนี้คือกันชนหน้าเหล็กแบบ single-hoop ที่ติดตั้งไฟสปอตไลต์ LED Lightforce Beast เสริมความดุดัน พร้อมโรลบาร์เหล็กด้านหลังกระบะ ฝาปิดกระบะแบบม้วน และสติ๊กเกอร์กราฟิก Thunder สีดำ

อย่างไรก็ตาม รุ่น Thunder ใหม่ไม่ได้ติดตั้งโป่งล้อขนาดใหญ่แบบรุ่นก่อนหน้า แต่ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งเพิ่มผ่านอุปกรณ์ตกแต่งของ Mazda Australia ได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับสายลุยให้เลือกอีกจำนวนมาก เช่น กันชนหน้าแบบ triple-hoop ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สนอร์เกิล ไฟ LED lightbar แร็คหลังคา และชุดอุปกรณ์กระบะท้ายหลากหลายรูปแบบ
แม้จะมีภาพลักษณ์สายลุย แต่ BT-50 Thunder ไม่ได้ปรับปรุงระบบช่วงล่างเฉพาะทางแบบคู่แข่งอย่าง Ford Ranger Raptor, Nissan Navara Pro-4X Warrior หรือ Isuzu D-Max Blade โดยยังคงใช้ช่วงล่างมาตรฐาน ทำให้แนวทางของรถใกล้เคียงกับรุ่นออฟโรดแบบเน้นสไตล์อย่าง Toyota Hilux Rugged X และ Mitsubishi Triton GSR มากกว่า อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งชุดช่วงล่างสมรรถนะสูง BP-51 หรือ Nitrocharger ได้ผ่านอุปกรณ์เสริมของแบรนด์
ในขณะที่รุ่นใหม่ BT-50 Boss ใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป โดยพัฒนาจากรุ่น XT แบบ Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ และเน้นการตกแต่งภายนอกมากกว่าการปรับสมรรถนะออฟโรด ภายนอกเพิ่มรายละเอียดสีดำเงาบริเวณมือจับประตู ฝาครอบกระจกมองข้าง และกระจังหน้า พร้อมโรลบาร์เหล็กสีดำ แผ่นรองกระบะ และบันไดข้าง

ทั้งรุ่น Thunder และ Boss จะมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวท็อปของ Mazda ให้กำลังสูงสุด 187 แรงม้า และแรงบิด 450 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
ในขณะที่รุ่นย่อยระดับล่างของ BT-50 จะมีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร ให้กำลัง 161 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด โดยสามารถเลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
แตกต่างจากผู้ผลิตบางราย ไลน์อัปของ BT-50 ยังไม่มีตัวเลือกขุมพลังไฟฟ้าหรือไฮบริด โดยผู้บริหารของ Mazda Australia ระบุว่าบริษัทมองว่าเครื่องยนต์ดีเซลยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดรถกระบะระยะยาว

สำหรับการจำหน่ายในออสเตรเลีย Mazda ได้เปิดรับคำสั่งซื้อ BT-50 รุ่นปี 2026 แล้ว โดยรุ่นเริ่มต้น Single Cab Chassis XS พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลัง มีราคาเริ่มต้นที่ 38,400 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ส่วนรุ่นท็อป BT-50 Thunder แบบ Double Cab เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ มีราคา 78,400 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งสูงกว่ารุ่น SP เดิมประมาณ 4,910 ดอลลาร์ และแพงกว่าคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux Rugged X อยู่ประมาณ 1,486 ดอลลาร์
ขณะที่รุ่นใหม่ BT-50 Boss ถูกวางตำแหน่งไว้กลางไลน์อัป ด้วยราคา 60,220 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สูงกว่ารุ่น XT ที่เป็นพื้นฐานอยู่ประมาณ 2,500 ดอลลาร์
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




